กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ขยายโอกาส Deep tech startup ไทย บุกตลาดภูมิภาคนอร์ดิก

กระทรวง อว. โดย บพข. จับมือ Epicenter ประเทศสวีเดน เร่งผลักดัน 11 Deep tech startup Accelerators ที่ได้รับทุนจาก บพข. ออกสู่ตลาดภูมิภาคนอร์ดิก

ภาพรวมของสถานการณ์การลงทุนในสตาร์ทอัพในช่วง Q2 ของปี 2024 จากรายงานของ Crunchbase ระบุชัดเจนว่า นักลงทุนให้การสนับสนุนในบริษัทสตาร์ทอัพมากขึ้นกว่าปี 2023 แต่ก็ยังมีความระมัดระวัง ซึ่งสตาร์ทอัพที่ได้รับการสนับสนุนมากที่สุดในปีที่ผ่านมา จะอยู่ในอุตสาหกรรม AI, healthcare, energy and robotics ส่วนภาพรวมการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน ในช่วง Q2 ของปี 2024 ยังเป็นไปในทิศทางที่มีความหวัง เพราะสามารถระดมทุนไปได้ประมาณ 130 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีสิงคโปร์เป็นประเทศที่สามารถระดมทุนได้มากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนคือ 55% แล้วตามด้วยอินโดนีเซีย 26% เวียดนาม 9% และประเทศไทยในสัดส่วนอยู่ที่ 4% โดยกลุ่มของธุรกิจในประเทศไทยที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ดูได้จากบริษัทระดับยูนิคอร์นที่มีอยู่ ก็คือ กลุ่ม FinTech และ Logistics Tech นอกจากนั้นยังมีกล่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่น่าจับตามองและยังเติบโตได้อีก เช่น กลุ่ม BioTech, AgriTech, FoodTech, TravelTech และ EdTech โดยในกลุ่ม HealthTech มีการเติบโตสูงสุด

ดังนั้น เพื่อผลักดันและเพิ่มขีดความสามารถให้สตาร์ทอัพไทย ให้ Scale-up ไปถึงยูนิคอร์น ซึ่งความสำเร็จในการเปลี่ยนสถานะขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยสำคัญคือ ทีมงานที่มีคุณภาพ โดยทุกคนในทีมต้องมี Global Mindset ในการประกอบธุรกิจ สองคือ Product Market Fit ที่ไม่ได้มองแค่การมีเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ต้องมีความพอดี ตรงตามความต้องการของตลาด และสุดท้ายคือกลไกในการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ที่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน

จากฉากทัศน์ที่กล่าวมา ทำให้ที่ผ่านมาเราได้เห็นภาพความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้สตาร์ทอัพไทย Scale-up ไปสู่เวทีโลก ซึ่งล่าสุด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย หน่วยงานบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม, บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด (Techsauce) สมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย และ Beacon Ventures จัดโครงการ “Scaleup Impact! Thailand – Sweden Global Startup Acceleration Program” โดยความร่วมมือจาก Epicenter ประเทศสวีเดน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสตาร์ทอัพไทยออกสู่ตลาดต่างประเทศในภูมิภาคนอร์ดิก (Nordic)

และเมื่อช่วงต้นเดือน กันยายน 2567 ที่ผ่านมา บพข. ได้มีการจัดงาน “Accelerator Day : Scaleup Impact! Thailand-Sweden Global Startup Acceleration Program” เพื่อเปิดเวทีให้ 11 Deep tech accelerator หรือศูนย์บ่มเพาะและพัฒนาธุรกิจ ภายใต้แพลตฟอร์มบ่มเพาะและพัฒนาธุรกิจที่ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงลึก หรือ Deep Science and Tech Acceleration Platform ซึ่งประกอบด้วยมหาวิทยาลัย 9 แห่งและสถาบันวิจัย 1 แห่ง ที่ได้รับการสนับสนุนทุนจาก บพข. ให้ร่วมนำเสนอผลงานของ Deep tech startup ไทย ภายใต้การบ่มเพาะพัฒนาของแต่ละ Accelerator จนสามารถเข้าสู่ตลาดได้สำเร็จ และมีความพร้อมที่จะบุกเบิกตลาดต่างประเทศใหม่ๆ ด้วย

โดยในโอกาสนี้มีภาคเอกชนไทย อาทิ Krungsri Finnovate, Techsauce, และภาครัฐที่เป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยอย่าง NIA ร่วมแชร์ประสบการณ์ จุดเด่น และบริการ สำหรับส่งเสริมผู้ประกอบการไทย เพื่อช่วยกันเติมเต็ม Eco system ให้มีความแข็งแรง และสร้างโอกาสในการสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศในมิติต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมีการแชร์เคล็ดลับความสำเร็จในการปั้นสตาร์ทอัพยูนิคอร์นของประเทศในภูมิภาคนอร์ดิก รวมถึงระบบนิเวศสตาร์ทอัพและศูนย์บ่มเพาะธุรกิจของนอร์ดิก (the Nordic Startup Ecosystem and Accelerators) โดย Epicenter ประเทศสวีเดน, และ the Office of Innovation, Danish Business Authority ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในฐานะของพันธมิตรที่จะมาร่วมขับเคลื่อนพัฒนางานนวัตกรรมจากห้องปฏิบัติการสู่ตลาดต่างประเทศอีกด้วย

เปิดตัว 11 Accelerator ที่ได้รับทุนจาก บพข. กับโอกาสสดใสในการบุกเบิกตลาดนอร์ดิก

โดย 11 Accelerator ที่ได้รับทุนจาก บพข. และได้มาแชร์ประสบการณ์ นำเสนอผลงาน และบทบาทการเป็น Accelerator ที่ช่วยบ่มเพาะสตาร์ทอัพไทยให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เติมเต็ม Eco system ของสตาร์ทอัพไทยให้มีความแข็งแรง ในงาน “Accelerator Day : Scaleup Impact! Thailand-Sweden Global Startup Acceleration Program” มีดังนี้

Chulalongkorn University Venture Building Platform

แพลตฟอร์ม Accelerator จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ Venture Platform นี้ เปิดให้บริการมากว่า 7 ปีแล้ว ซึ่งเกิดขึ้นโดยกลุ่มศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ และกลับมาช่วยทางมหาวิทยาลัยในการจัดตั้งบริษัท CU Enterprise ขึ้น เพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกร นวัตกรรม ผู้ประกอบการ และธุรกิจ ในประชาคมจุฬาฯ มุ่งสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมให้มีความสมบูรณ์ พร้อมทำหน้าที่เชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างกันกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยมีตัวอย่างการสนับสนุน บริษัทสตาร์ทอัพจุฬาฯ ที่สำคัญ อย่าง “บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด” เจ้าของเทคโนโลยีการผลิตโปรตีนจากใบพืช เพื่อนำมาใช้พัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้สามารถผลิตได้เองภายในประเทศทุกขั้นตอน ผ่านการจัดทำโครงการ “วัคซีนเพื่อคนไทย” ระดมเงินบริจาคตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 500 ล้านบาท จากคนไทย 1 ล้านคน

SUT Horizon Platform @ Suranaree University of Technology

“SUT Horizon” แพลตฟอร์มบ่มเพาะและเร่งสร้างเติบโตนวัตกรรมเชิงลึก ที่มุ่งเน้นการยกระดับนวัตกรรมและงานวิจัยด้านเทคโนโลยีการแพทย์และสุขภาพ รวมถึงงานวิจัยด้านสมาร์ทซิตี้ และอาศัยการทำงานในรูปแบบ “Venture Co-Creation” ซึ่งเป็นความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อที่จะสามารถช่วยปั้นให้งานวิจัย หรือทีมนักศึกษา ผู้ประกอบการ ได้จัดตั้งหน่วยธุรกิจและสามารถเติบโตได้ในอนาคต

โดยผลงานสำคัญของ SUT Horizon Platform ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้าง Eco system ภายในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังขยายความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในประเทศไทย เช่น ความร่วมมือกับจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งตั้งเป้าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทซิตี้ของไทย โดยทางแพลตฟอร์ม SUT Horizon ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในด้านของการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ และยังมีส่วนร่วมในการพัฒนา Korat Health and Wellness Corridor ที่มีการออกแบบ Health and Wellness Acceleration Program ขึ้นมาเฉพาะ เพื่อผลักดันให้เกิดสตาร์ทอัพในด้านนี้ และเป็นกำลังสำคัญในการสร้าง Korat Health and Wellness Corridor ต่อไป

NB RAP Acceleration Platform Ecosystem @ KMUTNB

NB RAP Acceleration Platform จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เป็นTech Acceleration Platform ด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ “NB RAP” ที่มุ่งบ่มเพาะนักวิจัย ศิษย์เก่าและ Startup ที่มีต้นแบบหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติให้สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่มีมาตรฐาน ผ่านการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทั้งทางด้านเทคโนโลยีและทางธุรกิจทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย และการทดสอบผลิตภัณฑ์โดยใช้อุปกรณ์ทดสอบต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย โดยผลงานเด่นของ NB RAP Acceleration Platform คือ บริษัทด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ 2 แห่งที่ผ่านการบ่มเพาะโดย มจพ. ประกอบไปด้วย Fullstack Robotics ผู้ผลิต Robonav อุปกรณ์ควบคุมเครื่องจักรกลให้เป็นระบบอัตโนมัติ และ Unidrac ผู้พัฒนาระบบเซ็นเซอร์และเครื่องจักรกลเกษตรที่สามารถใช้ในสภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทั้ง 2 บริษัท นับเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า คนไทยมีความสามารถในด้าน Tech Startup ที่ไม่แพ้ใครในโลกถ้าได้รับการส่งเสริมและพัฒนาที่เหมาะสม

KX KNOWLEDGE EXCHANGE @ KMUTT

KX KNOWLEDGE EXCHANGE เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและนำนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย (KMUTT) ไปใช้จริงในภาคอุตสาหกรรมทั้งขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ผ่านกลไกการแลกเปลี่ยนทางความรู้ ระหว่างประชาคมจากภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรมในลักษณะพันธมิตร เหมาะกับผู้ประกอบการ SME และ Start Up ในทุกอุตสาหกรรม ที่ต้องการจะต่อยอดในการพัฒนากระบวนการผลิตรวมไปถึงการยกระดับตัวผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับบ่มเพาะ ให้คำปรึกษาในการทำธุรกิจจากผู้เชี่ยวชาญด้านอิเล็กทรอนิกส์และนวัตกรรม ให้สามารถปั้นธุรกิจใหม่ โดยอาศัยองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัย รวมถึงมี Design hub เพื่อสนับสนุนและให้บริการด้านการออกแบบ

ผลงานสำคัญของ KX คือ การนำเสนอ โปรแกรมบ่มเพาะสตาร์ทอัพ TECHBITE 5.0 ที่กำหนดระยะเวลาทั้งหมด 5 เดือน ในการที่ KX จะช่วยพัฒนาสตาร์ทอัพของคุณด้วยการจัด Training และ Workshops ในหัวข้อต่างๆ นอกจากนี้ Techbite 5.0 ยังช่วยค้นหาความต้องการของ startup แต่ละทีม และจับคู่ให้มี 1:1 Consulting กับ Industry mentor ในเครือข่าย พร้อมต่อยอดไปยังเครือข่ายธุรกิจของคุณกับ Angel Investors , Venture Capital และอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อให้ได้รับทุนสูงสุดถึง 1.5 ล้านบาท

KMITL Research and Innovation Services (KRIS)

KRIS หรือ สำนักบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมพระจอมเกล้าลาดกระบัง มีผลงานการผลักดันให้นวัตกรซึ่งเป็นบุคลากรของ KMITL ได้มีโอกาสในการยกระดับผลงานของตนให้ไปสู่เชิงพาณิชย์ ขณะที่ ทาง KRIS เองก็เปิดกว้างในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับภาคเอกชน เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดย KRIS มุ่งเน้นในการส่งเสริมให้เกิดสินค้านวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Smart Material, Device and System ซึ่งผลงานที่โดดเด่นและยืนยันได้ว่า KRIS เป็นอีกหนึ่ง Accelerator ที่ร่วมผลักดันให้สตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการ สามารถ Scale up ได้จริง คือ  “แบตเตอรี่ กราฟีน” ผลงานการวิจัยของทีมนักวิจัย สจล. ที่ค้นพบว่า กราฟีน เป็นวัสดุนาโน มีพื้นผิวจำเพาะสูง สามารถนำไฟฟ้าและระบายความร้อนได้ดีมาก จึงเหมาะแก่การนำมาพัฒนาเป็นแบตเตอรี่ ที่สามารถกักเก็บประจุไฟฟ้าได้สูงและชาร์จได้รวดเร็ว ที่สำคัญยังมีความปลอดภัยสูง ไม่เกิดการระเบิดและไม่ติดไฟในขณะใช้งาน สามารถใช้กับระบบ BESS (Battery Energy Storage System) และใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าได้ ทีมวิจัยได้พัฒนาแบตเตอรี่กราฟีนมาอย่างต่อเนื่องจนล่าสุดได้ขยายผลผลิตผลักดันให้มีการสนับสนุนถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) ไปสู่ในระดับโรงงานอุตสาหกรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Kasetsart University Technology Acceleration Center KU-TAC

KU-TAC เป็นหน่วยงานในการเร่งรัดการสร้างต้นแบบของผลิตภัณฑ์และบริการหรือเทคโนโลยีที่สูงขึ้น ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้สามารถนำไปขายในตลาดต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีทางด้านการเกษตร อาหาร และสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำ “โครงการเร่งรัดนวัตกรรมเพื่อต่อยอดผลงานสู่เชิงพาณิชย์” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน เร่งสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งชิ้นงานและบริการด้านเกษตร อาหาร และสิ่งแวดล้อมจากเกษตรอุตสาหกรรม ให้เกิดธุรกิจ startup และ/หรือ การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่อุตสาหกรรม ให้ได้สินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในและต่างประเทศ

โดยผลงานนวัตกรรมที่ผ่านการบ่มเพาะโดยศูนย์เร่งการจัดการนวัตกรรมเทคโนโลยีและการวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีหลากหลายผลงานที่ได้รับคัดเลือกให้ไป Pitching ในเวทีระดับประเทศ ยกตัวอย่างเช่น โปรตีนไฮโดรไลเสตจากเศษปลาบด สู่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคุณภาพผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรตีนคุณภาพสูงสกัดจากเนื้อปลาบด รสชาติกลมกล่อม ช่วยเพิ่มสารอาหารให้กับทุกมื้อเหมาะกับผู้ใหญ่และผู้สงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการขาดโปรตีนและแคลเซียม และ นวัตกรรมเส้นใยนาโนจากเซลลูโลสแบคทีเรีย มีคุณสมบัติในการกักเก็บน้ำได้ดีเยี่ยม มีความเข้ากันได้ทางชีวภาพสูง และสามารถใช้เป็นสารเพิ่มความหนึด ปรับปรุงเนื้อสัมผัสและ MARK II ความหนืด รวมถึงเป็นตัวพาสารในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวด้วย

Center of Intellectual Property and Business Incubator @ Thammasat University (TUIPI)

ด้วย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีการขยายตัวด้านการศึกษาในทุกๆ ด้าน และมีคณะ สถาบันใหม่ๆ ในทุกกลุ่มสาขาวิชาเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้มีการศึกษา ค้นคว้า วิจัย พัฒนาสิ่งประดิษฐ์ และสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ เพิ่มขึ้นมากมาย มหาวิทยาลัยยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำผลงานค้นคว้า วิจัย และงานสร้างสรรค์ต่างๆ ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัยไปใช้เป็นประโยชน์ในด้านการเรียนการสอน การบริการสังคม รวมไปถึงการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านอุตสาหกรรมและในเชิงธุรกิจ

โดยผลงานที่เกิดจากการบ่มเพาะของ TUIPI มีหลากหลายประเภท เช่น CMED MEDICAL ที่มีผลิตภัณฑ์หลัก คือ รถเข็นคนพิการแบบปรับยืน ไม่ใช้ไฟฟ้า และชุดถอดประกอบรถเข็นคนพิการแบบใช้ไฟฟ้า โดยผลงานนี้ได้รับรางวัลการันตีทั้งจากเวทีระดับประเทศและต่างประเทศ ซึ่งผู้ประกอบการเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ แบรนด์ “ช่อคูน” ยาไทย ที่มุ่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมจากยาไทยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลสุขภาพที่ใช้ง่าย โดยผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้ก็เช่น แชมพูสระผมสมุนไพรจากดอกบัว ปกป้องประสาทตา กระตุ้นผมขึ้นใหม่ และสบู่เหลวสมุนไพรจากดีปลี ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

iNT Accelerate Platform : Mahidol University

“iNT Accelerate” โฟกัสในเรื่อง Health and Wellness ตามความถนัดของมหาวิทยาลัยมหิดล ส่งผลให้ประเทศไทยเป็น Wellness Destination ที่พร้อมเปิดกว้างสำหรับนักลงทุนที่มีปลายทางเพื่อการให้บริการสุขภาวะที่ดีจากทั้งในและต่างประเทศ และ iNT ยังมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายของการส่งเสริม สนับสนุน และสร้างสรรค์นวัตกรรมจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ซึ่งจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งเศรษฐกิจชาติได้ต่อไป โดยหนึ่งในผลงานที่ได้รับการยอมรับ และเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพที่ได้รับการบ่มเพาะโดย iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล คือ บริษัท Artimed Co.,Ltd. ที่ผลิตแขนเทียมจากยางพาราดัดแปลงและซิลิโคนเพื่อใช้เป็นหุ่นจําลอง สําหรับการฝึกหัตถการเจาะเลือด ซึ่งมีผิวสัมผัสความเหมือนใกล้เคียงมนุษย์ที่สุดในปัจจุบัน โดยผลงานนี้จะเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับหัตถการ การเจาะเลือดของผู้ปฏิบัติวิชาชีพด้านการแพทย์และสาธารณสุข

Organic Tech Acceleration Platform OTAP : Naresuan University

Organic Tech Accelerator Platform (OTAP) เป็นแพลตฟอร์มเร่งการเติบโตทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิตอลและนวัตกรรมสร้างสรรค์ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างที่มุ่งพัฒนาและส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยร่วมกับนักวิจัยนำผลงานวิจัยสู่การไปใช้เชิงพาณิชย์ ที่ผ่านมา มีการบ่มเพาะดีพเทคสตาร์ทอัพหลากหลายทั้งด้านไอที เครื่องมือทางวิศวกรรมและการแพทย์ วัสดุทางการแพทย์ รวมถึงเรื่องของอาหารและอาหารสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้จะมุ่งเน้นที่สมุนไพร ซึ่งเป็นจุดแข็งของมหาวิทยาลัย โดยมีระบบนิเวศนวัตกรรมที่มีความพร้อมทั้งเรื่องการปลูก โรงงานสารสกัดที่ได้มาตรฐาน การดูแลคุณภาพผลิตภัณฑ์ และมีโรงพยาบาลสำหรับทดสอบการใช้งาน ทำให้พร้อมที่จะผลักดันสมุนไพรไทยออกสู่ตลาดโลก

ForeFood Accelerator : Food Innopolis NSTDA

เป็นโครงการเร่งรัดพัฒนาธุรกิจจากงานวิจัยและเทคโนโลยีเชิงลึกที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหาร ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก บพข. ให้ดำเนินงานโครงการ FOREFOOD : Deep Tech Business Accelerator โดยโครงการนี้ก็ได้เดินหน้าตามวัตถุประสงค์หลัก คือ การพัฒนาธุรกิจที่มีฐานจากเทคโนโลยีเชิงลึกออกสู่ตลาดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารไทย โดยที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้จัดตั้งและพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมอาหารจากเทคโนโลยีเชิงลึก ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เฉพาะด้านจากผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนางานวิจัยและเทคโนโลยีออกสู่ตลาดในระยะเวลาอันสั้นผ่านการอบรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังจะได้รับเงินสนับสนุนในกระบวนการเร่งรัดพัฒนาธุรกิจโดยการเชื่อมต่อกับระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารของประเทศ และได้รับโอกาสในการระดมทุนตลอดจนได้สร้างพันธมิตรเพื่อการขยายธุรกิจในต่างประเทศต่อไป

ทั้งนี้ ผลงานที่การันตีได้ถึงประสิทธิภาพของ ForeFood Accelerator คือ 5 Food Tech Startups ไทย ภายใต้การดูแลของ Forefood Accelerator ได้ผ่านการคัดเลือกจาก HKSTP ประเทศฮ่องกง ให้เข้าโปรแกรม “HK Sandbox Program” และยังได้รับโอกาสให้เปิดบริษัทในประเทศฮ่องกงด้วยเงินสนับสนุนสูงถึง 1.39 ล้านเหรียญฮ่องกง พร้อมเข้าร่วมโปรแกรมสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตได้ในประเทศฮ่องกงต่อไป ซึ่ง 1 ใน 5 แบรนด์ Food Tech Startups ที่ได้รับความสนใจไม่น้อย คือ Eased up เป็นเส้นโปรตีนสูงจากพืช 20 g ด้วยกระบวนการอบไม่ผ่านการทอด โดยโปรตีนสูงกว่าเส้นปกติ 6 เท่า เทียบเท่าอกไก่ 1 ชิ้น มีคาร์โบไฮเดรตและพลังงานน้อยกว่า แต่ยังอร่อยเหนียวนุ่มเหมือนเส้นปกติทั่วไป

บพข. กับภารกิจเป็น “สะพานเชื่อม” ทุกองค์กรทั้งในและต่างประเทศ ร่วมผลักดันสตาร์ทอัพไทยสู่เวทีการค้าโลก

ในโอกาสนี้ รศ.ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ ผู้อำนวยการ บพข. กล่าวว่า “งานนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างแพลตฟอร์มเร่งการเติบโตสตาร์ทอัพของไทยและสวีเดน เริ่มตั้งแต่ปี 2566 ที่ บพข. โดยแผนงานกลุ่ม Deep Science and Tech Acceleration Platform ได้นำ 11 Accelerator ที่ได้รับทุนจาก บพข. ไปเยือนสวีเดนและเดนมาร์ก เพื่อศึกษาระบบนิเวศนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และได้สร้างแรงบันดาลใจให้เราจัดงานนี้ขึ้นเพื่อส่งเสริมให้สตาร์ทอัพของเราได้มีโอกาสเข้าแข่งขันในตลาดโลก บพข. มุ่งเน้นที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย”

“โดยเฉพาะกลุ่ม Deep Tech Startup ผ่าน 11 Accelerator ที่เราให้การสนับสนุนทุน และโครงการนี้ถือเป็นโครงการที่จะผลักดันสตาร์ทอัพไทยสู่ตลาดสวีเดน รวมถึงตลาดกลุ่มประเทศนอร์ดิก ซึ่งต้องขอขอบคุณ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม, NIA, Techsauce, สมาคมสตาร์ทอัพไทย และ Epicenter ประเทศสวีเดน ที่ร่วมเป็นพันธมิตรในการผลักดันสตาร์ทอัพไทยและทำให้เกิดโครงการนี้ขึ้น”