
ตามพระราชกฤษฏีกาจัดตั้งสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2568 ให้จัดตั้งองค์การมหาชนขึ้น เรียกว่า “สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน)” เรียกโดยย่อว่า “รวพ.” และให้มีหน่วยบริหารจัดการทุนด้านต่าง ๆ ประกอบไปด้วย
1) หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน
2) หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่
3) หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต
4) หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการนำศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์
ซึ่งมีหน้าที่บริหารจัดการทุนวิจัยให้เป็นเอกภาพ เร่งรัดการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริง สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ มีผลทำให้หน่วยบริหารและจัดการทุนที่จัดตั้งขึ้นตามข้อบังคับคณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าด้วยหน่วยบริหารและจัดการทุน พ.ศ. 2562 ได้แก่ (1) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) และ (3) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จากเดิมอยู่ภายใต้นิติบุคคลของ สอวช. ได้โอนย้ายไปอยู่ภายใต้ รวพ. โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เป็น “ผู้อำนวยการสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่” โดยในวาระเริ่มแรกกำหนดให้คณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (กอวช.) ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการ รวพ. และให้ผู้อำนวยการ สอวช. ปฎิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ รวพ. ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ รวพ. และผู้อำนวยการ รวพ. โดยมีคณะกรรมการหน่วยบริหารและจัดการทุนและผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการหน่วยบริหารและจัดการทุนและผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุน
กลุ่มทุนวิจัยเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน จัดสรรทุนวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและภาคบริการ รวมถึงสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างตลาดนวัตกรรม การส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์
เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วยวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ทั้งนี้ การให้ทุนดังกล่าวมุ่งเน้นการสนับสนุนแผนงานที่มีความร่วมมือหรือการร่วมลงทุนกับผู้ใช้ประโยชน์ อาทิ SMEs และภาคอุตสาหกรรม โดยแบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม หลัก ได้แก่
และสารสกัดจากธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ รวมทั้งการพัฒนาระบบและมาตรฐานห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) และเครื่องจักรสำหรับการผลิตอาหารแปรรูปด้วยเทคโนโลยีใหม่
นอกจากนี้ยังมีแผนงานกลไลสนับสนุนการวิจัย (Enabling Programs) 3 แผนงาน ได้แก่
