
ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านระบบคมนาคมแห่งอนาคต การพัฒนาต้นแบบยานพาหนะไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ระบบขับขี่อัตโนมัติ ระบบราง การบิน หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ การนำเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาพัฒนาต่อยอด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับอุตสาหกรรมไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตของอาเซียนและพึ่งพาตนเองได้
เป้าหมาย
- O1 F6: ประเทศไทยสามารถยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญ ตลอดจนเทคโนโลยีเกี่ยวเนื่อง เพื่อรองรับการขยายตัวด้านการคมนาคมขนส่งของอาเซียนและพึ่งตนเองได้ โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
- O1 P6: ประเทศไทยมีระบบโลจิสติกส์และระบบรางที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีอุตสาหกรรมการผลิตที่เกี่ยวข้องรองรับการขยายตัวของระบบดังกล่าว โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
แผนงาน
- F6 (S1P7) เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีเกี่ยวเนื่อง ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตของอาเซียน
- N12 (S1P6) พัฒนาโครงข่ายระบบรางที่ทันสมัย เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าของประเทศ
ผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญ (Key Results) ระดับผลลัพธ์
- KR1 F6: มูลค่าการขายแบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญ ตลอดจนเทคโนโลยีเกี่ยวเนื่องของยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (2,750 ล้านบาท ในช่วงปี 2566 – 2570)
- KR2 F6: จำนวนผู้ประกอบการ รวมถึง SMEs ที่พัฒนาและผลิตแบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญ ตลอดจนเทคโนโลยีเกี่ยวเนื่องของยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (100 ราย ในช่วงปี 2566 – 2570)
- KR3 F6: จำนวนผู้เชี่ยวชาญ (Expert) ด้านการวิจัย พัฒนาด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีเกี่ยวเนื่อง และผู้เชี่ยวชาญ (Expert) การผลิตด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีเกี่ยวเนื่อง ในสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานภาคเอกชน เพิ่มขึ้น (500 คน ในช่วงปี 2566-2570)
- KR4 P6: มูลค่าการขายชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมระบบรางที่ผลิตในประเทศเพิ่มขึ้น โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (4,000 ล้านบาท ในช่วงปี 2566 – 2570)
- KR3 P6: จำนวนผู้เชี่ยวชาญ (Expert) ด้านการวิจัย พัฒนาด้านโลจิสติกส์และระบบราง และผู้เชี่ยวชาญ (Expert) ในอุตสาหกรรมและบริการด้านโลจิสติกส์และระบบราง ในสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานภาคเอกชน เพิ่มขึ้น (500 คน ในช่วงปี 2566 – 2570)
ขอบเขตงานวิจัย
F6 (S1P7) เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีเกี่ยวเนื่อง ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตของอาเซียน
การวิจัยเพื่อยกระดับเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศเพื่อให้ สามารถพึ่งพาตนเองได้และเป็นศูนย์กลางการผลิตของอาเซียน โดยมีกรอบการพัฒนาทางเทคโนโลยีเริ่มต้นที่ระดับ TRL 4 โดยมีกรอบวิจัย ดังนี้
กรอบวิจัยจำเป็นเร่งด่วน
- กรอบวิจัยเพื่อพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนเพื่อยกระดับเทคโนโลยี เพิ่มผลิตผลและผลิตภาพ ยกระดับมาตรฐานชิ้นส่วนและกระบวนการ เพื่อให้สามารถเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่คุณค่าและห่วงโซ่การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าปัจจุบันและในอนาคตได้ ตลอดจนเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดที่เกี่ยวข้องในปัจจุบันได้ อาทิ ตลาดอะไหล่ ซ่อมบำรุง เป็นต้น (กรอบวิจัยนี้ต้องมีสถานประกอบการร่วมทุน In cash ไม่น้อยกว่า 50% ของเงินทุนที่ใช้ในการทำโครงการ และต้องพร้อมใช้งานเชิงพาณิชย์เมื่อจบโครงการ)
- กรอบวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีด้านการควบคุมมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อตอบสนองการเติบโตของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน (กรอบวิจัยนี้ต้องมีการแสดงถึงการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำกับหรือควบคุมที่เกี่ยวข้องกับโครงการ)
กรอบวิจัยทั่วไป
- 1. การวิจัยและพัฒนาเพื่อพัฒนาต้นแบบยานยนต์ไฟฟ้าทั้งคัน และต้นแบบชิ้นส่วนหลักของยานยนต์ไฟฟ้า หรือ ต้นแบบเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน และช่วยเพิ่มมูลค่าเทคโนโลยีของประเทศ อาทิ เทคโนโลยีชาร์จเร็ว เทคโนโลยีEREV (Extended Range Electric Vehicle) เทคโนโลยียานยนต์ด้วยพลังงานสะอาด เทคโนโลยีการบริหารจัดการซากชิ้นส่วน เทคโนโลยีต้นน้ำที่มีวัตถุดิบภายในประเทศ เป็นต้น โดยมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าlocal content หรือมูลค่าทางเศรษฐกิจ
- 2. การวิจัยและพัฒนาเพื่อพัฒนาต้นแบบเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์ อาทิ เทคโนโลยีขนส่งทางอากาศ เทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ เทคโนโลยีการบริหารจัดการพลังงานและเชื้อเพลิงเพื่อระบบคมนาคมด้วยยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น
- 3. การวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับผู้ผลิตยานยนต์เพื่อระบบคมนาคมไปสู่อุตสาหกรรมอื่น อาทิ อุตสาหกรรมการเกษตร อากาศยาน ระบบราง หรือเครื่องมือทางการแพทย์ (กรอบวิจัยนี้ต้องมีการแสดงถึงศักยภาพในการเข้าสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายและการมีส่วนร่วมของผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย)
* โครงการต้องมีการคำนึงถึงมาตรฐานด้านเทคนิคและด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยี ในการพัฒนาต้นแบบ (Prototype) ต้องผ่านการทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และ/หรือด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ผลงานต้องมีความพร้อมในการใช้งานและสามารถผลิตขึ้นในประเทศไทยได้และพร้อมนำไปขยายผลในเชิงพาณิชย์ (มีการแสดง Feasibility study ที่ครอบคลุมทั้ง Market, Technical และ Financial feasibility)
* ยานยนต์ไฟฟ้าหมายรวมถึงทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ
N12 (S1P6) พัฒนาโครงข่ายระบบรางที่ทันสมัย เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าของประเทศ
ระบบรางในที่นี้หมายถึงระบบขนส่งซึ่งนำทางด้วยทางวิ่ง (Guide way transport) ทั้งหลายโดยอาจเป็น 1) ทางวิ่งที่มีรูปลักษณ์ปรากฏชัดเจน เป็นรางเหล็ก เป็นทางวิ่งคอนกรีตหรืออื่นใดซึ่งทำหน้าที่ในลักษณะเดียวกัน หรือ 2) ทางวิ่งเสมือน (Virtual track) ซึ่งทำหน้าที่นำทางยานพาหนะ
กรอบวิจัย
- การวิจัยและพัฒนาต้นแบบเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับระบบขนส่งทางรางในภาพรวมทั้งระบบ ประกอบด้วย 1) ทางวิ่งและระบบนำทาง 2) ตัวรถสำหรับการโดยสารหรือบรรทุกสินค้า 3) ระบบสัญญาณควบคุมการเดินรถ 4) ระบบบริการโดยสารหรือขนถ่ายสินค้า และ 5) ระบบเฉพาะสำหรับแต่ละกรณี เช่น ระบบการป้อนกระแสไฟฟ้าให้กับรถในกรณีรถไฟฟ้า ระบบ interface ระหว่างส่วนประกอบหลักในระบบ ฯลฯ ทั้งนี้ แต่ละระบบใหญ่ (main system) ประกอบด้วยระบบย่อย (sub-system) ซึ่งอาจแยกย่อยลงไปถึงระดับชิ้นงาน (components)
- การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานต่างๆ การซ่อมบำรุง การควบคุมความปลอดภัย และการทดสอบ อาทิ ระบบรางทดสอบ (Test track) เครื่องมือทดสอบ ระบบตรวจจับสิ่งกีดขวาง ระบบตรวจและซ่อมบำรุง เป็นต้น
- การวิจัยและพัฒนาเพื่อพัฒนาต้นแบบเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศอุตสาหกรรมระบบรางหรือการขนส่งทางรางหรือการพัฒนาเทคโนโลยีทางเลือกเพื่อรองรับความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมระบบรางหรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งเน้นการเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนหรือเทคโนโลยีภายในประเทศ ตลอดจนความมั่นคงทางเทคโนโลยี พลังงาน สิ่งแวดล้อมและสังคมของประเทศอันเกี่ยวเนื่องกับระบบราง
* ข้อเสนอโครงการควรกำหนดขอบเขตของงานวิจัยที่ประสงค์จะขอรับการสนับสนุนให้ชัดเจนและควรมีความสอดคล้องกับแผนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐหรือคาดว่าน่าจะนำไปสู่การใช้งานจริงได้ในระยะเวลาอันสั้น ตัวอย่างเช่น (ไม่จำกัดอยู่เพียงเท่านี้) งานวิจัยเกี่ยวกับระบบตัวรถ (Rolling stocks) รถบรรทุกตู้สินค้าและอุปกรณ์ส่วนควบ รถโดยสารและอุปกรณ์ส่วนควบ รถจักรไฟฟ้า หรือ ดีเซลไฟฟ้าและระบบ interface เช่น ระบบรับกระแสไฟฟ้า ระบบรับสัญญาณควบคุมการเดินรถ แล้วแต่กรณี รถชุดไฟฟ้าราง (Electric Multiple Unit: EMU) หรือ รถชุดดีเซลราง (Diesel Multiple Unit: DMU) และระบบ interface เช่น ระบบรับกระแสไฟฟ้า ระบบรับสัญญาณควบคุมการเดินรถ แล้วแต่กรณี รถแบบอื่นๆ พร้อมทั้งอุปกรณ์ส่วนควบ และระบบ Interface แล้วแต่กรณี
* กรณีที่อ้างอิงแผนการจัดซื้อจัดจ้างจากภาครัฐ แต่แผนเหล่านั้นยังไม่มีความชัดเจนของรายละเอียดทางด้านเทคนิค ผู้ดำเนินโครงการสามารถกำหนดรายละเอียด ข้อกำหนดทางด้านเทคนิคอ้างอิงจากรถรุ่นที่มีใช้อยู่หรือคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของข้อกำหนดมาเพื่อพิจารณาได้
ตัวอย่างโจทย์วิจัย
- ยานยนต์สมัยใหม่ (Next-generation Automotive): เช่น รถบัสไฟฟ้า (Electric bus), รถบรรทุกไฟฟ้า (Electric trucks), รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Electric motorcycles), เรือไฟฟ้า (Electric boats), ชิ้นส่วนสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้า (EV parts), การดัดแปลงรถบรรทุกไฟฟ้า (Modified electric trucks), แบตเตอรี่ (Battery), สถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging stations) และยานยนต์ไร้คนขับ (Autonomous cars)
- ระบบราง (Railway System): เช่น รถไฟฟ้ารางเบา (Light rail), รถไฟโดยสาร (Passenger trains) และชิ้นส่วนรถไฟ (Train parts)
- โดรนและอากาศยาน (Drone and Aviation): เช่น อากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicles: UAVs) และการบริหารจัดการโลจิสติกส์ของอากาศยานไร้คนขับ (Logistics management of UAV)
