บพข.

Category: ทุนวิจัย

  • ประกาศผลการพิจารณาข้อเสนอโครงการ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้ง 10

    ประกาศผลการพิจารณาข้อเสนอโครงการ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้ง 10

    ตามที่ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) โดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขันได้รับข้อเสนอโครงการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นั้น
    บัดนี้ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขันได้ดำเนินการพิจารณา คัดเลือกข้อเสนอโครงการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2569 ในครั้งที่ 10 เรียบร้อยแล้ว จึงขอประกาศข้อเสนอโครงการวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการพิจารณาเพื่อรับสนับสนุนทุน จำนวน 14 โครงการ รายละเอียดปรากฏดังเอกสารแนบท้าย

  • ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    พัฒนายกระดับการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่เน้นคุณค่า การจัดการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและจัดการมรดกทางวัฒนธรรม และมรดกทางธรรมชาติของประเทศไทยให้เป็นทรัพยากรทางการท่องเที่ยวตามแนวทางที่เป็นสากล มีความยั่งยืน และเป็นซอฟต์พาวเวอร์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงและเพิ่มรายได้ให้ประเทศ

    • O1 P3: นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่เป้าหมาย โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตามแนวทางของระบบเศรษฐกิจ BCG
    • O2 P3: มูลค่าการขายสินค้าและบริการจากการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่เป้าหมาย โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตามแนวทางของระบบเศรษฐกิจ BCG
    • O3 P3: องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/ตำบล/หมู่บ้าน/ชุมชน มีความรู้ ความเข้าใจ การบริหารจัดการ และความสำเร็จในการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมที่สำคัญเพิ่มขึ้น และทำให้เกิดการท่องเที่ยวคุณค่าสูง โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตามแนวทางของระบบเศรษฐกิจ BCG
    • F5 (S1P3) พัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวโดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เน้นคุณค่า สร้างความยั่งยืน และเพิ่มรายได้ของประเทศ
    • N4 (S1P3) พัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เน้นคุณค่า สร้างความยั่งยืนและเพิ่มรายได้ของประเทศ
    • KR1 P3: จำนวนนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่เป้าหมายที่ใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตามแนวทางของระบบเศรษฐกิจ BCG (20,000 คน ในช่วงปี 2566 – 2570)
    • KR2 P3: จำนวนจังหวัดเมืองรองมีมูลค่าการขายสินค้าและบริการจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และเชิงวัฒนธรรม (Creative and Cultural Tourism) และการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) เพิ่มขึ้นจำนวน 25 ล้านบาท ในแต่ละจังหวัด ที่ใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (45 จังหวัด ในช่วงปี 2566 – 2570)
    • KR3 P3: จำนวนผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายแต่ละรายมีมูลค่าการขายสินค้าและบริการจากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ที่ใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (100 ราย ในช่วงปี 2566 – 2570)
    • KR4 P3: จำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/ตำบล/หมู่บ้าน/ชุมชน ที่มีความรู้ ความเข้าใจ การบริหารจัดการ และความสำเร็จในการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมที่สำคัญ และทำให้เกิดการท่องเที่ยวคุณค่าสูง โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (500 แห่ง ในช่วงปี 2566- 2570)
    • KR5 P3: มูลค่าการขายสินค้าและบริการจากเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น ที่ใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (1,000 ล้านบาท ในช่วงปี 2566 – 2570)

    F5 (S1P3) แผนงานการท่องเที่ยวมูลค่าสูง

    1. การท่องเที่ยวบนฐานมรดกทางธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์
      • การขยายผลและการเชื่อมโยงการชดเชยคาร์บอนจากการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำกับอุตสาหกรรมการบิน
    2. การยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ
      • 2.1 การพัฒนาศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในแต่ละภูมิภาค เพื่อเชื่อมโยงและบูรณาการความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ และสุขภาพในภูมิภาค สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มส่งเสริมสุขภาพ (Health & Wellness) กลุ่มฟื้นฟูสุขภาพ (Rehab & Retreat) กลุ่มนักท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All) และกลุ่มพำนักระยะยาว (Long Stay/Digital Nomad/Expat) เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืน
      • 2.2 การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการบริการและสถานบริการเพื่อยกระดับให้ได้มาตราฐานสากล
    3. การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ
      • การยกระดับและขับเคลื่อนมาตรฐานความปลอดภัยทางการท่องเที่ยวเพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของประเทศไทย

    N4 (S1P3) แผนงานการยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    1. การใช้การเทคโนโลยีและนวัตกรรมผสานกับทุนทางวัฒนธรรม เพื่อพัฒนาสินค้า บริการ และโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่
    2. การยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง การพัฒนาย่านสร้างสรรค์ และแหล่งท่องเที่ยว Man-made Destination เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ
    3. การถอดรหัสหรือแปลงทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นเนื้อหาหรือผลิตภัณฑ์ด้วยการวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม และการพัฒนาสู่รูปแบบการท่องเที่ยวที่เน้นประสบการณ์เสมือนจริง
    4. การพัฒนา Creative Food & Gastronomy เพื่อยกระดับอาหารไทยดั้งเดิมและอาหารท้องถิ่นด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
    • พัฒนารูปแบบธุรกิจการท่องเที่ยวท้องถิ่น การท่องเที่ยวเมืองรอง และย่านสร้างสรรค์ เช่น Creative Startups และ Social Enterprise ที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism : RT)
    • พัฒนาระบบมาตรฐานและความปลอดภัยของการท่องเที่ยว
    • พัฒนาและจัดทำระบบฐานข้อมูลทรัพยากรของท้องถิ่น การจัดการขีดความสามารถการรองรับ (Carrying Capacity) ในทุกระดับ
    • การศึกษาด้านการตลาด การสร้างอัตลักษณ์ แบรนด์การท่องเที่ยว5การวิเคราะห์จัดกลุ่มนักท่องเที่ยวและการกำหนดกลยุทธ์การตลาด การท่องเที่ยวกลุ่มเฉพาะ กลุ่มคุณภาพที่มีกําลังซื้อสูง
    • การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การพัฒนามาตรฐานของผลิตภัณฑ์และบริการ พัฒนารูปแบบธุรกิจ (Business Model) ใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
    • การพัฒนาและประยุกต์ใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีในการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
    • การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และทักษะด้านการบริการเฉพาะด้าน
    • การวิจัยการตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
    • การพัฒนาแพลตฟอร์ม การบูรณาการข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว เพื่อสามารถวิเคราะห์และพัฒนากลยุทธ์ด้านการบริหารจัดการ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
    • พัฒนาสื่อแบบต่างๆจากเรื่องราว หรือเนื้อหาที่ได้จากข้อมูลศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ตํานาน เรื่องเล่าของแต่ละพื้นที่ในประเทศ เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยว
    • พัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น สินค้าสร้างสรรค์ ด้วยสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์
    ผู้ประสานงาน นักวิเคราะห์ (บพข.)รายละเอียด
    คุณศิริรัตน์ สง่างามโทรศัพท์ 02-109-5432 ต่อ 893
    E-mail: sirirat.san@nxpo.or.th
    คุณมูฮำหมัดอาดีส เหล็กดีโทรศัพท์ 02-109-5432 ต่อ 807
    Email: muhammadadis.lek@nxpo.or.th
    คุณกวินธิดา เหลืองวิไลโทรศัพท์ 02-109-5432 ต่อ 807
    หรือ 098-953-9195
    Email: kawinthida.lu@nxpo.or.th
  • อาหารมูลค่าสูง

    อาหารมูลค่าสูง

     

    สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์มูลค่าสูง ได้แก่ ส่วนประกอบฟังก์ชัน (Functional Ingredients) และสารสกัดจากธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ อาหารสัตว์เลี้ยง รวมทั้งการพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหาร เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาประเทศไทยให้สามารถยกระดับการผลิตและการส่งออก Functional Ingredients, Functional Food, Novel Food ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง และไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกชั้นนำของโลก โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม

    O1 P2: ประเทศไทยยกระดับการผลิตและการส่งออก Functional Ingredients, Functional Food, Novel Food ซึ่งใช้วัตถุดิบจากภาคเกษตรในประเทศ โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตามแนวทางของระบบ
    เศรษฐกิจ BCG

    F3 (S1P2) ยกระดับการผลิตและการส่งออก Functional Ingredients, Functional Food, Novel Food ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง และไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกชั้นนำของโลก

    KR1 F3: มูลค่าการส่งออกของผลิตภัณฑ์ Functional Ingredients, Functional Food และ Novel Food ซึ่งใช้วัตถุดิบจากภาคเกษตรในประเทศเพิ่มขึ้น โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (2,500 ล้านบาท ในช่วงปี 2566 – 2570)

    การขยายขนาดการผลิตสู่เชิงพาณิชย์ (scale-up) การทดสอบเพื่อขึ้นทะเบียน (registration) การขอรับรองมาตรฐาน (certification) ทั้งในและต่างประเทศ การออกใบรับรองผลิตภัณฑ์ (certificate of analysis, COA) สำหรับส่วนประกอบอาหาร ข้อมูลวิจัยเชิงลึกด้านสุขภาพหรือการทดสอบทางคลินิกเพื่อรองรับการค้าหรือพิสูจน์คุณค่าต่อผู้บริโภค การนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด

    • ส่วนประกอบฟังก์ชัน (functional ingredient) จากพืช โพรไบโอติก และสมุนไพร เช่น กระบวนการสกัด กระบวนการปรับปรุงคุณสมบัติ เอนแคปซูเลชัน กระบวนการผลิต การทดสอบประสิทธิภาพและคุณประโยชน์เชิงสุขภาพ
    • อาหารฟังก์ชัน (functional food) อาหารใหม่ (novel food) อาหารโภชนาการจำเพาะ (personalized food) เช่น สูตรและกรรมวิธีการผลิต การทดสอบเพื่อขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ การประเมินคุณประโยชน์เชิงสุขภาพ นวัตกรรมเทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร การประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขและกฎระเบียบสากล การผลิตอาหารหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพในระดับอุตสาหกรรมโดยใช้ศาสตร์ genomics/proteomics/metabolomics
    • เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์อาหาร (food packaging) บรรจุภัณฑ์ยืดอายุสินค้าเกษตรและอาหาร นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง การประเมินความปลอดภัยบรรจุภัณฑ์อาหารเพื่อการขึ้นทะเบียนตามกฎระเบียบในประเทศและกฎระเบียบสากล การทดสอบวัสดุสัมผัสอาหาร บรรจุภัณฑ์อาหารจากพลาสติกรีไซเคิล การผลิตและขึ้นทะเบียนบรรจุภัณฑ์แอกทีฟ
    • อาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมี่ยม (premium petfood) สำหรับสุนัขและแมว เช่น ผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหารประกอบการรักษาโรค ของขบเคี้ยวฟังก์ชัน อาหารสัตว์เลี้ยงโภชนาการจำเพาะ สาร palatant
    • ชีววิทยาสังเคราะห์ (synthetic biology) และการหมักแบบแม่นยำ (precesion fermentation) ทางอาหารเพื่ออุตสาหกรรม เช่น การผลิตเซลล์ตั้งต้น การผลิตและสังเคราะห์สารสำคัญ
    • โปรตีนทางเลือก (alternative protein) จากพืช สัตว์และจุลินทรีย์ เช่น กระบวนการผลิต กระบวนการสกัด เทคโนโลยีดัดแปลงคุณสมบัติโปรตีน การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มโปรตีนทางเลือกเพื่ออุตสาหกรรม
    • การผลิตอาหารเพื่อสุขภาพและอาหารฟังก์ชันที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยตามความต้องการของตลาด
    • การผลิตส่วนประกอบอาหารและสารสกัดจากธรรมชาติหรือกระบวนการทาง ชีวภาพที่มีมูลค่าสูงตามความต้องการของตลาดการผลิตผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าจากส่วนเหลือของภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร และเทคโนโลยีการหมุนเวียนของเหลือทิ้ง
    • การพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตรและการแปรรูปอาหารเชิงพาณิชย์ที่ได้มาตรฐานสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการ SME

    – ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลัง ผลิตภัณฑ์ซอส สารปรุงรส เครื่องปรุง เครื่องเทศ ผลิตภัณฑ์หมัก แป้งเบลนด์ สารให้ความหวาน

    – การพัฒนาวัตถุดิบในประเทศทดแทนการนำเข้า วัตถุดิบสำหรับโปรตีนจากพืช (plant-based)

    – ผลิตภัณฑ์และส่วนประกอบเชิงสุขภาพจากเห็ดที่มีมูลค่าสูง ได้มาตรฐานสากล

    – กรดอะมิโนและอนุพันธ์ สำหรับใช้เป็นส่วนประกอบอาหาร สารเสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ

    – ใยอาหาร (dietary fiber) – ผลิตภัณฑ์อาหารจากการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงาน ลดของเสียและของเหลือทิ้ง

    ผู้ประสานงาน นักวิเคราะห์ (บพข.)รายละเอียด
    คุณจุฑามาส สื่อประสารโทรศัพท์ 02-109-5432 ต่อ 888
    E-mail: jutamas.sue@nxpo.or.th
    คุณกุลจิรา อรุณสกุลโทรศัพท์ 02-109-5432 ต่อ 871
    E-mail: kujira.aro@nxpo.or.th
    คุณนภัสวรรณ ฟังสูงเนินโทรศัพท์ 02-109-5432 ต่อ 888
    E-mail: napassawan.fu@nxpo.or.th
    คุณปวันรัตน์ คุณบันลือยศโทรศัพท์ 02-109-5432 ต่อ 871
    E-mail: pawanrat.kh@nxpo.or.th
    คุณพิชชา สิงหพันธุ์ (แพทย์สมุนไพร)โทรศัพท์ 02-109-5432 ต่อ 890
    E-mail: pitcha.sin@nxpo.or.th
  • สุขภาพและการแพทย์

    สุขภาพและการแพทย์

    สนับสนุนการผลิตยารักษาโรค การพัฒนาชีววัตถุ เซลล์บำบัด ชุดตรวจโรค เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ และระบบผลิตทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์เพื่อการขึ้นทะเบียน โดยมุ่งเน้นให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตสำคัญของอาเซียนสำหรับผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) และสารสกัดสมุนไพร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดการนำเข้า และส่งออกได้มาตรฐานสากล

    • O1 F2: ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตสำคัญของอาเซียนสำหรับผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products; ATMPs) รวมถึงชีววัตถุ วัสดุอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ และบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงที่เป็นนวัตกรรมระดับสูงและมูลค่า สูง ได้มาตรฐานเทียบเคียงกับสากล และจำหน่ายในต่างประเทศ หรือสามารถทดแทนการนำเข้า โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
    • O1 P1: ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตสำคัญของอาเซียนสำหรับวัคซีน ยา สารสกัดสมุนไพร และวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์และบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง รวมถึงผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) รวมถึงชีววัตถุ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดการนำเข้า และสามารถส่งออกได้ โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
    • F2 (S1P1): พัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products: ATMPs) รวมถึงชีววัตถุ และวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่เป็นนวัตกรรมระดับสูงและมูลค่าสูง ให้เป็นแหล่งผลิตสำคัญของอาเซียน
    • N2 (S1P1): พัฒนาและผลิตยา สารสกัดจากสมุนไพร ที่มีคุณภาพและได้รับการรับรองมาตรฐาน
    • KR1 F2: มูลค่าการขายของผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) รวมถึงชีววัตถุ ที่พัฒนาและผลิตในประเทศไทย มีคุณภาพเทียบเคียงมาตรฐานสากลเพิ่มขึ้น โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (2,000 ล้านบาท ในช่วงปี 2566 – 2570)
    • KR2 F2: จำนวนผู้เชี่ยวชาญ (Expert) ด้านการวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) รวมถึง ชีววัตถุ และผู้เชี่ยวชาญ (Expert) ด้านการผลิตผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) รวมถึงชีววัตถุ ในสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานภาคเอกชน เพิ่มขึ้น (200 คน ในช่วงปี 2566 – 2570)
    • KR3 F2: จำนวนวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์และบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงที่เป็นนวัตกรรมระดับสูงและมูลค่าสูง มีคุณภาพเทียบเคียงมาตรฐานสากล และจำหน่ายในต่างประเทศเพิ่มขึ้น หรือสามารถทดแทนการนำเข้า โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (25 รายการ ในช่วงปี 2566 – 2570)
    • KR5 P1: มูลค่าการขายยา สารสกัดจากสมุนไพรที่พัฒนาและผลิตในประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (500 ล้านบาท ในช่วงปี 2566 – 2570)

    F2 (S1P1) พัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products: ATMPs) รวมถึงชีววัตถุ และวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่เป็นนวัตกรรมระดับสูงและมูลค่าสูง ให้เป็นแหล่งผลิตสำคัญของอาเซียน

    1. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการด้านผลิตภัณฑ์การแพทย์ชั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products; ATMPs) เช่น ผลิตภัณฑ์เซลล์บำบัดจากเซลล์มนุษย์ (Somatic cell Therapy Medicinal Products) ผลิตภัณฑ์ยีนบำบัด (Gene Therapy Medicinal Product) ผลิตภัณฑ์วิศวกรรมเนื้อเยื่อ Tissue Engineered Product) และผลิตภัณฑ์การแพทย์ชั้นสูงแบบลูกผสม (combined ATMP) รวมถึงกระบวนการการผลิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อให้ได้มาตรฐานสากล
    2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการด้านชุดตรวจวินิจฉัยโรค (In vitro diagnostic products; IVD) และเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ใช่ชุดตรวจวินิจฉัย (Non-in vitro diagnostic products; Non-IVD) เพื่อการขึ้นทะเบียน รวมถึงกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อให้ได้มาตรฐานสากล
    3. การวิจัยทางการตลาด การเข้าถึงตลาดของผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ชั้นสูง ชุดตรวจวินิจฉัยโรค และเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ใช่ชุดตรวจวินิจฉัย
    4. การพัฒนาวัคซีนเพื่อรักษาโรคที่ไม่ติดต่อ
    5. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) การพัฒนาขีดความสามารถ (Capacity Building) ที่มีความสำคัญและจำเป็นสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การแพทย์ชั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products; ATMPs) ยาชีววัตถุ (Biologics) วัคซีน (Vaccine) และวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ (Medical devices)
    6. การขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ตามข้อกำหนดของ อย. (Medical device registration according to Thai FDA regulation)
    7. ปัญญาประดิษฐ์สำหรับใช้ด้านสุขภาพและการแพทย์ (AI in Healthcare)
    8. อาหารทางการแพทย์ (Medical food), ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Nutritional Supplements) และ โภชนาการทางคลินิกขั้นสูง (Advanced Clinical Nutrition)

    N2 (S1P1) พัฒนาและผลิตยา สารสกัดจากสมุนไพร ที่มีคุณภาพและได้รับการรับรองมาตรฐาน

    1. การวิจัย และพัฒนายา รวมถึงระบบผลิตทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์เพื่อการขึ้นทะเบียน และให้ได้มาตรฐานสากล (สนับสนุนเฉพาะ ข.3 ข.4 ค.3 ค.4)
    2. การวิจัยและพัฒนา Nutraceuticals, Functional Food และ Cosmeceuticals ที่ต้องการทดสอบ health claims เพื่อการขึ้นทะเบียน และให้ได้มาตรฐานสากล (สนับสนุนเฉพาะ ข.3 ข.4 ค.3 ค.4)
    3. การวิจัย การทำให้บริสุทธิ์ Botanical extracts การวิจัยกลไกของอาการออกฤทธิ์ระดับเซลล์และโมเลกุล การพัฒนาวิธีการผลิต การควบคุมคุณภาพ เพื่อการขึ้นทะเบียน ให้ได้มาตรฐานสากล และส่งออกไปยังต่างประเทศได้
    4. การพัฒนาห้องปฏิบัติการมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เพื่อการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยของสารสกัดจากพืช
    5. การพัฒนาขีดความสามารถและมาตรฐานการทดสอบทางคลินิกให้ได้ระดับสากล
    6. ยกระดับมาตรฐานการผลิตสารสกัดจากธรรมชาติสำหรับการผลิตยาสมุนไพรและเวชสำอางสมุนไพรตามมาตรฐาน GMP ได้แก่ สารสกัดกัญชา สารสกัดจากกระท่อม สารสกัดฟ้าทะลายโจร สารสกัดขิง สารสกัดกระชายขาว สารสกัดกระชายดำ สารสกัด Bromelain และ Anthocyanin
    7. ส่งเสริมการวิจัยผลิตภัณฑ์ยา และสารสกัดสมุนไพรในระดับคลินิกเพื่อการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์
    8. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือกับภาคการผลิตที่เป็นบริษัทเอกชนที่มีมาตรฐานการผลิตระดับสากล
    • ยา ชีววัตถุ ชีววัตถุคล้ายคลึง (Biosimilars) วัคซีน เซลล์บําบัด Targeted Therapy ผลิตภัณฑ์จากสารสกัดจากธรรมชาติ ชุดตรวจวินิจฉัยที่เป็น Niche Area ของประเทศหรือ Regional เพื่อการขึ้นทะเบียน อย.
    • การวิจัยขั้นแนวหน้าด้าน Biomedical Science, Biomedical Engineering และ Bioengineering ที่มี ภาคเอกชนเป็นผู้สนับสนุน (Sponsor) หรือเป็นผู้ใช้สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา (Licensees)
    • วิธีการรักษาด้วยยีน/เซลล์ (Advanced Gene and Cell Therapy) ได้แก่ โรคทางพันธุกรรม โรคมะเร็ง โรคแพ้ภูมิตัวเอง เป็นต้น
    • การแพทย์แม่นยํา (ที่ไม่ใช่โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจาก โครงการ Genomics Thailand โดย สวรส.)
    • วัสดุและเครื่องมือแพทย์ที่ใช้ภายในร่างกาย (Invasive)
    • อุปกรณ์การแพทย์มูลค่าสูง ในกลุ่มอํานวยความสะดวก(Assistive) และป้องกัน (Preventive)
    • ระบบนําส่งยาแบบมุ่งเป้า (Targeted Delivery System)
    ผู้ประสานงาน นักวิเคราะห์(บพข.)รายละเอียด
    คุณรมิดา วะสิโนโทรศัพท์02-109-5432 ต่อ 877
    E-mail: ramida.was@nxpo.or.th
    คุณญาณี ชูศรีโทรศัพท์02-109-5432 ต่อ 805
    E-mail: yanee.chu@nxpo.or.th
  • Innovation Driven Enterprises (IDEs)

    Innovation Driven Enterprises (IDEs)

    กรอบการให้ทุนของแผนงาน IDEs 2570 แผนงานด้านพัฒนาและส่งเสริมให้ประเทศเพิ่มธุรกิจฐานนวัตกรรม (Innovation Driven Enterprises: IDEs) ขนาดใหญ่

    P8S1: พัฒนาธุรกิจฐานนวัตกรรม (IDEs) เพื่อยกระดับรายได้ความสามารถในการแข่งขันและการพึ่งพาตัวเองของประเทศ

    แผนงาน IDEs มีเป้าหมายสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้มีความสามารถในการแข่งขัน และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมสู่อนาคต โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม และอยู่ในแผนงาน พัฒนาธุรกิจฐานนวัตกรรมขนาดใหญ่ (IDEs) เพื่อยกระดับรายได้ ความสามารถในการแข่งขัน และการพึ่งพาตนเองของประเทศ โดยมีเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ ดังนี้

    • O1: ประเทศไทยมีธุรกิจฐานนวัตกรรม (Innovation Driven Enterprises: IDEs) และมีรายได้และมูลค่าจากธุรกิจฐานนวัตกรรม เพิ่มขึ้น โดยการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมทั้งเครือข่าย Innovative Business Development Service (IBDS)
    • KR1 : จำนวนธุรกิจฐานนวัตกรรม (Innovation Driven Enterprises: IDEs) ขนาดใหญ่ที่มีรายได้ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท/ราย/ปี เพิ่มขึ้น โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม) บพข. (12 ราย)
    • KR2 : รายได้จาก SMEs ที่ได้รับการพัฒนาเป็นธุรกิจฐานนวัตกรรม (Innovation Driven Enterprises: IDEs) โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม บพข. (37,500 ล้านบาท)

    กรอบวิจัย: การพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจฐานนวัตกรรมผ่านระบบนิเวศตัวกลาง

    บพข. ให้การสนับสนุนหน่วยงาน Intermediary (IM) ทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” ที่ช่วยสนับสนุน ร่วมจัดทำแผนยุทธศาสตร์และพัฒนานวัตกรรมให้กับเอกชนกลุ่มเป้าหมาย (Innovation Driven Enterprises: IDEs) โดยหน่วยงาน IM สามารถเชื่อมโยงหน่วยงาน Innovation Business Development Service (IBDS) หรือทำหน้าที่เป็น IBDS ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนานวัตกรรมใช้ความรู้และประสบการณ์ขั้นสูงเฉพาะด้าน

    กิจกรรมพัฒนาศักยภาพนวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการ IDE จะต้องประกอบด้วย 3 ส่วน (SPIN Market) ดังต่อไปนี้

    • ส่วนที่ 1 SP-STRATEGIC PLAN: จัดทำแผนกลยุทธ์การดำเนินงานธุรกิจฐานนวัตกรรม
    • ส่วนที่ 2 IN-INNOVATION: พัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์หรือบริการ (Product/Service Innovation) และ/หรือ นวัตกรรมโมเดลธุรกิจ (Business Process Innovation) และ/หรือ นวัตกรรมด้านความยั่งยืนและ ESG (Sustainable Innovation and ESG)
    • ส่วนที่ 3 Market: พัฒนานวัตกรรมทางการตลาดและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Marketing and Data-Driven Innovation)
    • เป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 3 ปี ทั้งรัฐหรือเอกชน หรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร
    • มีประสบการณ์ในการทำหน้าที่เป็น Intermediary (มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนั้นๆ อย่างน้อย 3 ปี มีทีม และมีเครือข่ายสนับสนุน **ซึ่งจะต้องเป็น 8 อุตสาหกรรมหลักที่ บพข. ให้การสนับสนุนเท่านั้น ได้แก่ ด้านสุขภาพและการแพทย์ ด้านอาหารมูลค่าสูง ด้านพลังงาน ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้านดิจิทัลและเซมิคอนดักเตอร์ ด้านยานยนต์แห่งอนาคตและระบบราง ด้านโลจิสติกส์ และด้านท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์**
    • มีเครือข่ายกับอุตสาหกรรมที่ต้องการพัฒนา โดย 1 โครงการจะต้องมุ่งพัฒนาผู้ประกอบการจากอุตสาหกรรมที่ บพข. ให้การสนับสนุนเพียงหนึ่งอุตสาหกรรมเท่านั้น
    • มีสถานประกอบการขนาดกลาง (M) และขนาดใหญ่ (L) ที่เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 3 ราย ที่มีรายได้ 100 – 1,000 ล้านบาท (มุ่งเน้นอุตสาหกรรมด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น)
    • มีเครือข่ายกับหน่วยงาน Innovation Business Development Service (IBDS) ภาครัฐ ภาคเอกชน หรืออื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ หรือหน่วยงาน IM สามารถทำหน้าที่เป็น IBDS ได้
    • สนับสนุนและร่วมจัดทำแผนยุทธศาสตร์ ออกแบบโครงการกับเอกชน กลุ่มเป้าหมาย เพื่อยกระดับผู้ประกอบการให้เป็น IDE ด้วยนวัตกรรม
    • ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับเอกชนเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพด้านนวัตกรรมที่กำหนดข้างต้น (เช่น coaching, mentoring, bridging tech เป็นต้น)
    • จัดหา เชื่อมโยง เอกชนกลุ่มเป้าหมาย กับหน่วยงาน IBDS ที่เหมาะสมกับในการพัฒนาศักยภาพด้วยนวัตกรรม
    • ติดตาม ประเมินผล และให้คำแนะนำในการพัฒนาองค์กร
    • มีความรู้ความเชี่ยวชาญ  (Specialty/Expertise) ด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านในเรื่องที่เกี่ยวกับการเสริมสร้างผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม
    • มีวิธีการและกระบวนทำงานที่เป็นมาตรฐานสากล มีเกณฑ์คุณภาพที่เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรม หรือวงการนั้นๆ และสามารถตรวจสอบได้
    • ได้รับการรับรองคุณภาพ ความรู้ หรือความเชี่ยวชาญที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของอุตสาหกรรม หรือมีประสบการณ์งานที่ให้บริการ ระดับองค์กรหรือบุคคลไม่น้อยกว่า 5 ราย และสามารถอ้างอิงได้
    • มีทรัพยากร (resources) บุคลากร ข้อมูล เครื่องมือ และ/หรือ ทรัพยากรอื่นๆ ในการให้บริการ
    • มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตรที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน
    • ค่าบริการเหมาะสมคุ้มค่า
    • ให้บริการ (provide services) สิ่งที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น ให้บริการตรวจสอบคุณภาพ  ให้บริการออกแบบบรรจุภัณฑ์  เป็นต้น
    • ให้บริการ (นำ, ให้แนวทาง, โค้ช (Lead/Coach/Guide) ส่งเสริม, สนับสนุน (Support)) IDE candidate โดยตรงหรือร่วมกับ Intermediary เพื่อพัฒนาองค์กรธุรกิจฐานนวัตกรรม
    • สนับสนุนความรู้เชิงลึก เทคโนโลยี หรือเครื่องมือ ที่สามารถช่วยเพิ่มศักยภาพด้านนวัตกรรมและสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขององค์กร
    • Medium และ Large Enterprises: MEs/LEs (วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่) บริษัทเอกชนใน 8 อุตสาหกรรมหลักที่ บพข. ให้การสนับสนุนเท่านั้น
    • มีรายได้ 100 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท
    • มีแผนการวิจัยพัฒนานวัตกรรม โดยจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและมีฐานที่ตั้งในประเทศไทย มีเจ้าของเป็นคนไทย หรือมีคนไทยเป็นหุ้นส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
    • ทำความเข้าใจวัตถุประสงค์และเงื่อนไขของโครงการ
    • สมัครและลงนามในเอกสารข้อตกลงเข้าร่วมโครงการซึ่งหมายถึงการร่วมมือกันมุ่งผลสัมฤทธิ์ร่วมกันของผู้เกี่ยวข้อง
    • ทบทวนและจัดทำแผนกลยุทธ์ธุรกิจกำหนดเป้าประสงค์ที่ชัดเจนเหมาะสมกับบริบทและสมรรถนะขององค์กร  และกลยุทธ์ที่จะเสริมสร้างการเติบโตของธุรกิจ โดยผู้นำและผู้บริหารมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนธุรกิจ เห็นชอบ และใช้แผนกลยุทธ์นั้น เป็นแนวทางในการบริหารธุรกิจจริง
    • จัดทรัพยากรและบุคลากรที่มีคุณภาพร่วมเป็นคณะทำงานขับเคลื่อนสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ (Growth building thorough innovation) โดยมีผู้นำองค์กรเป็นผู้นำ
    • ร่วมมือศึกษาและระบุ “นวัตกรรม” ที่จะเป็นฐานในการเติบโต และระบุปัจจัยความสำเร็จที่จะนำไปสู่เป้าหมาย และระบุโอกาสหรืออุปสรรคที่โครงการนี้ อาจช่วยได้
    • ร่วมมือให้ข้อมูลที่จำเป็น สื่อสารร่วมประชุมกับองค์กรหรือสถาบันตัวกลาง (Intermediary) และ IBDS ที่ร่วมกันในโครงการนี้ เพื่อดำเนินงานให้ก้าวหน้าตามแผน
    • สื่อสารแบ่งปันข้อมูลประเด็นความเสี่ยง หรือปัญหากับกลุ่มผู้ร่วมงาน และ/หรือ ในบางกรณีอาจสื่อสารโดยตรงกับผู้อำนวยการ บพข.
    • สื่อสารร่วมมือในการประเมินผลเพื่อพัฒนาต่อเนื่อง
    • ระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี
    • เกณฑ์การร่วมลงทุนจากบริษัทที่เข้าร่วมโครงการปี 2569
      • บริษัทขนาดกลาง (M): In-Cash 15% และ In-Kind 10% ของงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจาก บพข.
      • บริษัทขนาดใหญ่ (L): In-Cash 30% และ In-Kind 10% ของงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจาก บพข.

    ตัวอย่าง

    บพข.

    In Cash

    % In Cash

    IDE 1 (ME)

    1,500,000

    265,000

    15.01

    IDE 2 (LE)

    1,500,000

    645,000

    30.07

    IDE 3 (LE)

    1,500,000

    645,000

    30.07

    งบประมาณรวมที่ IM

    ได้รับการสนับสนุน

    4,500,000

    1,555,000

    25.68

    หมายเหตุ : ไม่สนับสนุนการเดินทางดูงานต่างประเทศหรือร่วมแสดงในงานแฟร์ (บริษัท IDEs สามารถดำเนินการได้โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองส่วนนี้)

    รายงานความก้าวหน้ากับคณะทำงานกลั่นกรองแผนงานที่เกี่ยวข้อง ทุก 6 เดือน

    งวดที่

    เงื่อนไขการเบิกจ่าย

    เงินทุน

    จาก บพข.

    เงินทุนจากเอกชน

    (In-Cash)

    1

    หลังลงนามในสัญญา 30 วัน

    50%

     50%

    2

    รายงานความก้าวหน้า (เดือนที่ 1-6) (IM นำส่งรายงานความก้าวหน้าระยะ 6 เดือน และนำเสนอรายงานความก้าวหน้าระยะ 6 เดือน – แผนปฏิบัติการของ Intermediary, รายงานแผนกลยุทธ์ธุรกิจนวัตกรรมฉบับสมบูรณ์แต่ละบริษัท, ความก้าวหน้าในการพัฒนานวัตกรรมของเอกชนแต่ละราย) ได้รับความเห็นชอบจาก บพข. แล้ว

    40%

     50%

    3

    รายงานฉบับสมบูรณ์ (เดือนที่ 6-12) (IM นำส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ และรายงานแผนกลยุทธ์ธุรกิจนวัตกรรมฉบับสมบูรณ์แต่ละบริษัท (กรณีมีการแก้ไข), IM นำเสนอผลการดำเนินงานตลอดโครงการ สรุปผลการพัฒนาศักยภาพของ IM และบริษัท IDEs) ได้รับความเห็นขอบจาก บพข. แล้ว

    10%

     

    ผู้ประสานงาน นักวิเคราะห์ (บพข.)รายละเอียด
    คุณธนัชพร มุสิกาโทรศัพท์ 02-109-5432 ต่อ 880
    E-mail: thanatchaphorn.mus@nxpo.or.th

  • National Quality Infrastructure

    National Quality Infrastructure

    • O1 P20 : ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมที่สำคัญ และโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพสำหรับการวิจัยขั้นแนวหน้า สามารถสนับสนุนการปรับตัวของอุตสาหกรรมปัจจุบันสู่อนาคต รวมทั้งสามารถรองรับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดสู่อนาคต ทัดเทียมประเทศชั้นนำในเอเชีย รวมทั้งส่งเสริมให้ภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่ได้ลงทุนไปแล้วในระบบ ววน. ให้เกิด ประโยชน์อย่างเต็มที่
    • KR2 P20 : จํานวนโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพที่สร้างใหม่หรือจัดหาซื้อมาหรือได้รับการพัฒนายกระดับเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมปัจจุบันให้ปรับตัวสู่อนาคต และได้รับการยอมรับตามข้อตกลงระหว่างประเทศหรือได้รับการรับรองมาตรฐานสากล (เพิ่มขึ้นจํานวน 25 ชิ้น/ระบบ/ แห่ง)
    • KR3 P20 : จำนวนโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพที่สร้างใหม่หรือจัดหาซื้อมาหรือได้รับการพัฒนายกระดับให้ทัดเทียมสากลเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต (เพิ่มขึ้นจำนวน 5 ชิ้น/ระบบ/แห่ง)
    • KR4 P20 : จํานวนบุคลากรของหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพที่ได้รับการพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญในด้านการยกระดับมาตรฐานทางคุณภาพที่ได้มาตรฐานสากลสําหรับอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต (เพิ่มขึ้นจํานวน 50 คน)
    • KR5 P20 : มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพที่สร้างใหม่ หรือจัดหาซื้อมา หรือได้รับการพัฒนายกระดับและบริการด้านการตรวจวัดการกำหนดมาตรฐานการวิเคราะห์ทดสอบและการรับรองคุณภาพ (เพิ่มขึ้น 1,000 ล้านบาท)

    โครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพ (Quality Infrastructure: QI) คือระบบบูรณาการที่ประกอบด้วยองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้านแต่ทำงานประสานกันอย่างสอดคล้อง ภายใต้นโยบาย กฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของสินค้าและบริการที่เข้าสู่ตลาด ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและส่งเสริมความเป็นธรรมทางการค้าสู่การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและส่งเสริมความเป็นธรรมทางการค้า

    บพข. มุ่งขับเคลื่อนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพ (NQI) เพื่อเป็นฐานรากสำคัญในการผลักดันสินค้าและนวัตกรรมของผู้ประกอบการไทยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยมีกรอบการสนับสนุนหลักดังนี้:

    • การสนับสนุนการสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการนำสินค้าและนวัตกรรมไทยเข้าสู่ตลาดได้จริง โดยมุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้วย “คุณภาพ”
    • การวิจัยเพื่อกำหนดมาตรฐานที่สามารถนำไปต่อยอดใช้เป็นเกณฑ์คุณภาพ หรือกำหนดมาตรฐานของสินค้าในอุตสาหกรรมเป้าหมายได้

    การพัฒนา NQI ภายใต้การสนับสนุนของ บพข. มุ่งเน้นตอบโจทย์กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักของประเทศ จำนวน 8 ด้าน ได้แก่ ด้านสุขภาพและการแพทย์ ด้านอาหารมูลค่าสูง ด้านพลังงานและวัสดุชีวภาพ ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้านดิจิทัลและเซมิคอนดักเตอร์ ด้านยานยนต์แห่งอนาคตและระบบราง ด้านโลจิสติกส์ และด้านท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    • การพัฒนาห้องปฏิบัติการมาตรฐานสากล
    • การพัฒนาวิธีการวัด มาตรฐานการวัด ที่ใช้ในการวิจัย การกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์
    • การพัฒนาวิธีการทดสอบ วิธีการตรวจสอบและรับรอง
    • การพัฒนาหน่วยตรวจสอบรับรองผลิตภัณฑ์หรือบริการ
    • การพัฒนาวัสดุอ้างอิงรับรอง
    • ระบบการสอบเทียบเครื่องมือวัด
    ผู้ประสานงาน นักวิเคราะห์ (บพข.)รายละเอียด
    คุณธนภรณ์ วงศ์คำโทรศัพท์ 02-109-5432 ต่อ 808
    E-mail: thanaporn.won@nxpo.or.th
  • Global Partnership

    Global Partnership

    แผนงาน: P23 (S4) พัฒนาการเป็นศูนย์กลางกำลังคนทักษะสูงที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และศูนย์กลางการเรียนรู้ที่มีความร่วมมือด้านการวิจัยการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของสถาบัน/ศูนย์วิจัยกับเครือข่ายระดับนานาชาติอย่างเข้มแข็งในวงกว้าง

    แผนงานย่อยที่ 1 N49 (S4P23) พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือนานาชาติ (Global Partnership)

    • O1 P23 : สถาบัน/ศูนย์วิจัยในสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานภาคเอกชนหรือภาคประชาสังคม ที่มีผลงานวิจัยและ/หรือเทคโนโลยี และ/หรือนวัตกรรม และ/หรือนวัตกรรมสังคม รวมถึงนวัตกรรมด้านศิลปะ และวัฒนธรรม ร่วมกับเครือข่ายความร่วมมือระดับโลกหรือภูมิภาคในการสร้างผลผลิตและผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย
    • KR3 P23 : จำนวนเครือข่ายความร่วมมือของสถาบัน/ศูนย์วิจัยในสถาบันอุดมศึกษาหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานภาคเอกชนหรือภาคประชาสังคมที่เป็นสมาชิกเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ ด้าน ววน. และมีโครงการร่วมกับเครือข่าย (180 เครือข่าย ในช่วงปี 2566 – 2570)

    แผนงาน Global Partnership มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการวิจัยและสร้างนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยขับเคลื่อนให้นักวิจัยร่วมกับผู้ประกอบการภาคเอกชนไทยทำงานร่วมกับเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีได้อย่างก้าวกระโดด

    บพข. สนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือนานาชาติเพื่อการพัฒนาผลงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศ มุ่งเน้นให้เกิดกระบวนการคาดการณ์เทคโนโลยี (Technology Foresight) การเลือกรับ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) อย่างมีทิศทางตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

    โดยมุ่งเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) ครอบคลุม 8 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ ด้านสุขภาพและการแพทย์ ด้านอาหารมูลค่าสูง ด้านพลังงานและวัสดุชีวภาพ ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้านดิจิทัลและเซมิคอนดักเตอร์ ด้านยานยนต์แห่งอนาคตและระบบราง ด้านโลจิสติกส์ และด้านท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    เป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศให้กับนักวิจัยไทยในระดับนานาชาติ นำไปสู่การทำงานร่วมกับหน่วยงานวิจัยหรือองค์กรนวัตกรรมชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเร่งการเปลี่ยนผ่านผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริงเชิงพาณิชย์ (Commercial Utilization) รวมทั้งการสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติเพื่อปิดช่องว่างด้านมาตรฐานการทดสอบ การรับรอง และกฎระเบียบทางเทคโนโลยี เพื่อเตรียมความพร้อมให้นวัตกรรมไทยได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

    โครงการจะต้องมีกิจกรรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (International Collaboration Activities)เน้นกิจกรรมที่เชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง (Research Utilization) ในภาคอุตสาหกรรม ผ่านรูปแบบความร่วมมือ ดังนี้

    • การร่วมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึก (Joint R&D and Deep-Tech Co-development) ทำงานร่วมกันระหว่างนักวิจัย ภาคเอกชนไทย และสถาบันวิจัยหรือเครือข่ายชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อยกระดับความพร้อมของเทคโนโลยี (Technology Readiness Level – TRL) จากระดับการทดสอบในห้องปฏิบัติการ (TRL 4) สู่ระดับการสาธิตต้นแบบในสภาพแวดล้อมจริงไปจนถึงการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ (TRL 7+) โดยบูรณาการแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) จากพันธมิตรระดับโลก เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของนักวิจัยและผู้ประกอบการไทย
    • การรับการถ่ายทอดและการปรับใช้เทคโนโลยี (Inbound Technology Transfer and Localization) สร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงจากต่างประเทศ และนำมาวิจัยต่อยอดหรือปรับบริบท (Localization) ให้สอดคล้องกับขีดความสามารถและความต้องการของภาคอุตสาหกรรมไทย เพื่อยกระดับสายการผลิตและลดการพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยี
    • การถ่ายทอดเทคโนโลยีไทยสู่สากล (Outbound Technology Transfer) ส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมของไทย ไปถ่ายทอดหรือร่วมพัฒนากับพันธมิตรในต่างประเทศ เพื่อสร้างการยอมรับในศักยภาพทางเทคโนโลยีของไทยบนเวทีโลก
    • การปรับมาตรฐานเทคโนโลยีเพื่อรองรับการใช้งานตลาดโลก (Technology Harmonization and Global Standardization) ร่วมมือกับหน่วยงานในต่างประเทศ เพื่อวิจัยและปรับปรุงคุณลักษณะของนวัตกรรมไทยให้ผ่านข้อกำหนด กฎระเบียบทางเทคนิค หรือมาตรฐานสากล (Global Standards) เพื่อเตรียมความพร้อมของนวัตกรรมทางด้านเทคนิคมุ่งสู่กระบวนการเชิงพาณิชย์ในห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก (Global Value Chain)
    ผู้ประสานงาน นักวิเคราะห์ (บพข.)รายละเอียด
    คุณมลฤดี วิจารณญาณโทรศัพท์ 02-109-5432 ต่อ 806
    Email: monruedee.wic@nxpo.or.th
  • ระบบคมนาคมแห่งอนาคต และระบบราง

    ระบบคมนาคมแห่งอนาคต และระบบราง

    ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านระบบคมนาคมแห่งอนาคต การพัฒนาต้นแบบยานพาหนะไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ระบบขับขี่อัตโนมัติ ระบบราง การบิน หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ การนำเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาพัฒนาต่อยอด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับอุตสาหกรรมไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตของอาเซียนและพึ่งพาตนเองได้

    • O1 F6: ประเทศไทยสามารถยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญ ตลอดจนเทคโนโลยีเกี่ยวเนื่อง เพื่อรองรับการขยายตัวด้านการคมนาคมขนส่งของอาเซียนและพึ่งตนเองได้ โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
    • O1 P6: ประเทศไทยมีระบบโลจิสติกส์และระบบรางที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีอุตสาหกรรมการผลิตที่เกี่ยวข้องรองรับการขยายตัวของระบบดังกล่าว โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
    • F6 (S1P7) เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีเกี่ยวเนื่อง ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตของอาเซียน
    • N12 (S1P6) พัฒนาโครงข่ายระบบรางที่ทันสมัย เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าของประเทศ
    • KR1 F6: มูลค่าการขายแบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญ ตลอดจนเทคโนโลยีเกี่ยวเนื่องของยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (2,750 ล้านบาท ในช่วงปี 2566 – 2570)
    • KR2 F6: จำนวนผู้ประกอบการ รวมถึง SMEs ที่พัฒนาและผลิตแบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญ ตลอดจนเทคโนโลยีเกี่ยวเนื่องของยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (100 ราย ในช่วงปี 2566 – 2570)
    • KR3 F6: จำนวนผู้เชี่ยวชาญ (Expert) ด้านการวิจัย พัฒนาด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีเกี่ยวเนื่อง และผู้เชี่ยวชาญ (Expert) การผลิตด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีเกี่ยวเนื่อง ในสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานภาคเอกชน เพิ่มขึ้น (500 คน ในช่วงปี 2566-2570)
    • KR4 P6: มูลค่าการขายชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมระบบรางที่ผลิตในประเทศเพิ่มขึ้น โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (4,000 ล้านบาท ในช่วงปี 2566 – 2570)
    • KR3 P6: จำนวนผู้เชี่ยวชาญ (Expert) ด้านการวิจัย พัฒนาด้านโลจิสติกส์และระบบราง และผู้เชี่ยวชาญ (Expert) ในอุตสาหกรรมและบริการด้านโลจิสติกส์และระบบราง ในสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานภาคเอกชน เพิ่มขึ้น (500 คน ในช่วงปี 2566 – 2570)

    F6 (S1P7) เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีเกี่ยวเนื่อง ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตของอาเซียน

    การวิจัยเพื่อยกระดับเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศเพื่อให้ สามารถพึ่งพาตนเองได้และเป็นศูนย์กลางการผลิตของอาเซียน โดยมีกรอบการพัฒนาทางเทคโนโลยีเริ่มต้นที่ระดับ TRL 4 โดยมีกรอบวิจัย ดังนี้

    กรอบวิจัย

    1. การวิจัยและพัฒนาเพื่อพัฒนาต้นแบบเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (ยานยนต์ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ (Aviation) รวมถึงด้านอวกาศและดาวเทียม เช่น รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เรือไฟฟ้า รถบัสไฟฟ้า รถบรรทุกไฟฟ้า ระบบการขับขี่อัตโนมัติ ระบบอากาศยาน อากาศยานไร้คนขับ และการพัฒนาต้นแบบชิ้นส่วน อุตสาหกรรมแบตเตอรี่แพ็ค มอเตอร์ เครื่องปรับอากาศในยานยนต์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนดาวเทียม และวัสดุสำหรับอุตสาหกรรมอวกาศ เป็นต้น
    2. การวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟ้ฟ้าและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เช่น การพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการให้ได้รับการยอมรับในระดับสากลหรือได้มาตรฐานระดับสากล

    N12 (S1P6) พัฒนาโครงข่ายระบบรางที่ทันสมัย เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าของประเทศ

    1.ข้อเสนอโครงการควรกำหนดขอบเขตของงานวิจัยที่ประสงค์จะขอรับการสนับสนุนให้ชัดเจนและควรมีความสอดคล้องกับแผนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐหรือคาดว่าน่าจะนำไปสู่การใช้งานจริงได้ในระยะเวลาอันสั้น ตัวอย่างเช่น (ไม่จำกัดอยู่เพียงเท่านี้) งานวิจัยเกี่ยวกับระบบตัวรถ (Rolling stocks)

    • รถบรรทุกตู้สินค้าและอุปกรณ์ส่วนควบ

    • รถโดยสารและอุปกรณ์ส่วนควบ

    • รถจักรไฟฟ้า หรือ ดีเซลไฟฟ้าและระบบ interface เช่น ระบบรับกระแสไฟฟ้า ระบบรับสัญญาณควบคุมการเดินรถ แล้วแต่กรณี

    • รถชุดไฟฟ้าราง (Electric Multiple Unit: EMU) หรือ รถชุดดีเซลราง (Diesel Multiple Unit: DMU) และระบบ interface เช่น ระบบรับกระแสไฟฟ้า ระบบรับสัญญาณควบคุมการเดินรถ แล้วแต่กรณี

    • รถแบบอื่นๆ เช่น รถรางเบา รถรางเดี่ยว พร้อมทั้งอุปกรณ์ส่วนควบ และระบบ Interface แล้วแต่กรณี

    2. นวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยให้กับระบบราง

    * กรณีที่อ้างอิงแผนการจัดซื้อจัดจ้างจากภาครัฐ แต่แผนเหล่านั้นยังไม่มีความชัดเจนของรายละเอียดทางด้านเทคนิค ผู้ดำเนินโครงการสามารถกำหนดรายละเอียดข้อกำหนดทางด้านเทคนิคอ้างอิงจากรถรุ่นที่มีใช้อยู่หรือคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของข้อกำหนดมาเพื่อพิจารณาได้

    • ยานยนต์สมัยใหม่ (Next-generation Automotive): เช่น รถบัสไฟฟ้า (Electric bus), รถบรรทุกไฟฟ้า (Electric trucks), รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Electric motorcycles), เรือไฟฟ้า (Electric boats), ชิ้นส่วนสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้า (EV parts), การดัดแปลงรถบรรทุกไฟฟ้า (Modified electric trucks), แบตเตอรี่ (Battery), สถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging stations) และยานยนต์ไร้คนขับ (Autonomous cars)
    • ระบบราง (Railway System): เช่น รถไฟฟ้ารางเบา (Light rail), รถไฟโดยสาร (Passenger trains) และชิ้นส่วนรถไฟ (Train parts)
    • โดรนและอากาศยาน (Drone and Aviation): เช่น อากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicles: UAVs) และการบริหารจัดการโลจิสติกส์ของอากาศยานไร้คนขับ (Logistics management of UAV)
    • อวกาศและดาวเทียม เช่น ชิ้นส่วนดาวเทียม และวัสดุสำหรับอุตสาหกรรมอวกาศ
    ผู้ประสานงาน นักวิเคราะห์ (บพข.)รายละเอียด
    คุณศิริกาญจน์ หรรษาวัฒนกุลโทรศัพท์ 02-109-5432 ต่อ 896
    E-mail: sirikan.hun@nxpo.or.th
    คุณวรญาธร สินธุยะโทรศัพท์ 082-259-0996
    Email: worrayathorn.si@nxpo.or.th
  • แผนงานโลจิสติกส์

    แผนงานโลจิสติกส์

    พัฒนาเทคโนโลยีและระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่ทันสมัย ได้มาตรฐานสากล สร้างความพร้อมด้านนวัตกรรมโลจิสติกส์ในประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานที่มีการเชื่อมต่อเส้นทางเครือข่ายโลจิสติกส์ เพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางราง และการเปลี่ยนถ่ายที่ต่อเนื่องราบรื่น เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนของผู้ประกอบการในประเทศ

    O1 P6: ประเทศไทยมีระบบโลจิสติกส์และระบบรางที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีอุตสาหกรรมการผลิตที่เกี่ยวข้องรองรับการขยายตัวของระบบดังกล่าว โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม

    N11 (S1P6) พัฒนาเทคโนโลยีและระบบการบริหารจัดการสำหรับระบบโลจิสติกส์ของประเทศที่ทันสมัย และได้มาตรฐานสากล

    • KR1 P6: มูลค่าต้นทุนโลจิสติกส์ของผู้ประกอบการภายในประเทศลดลง โดยการ่ใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (1,000 ล้านบาท ในช่วงปี 2566-2570)
    • KR3 P6: จำนวนผู้เชี่ยวชาญ (Expert) ด้านการวิจัย พัฒนาด้านโลจิสติกส์และระบบราง และผู้เชี่ยวชาญ (Expert) ในอุตสาหกรรมและบริการด้านโลจิสติกส์และระบบราง ในสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานภาคเอกชน เพิ่มขึ้น (500 คน ในช่วงปี 2566 – 2570)
    1. นวัตกรรมและเทคโนโลยีการบริหารจัดการระบบขนส่งและการเชื่อมโยงการค้าการลงทุน
      1.1 ระบบการขนส่งที่มีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และมีความยั่งยืน
      1.2 การบริหารจัดการโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและบริการดิจิทัลเพื่อเชื่อมโยงการค้าการลงทุน และอำนวยการความสะดวกด้านการค้า
    2. นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการระบบคลังสินค้าและสินค้าคงคลัง
      2.1 การพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและบริการดิจิทัล ที่เกี่ยวข้องกับระบบการบริหารจัดการคลังสินค้าและสินค้าคงคลัง
      2.2 การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานและศูนย์บริการโลจิสติกส์
    3. นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการระบบราง
      3.1 การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการและการจัดการทรัพยากรการขนส่งสินค้าทางราง
      3.2 การยกระดับและการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานที่ลงทุนโดยภาครัฐเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อการขนส่งทางรางกับการขนส่งรูปแบบอื่น
      3.3 การพัฒนารูปแบบธุรกิจ (Business Model) และรูปแบบความร่วมมือทางธุรกิจ (cooperative model) เพื่อสนับสนุนการขนส่งทางรางทั้งภายในและระหว่างประเทศ
    • การพัฒนาระบบโลจิสติกส์โดยการใช้ระบบสารสนเทศ E-logistics และ Digital platform ในการบริหารจัดการด้านการขนส่งและจัดเก็บสินค้า
    • ระบบการวิเคราะห์และจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Data analytics and Big data) เพื่อการวิเคราะห์และต่อยอดธุรกิจ
    • การเสริมสร้างศักยภาพผู้ให้บริการโลจิสติกส์
    • การพัฒนาโครงข่ายการเชื่อมโยงการขนส่งและระบบโลจิสติกส์ระหว่างท่าเรือ ระบบราง ถนน และท่าอากาศยาน
    • กฎระเบียบและข้อบังคับเรื่องการคิดอัตราค่าระวางและค่าใช้จ่ายๆต่าง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้และการให้บริการ
    ผู้ประสานงาน นักวิเคราะห์ (บพข.)รายละเอียด
    คุณแพรวนภา เพชรพราวอินตาโทรศัพท์ 02-109-5432 ต่อ 889
    E-mail: paewnapa.pun@nxpo.or.th