
รศ. ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. ร่วมประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการเร่งผลักดัน Positive Lists เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยลดเวลา ลดต้นทุน และสื่อสารประโยชน์ทางสุขภาพ (Health Claims) ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วในงานFrom Science to Shelf: Positive Lists เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ ลดต้นทุน และยกระดับอุตสาหกรรมอาหารอนาคตไทยสู่มูลค่าสูง” ณ อาคารจัตุรัสจามจุรี ในวันที่ 27 ก.ค.2569 โดยมี สอวช. กระทรวง อว. เป็นแกนนำหลักในการจัดงานครั้งนี้ ร่วมกับภาคีเครือข่าย อาทิ บพข., อย., สวก., สกสว., มกอช., สถาบันอาหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย และที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
.
ภายในงาน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้กล่าวแสดงความยินดีและประกาศความร่วมมือ โดยย้ำว่า Positive Lists เป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมของประเทศ เพราะช่วยลดต้นทุน ลดระยะเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารอนาคต สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง อว. ที่มุ่งผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์จริง สร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ปัจจุบันมีการประกาศ Positive Lists แล้ว 16 รายการกล่าวอ้าง ครอบคลุมสารสำคัญหลายชนิด เช่น เบต้า-กลูแคนจากข้าวโอ๊ตและข้าวบาร์เลย์ อินูลินจากชิคอรี โกโก้ฟลาวานอล คาเทชินจากชาเขียว ขณะเดียวกันยังมีสารสำคัญจากวัตถุดิบไทยอีกกว่า 48 ชนิด ที่อยู่ระหว่างการวิจัยและจัดเตรียมข้อมูลทางวิชาการ รวมถึงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการขึ้นทะเบียนรายการกล่าวอ้างทางสุขภาพเพิ่มเติม โดยมีเป้าหมายพัฒนาให้ได้ 150 รายการ
.
ในกระบวนการผลักดันสารสำคัญให้ขึ้นทะเบียนใน Positive List นั้น บพข. เป็นหนึ่งในภาคีเครือข่ายที่สนับสนุนทุนวิจัยแก่นักวิจัยไทยในการทำ Systematic Review เพื่อรวบรวมข้อมูลทางวิชาการและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันความปลอดภัยและสรรพคุณของอาหารและสมุนไพรไทย สำหรับใช้ยื่นขึ้นทะเบียนรายการกล่าวอ้างทางสุขภาพต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่อยู่เบื้องหลังสารสำคัญอีกกว่า 48 ชนิดที่กำลังอยู่ระหว่างการวิจัยในขณะนี้
.
ทั้งนี้ เมื่อสารใดผ่านการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 447) พ.ศ. 2566 ว่าด้วยการกล่าวอ้างทางสุขภาพของอาหารบนฉลาก และ อย. ประกาศขึ้นทะเบียนในบัญชี Positive List เรียบร้อยแล้ว สารดังกล่าวจะกลายเป็น “ประโยชน์สาธารณะ” ที่ผู้ประกอบการทุกรายสามารถนำไปใช้และแสดงข้อความกล่าวอ้างบนฉลากได้ทันที หากใช้ในปริมาณตามที่กำหนด โดยไม่ต้องยื่นขออนุมัติใหม่เป็นรายกรณี ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยลดเวลา ลดต้นทุน และสื่อสารประโยชน์ทางสุขภาพ (Health Claims) ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
นอกจากนี้ ภาคีเครือข่ายยังได้ร่วมกันตั้งเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ว่า ภายในปี พ.ศ. 2575 ประเทศไทยจะมีมูลค่าตลาดเกษตรและอาหารรวม 4.7 ล้านล้านบาท และผลักดันสัดส่วนอาหารอนาคตให้เติบโตเป็น 1.2 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 25 ของตลาดทั้งหมด พร้อมก้าวสู่การเป็น Future Food Innovation Hub of Asia โดยการขับเคลื่อนจะดำเนินผ่าน 3 มิติ ได้แก่ การสร้างอุตสาหกรรมอาหารอนาคต การสร้างเทคโนโลยีของประเทศไทยเอง และการสร้างคนควบคู่กับการสร้างตลาดอนาคต
.
สำหรับงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแถลงความร่วมมือการบูรณาการระหว่างภาครัฐ หน่วยงานวิจัย และภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารอนาคตของไทย รวมถึงรายงานผลการดำเนินงาน ความก้าวหน้า และถอดบทเรียนจากการขับเคลื่อน Positive Lists ให้ข้อมูลและแนวทางปฏิบัติแก่ผู้ประกอบการในการนำ Positive Lists ไปใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์และสื่อสาร Health Claims อย่างถูกต้อง และสร้างกลไกติดตามข้อมูลการใช้ประโยชน์จาก Positive Lists เพื่อนำไปสู่การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ภายในงานยังมีการเปิดพื้นที่บูธนิทรรศการและบริการให้คำปรึกษาการใช้งาน Positive Lists แก่ผู้ประกอบการ พร้อมจัดเวทีเสวนาไฮไลต์ “Winning the Claim Game: Positive List สินค้าผ่านเคลมไว เพิ่มโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยได้เร็วขึ้น” โดย ศ.ดร.ณัฐดนัย หาญการสุจริต ที่ปรึกษาแผนงานอาหารมูลค่าสูง บพข. ได้ร่วมถ่ายทอดแนวทางปฏิบัติจริงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการกล่าวอ้างทางสุขภาพอย่างถูกกฎหมาย เพื่อช่วยขับเคลื่อนสินค้าไทยให้ออกสู่ตลาดโลกได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน
#บพข #PMUC #รวพ #RCAD #สอวช #อย #กระทรวงอว #PositiveLists #FutureFood #นวัตกรรมอาหาร #อาหารมูลค่าสูง






