ข่าว

บพข.สร้างปรากฏการณ์ใหม่บนเวทีระดับโลก หนุน 10 สตาร์ทอัพโชว์เทคโนโลยีอาหารไทย และศิลปะแห่งรสสยาม ในงาน London Tech Week 2024

อาหารไทยไม่ใช่แค่ซอฟต์พาวเวอร์ที่เปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์แห่งสีสันและรสชาติ หากยังคุกรุ่นด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ดีต่ออารมณ์และสุขภาพ ฉีกกฎการผลิตแบบเดิมๆ ถูกเติมเต็มด้วยการบ่มเพาะธุรกิจจนเชี่ยวกราก กระทั่งได้รับคัดเลือกให้ไปโชว์ในเวทีระดับโลกอย่าง  London Tech Week 2024  กับ 10 สตาร์ทอัพ ที่ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีสร้างสรรค์อาหารแนวใหม่ ด้วยเทคโนโลยีเชิงลึก ชนิดที่หลายคนเห็นแล้วต้องออกปากว่า..คิดได้ยังไง

การเดินทางสู่ London Tech Week 2024 ทั้ง 10 สตาร์ทอัพ จะนำเสนอเสน่ห์ความเป็นไทย ภายใต้ธีม “Thailand’s Taste of Tomorrow: Fostering the Future of Food, Faith and Flavours” ณ ริเวอร์ไซด์ สตูดิโอ กรุงลอนดอน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-14 มิถุนายน 2024 เพื่อดึงดูดนักลงทุน ผู้นำเข้า และกลุ่มเป้าหมายเครือข่ายต่างๆ ต่อยอดอาหารไทยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ชั้นนำในตลาดโลก

กิจกรรมครั้งนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม (อว.) โดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)  ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ร่วมสร้างปรากฏการณ์ ฉีกกรอบการตลาดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารไทย ด้วย  “แพลตฟอร์มส่งเสริมการตลาดสำหรับธุรกิจนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต”ผ่านกิจกรรมสุดล้ำกระตุ้นสื่อประสาทสัมผัสทั้งห้าของผู้บริโภค ผสมผสานการเล่าเรื่องผ่านวัฒนธรรมไทย แรงบันดาลใจจากตำนานป่าหิมพานต์ โดยมีภาคเอกชนชั้นนำด้านอาหารร่วมสนับสนุน หวังเตะตานักลงทุนที่เข้ามาฟังการ Pitching ของสตาร์ทอัพไทยทั้ง 10 ราย

มองรายชื่อจากพันธมิตรที่เข้ามาร่วมในกิจกรรมครั้งนี้แล้วต้องบอกว่าไม่ธรรมดา ไม่ว่าจะเป็น แพลตฟอร์มเร่งรัดการเติบโตทางธุรกิจ หรือ FOREFOOD Business Acceleration Platform for Food Tech Startups & Spinoffs เมืองนวัตกรรมอาหาร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โครงการจัดตั้งศูนย์การศึกษาด้านการท่องเที่ยวเชิงศิลปวิทยาการอาหารนานาชาติ (ศกศอ.) หรือ International Gastronomy Tourism Centre (iGTC) คณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หน่วยวิจัยทางประสาทสัมผัสและผู้บริโภคแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KUSCR) คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) 

รศ.ดร.ชาลีดา บรมพิชัยชาติกุล รองผู้อำนวยการด้านกลยุทธ์วิจัย บพข. กล่าวว่า มิติใหม่ของการนำเสนอนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการการทดสอบแพลตฟอร์มส่งเสริมการตลาดสำหรับธุรกิจนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตสู่การเติบโตแบบก้าวกระโดดในตลาดโลก (Food Innovation Global Market Launchpad Testbed: Thailand’s Taste of Tomorrow)” เพื่อเร่งขับเคลื่อนงานวิจัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Science and Technology) ออกสู่เชิงพาณิชย์มุ่งสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและการเติบโตของสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีอาหารไทยได้อย่างยั่งยืนในตลาดสากลโดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารและส่วนผสมอาหารแห่งอนาคตออกสู่ตลาด สร้างประสบการณ์ทางการตลาด  ด้วยการนำเสนอเรื่องราวของแต่ละผลิตภัณฑ์นวัตกรรมผ่านสื่อเชิงสร้างสรรค์  อาทิ การนำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีอาหาร 10 ชนิด ด้วยการจัดแสดงแกลลอรี่ศิลปะหลายหลายสัมผัสที่มากกว่าแค่การมองมีการกระตุ้นประสาทสัมผัสด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีกลิ่นรส โดย ทีมนักวิจัยจาก KUSCR  หรือนิทรรศการการจัดแสดงเทคโนโลยีอาหารเหนือจินตนาการควบคู่กับคุณประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยแนวคิดเภตรารสไทย (หรือ Thailand Tastetology) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีไทย (Thai Tech) และสัมผัสไทย (Thai Touch) โดยนำกลิ่นอายของป่าหิมพานต์ในวรรณคดีไทย มานำเสนอในชื่อนิทรรศการ หิมพานต์รีมิกซ์ 2050 โดย บริษัท เกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัด รวมถึงการนำเสนอประสบการณ์อาหารผสมการออกแบบเสียงโดยเชฟไทยรุ่นใหม่การจัดแสดงนิทรรศการอาหารร่วมกับการผสมผสานสื่อ แสง เสียง ในรูปแบบศิลปะดิจิทัล โดยทีมครีเอเตอร์จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) และร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางสู่ดินแดนแห่งรสชาติอันพิเศษ   ผ่านการนำเสนอ “ศิลปะแห่งรสสยาม” (The Art of Siamese Taste) ที่ไม่เหมือนใคร ภายในแกลเลอรี่กลิ่น (Olfactory Gallery) สุดล้ำ ซึ่งออกแบบโดย SILPIN Thailand เป็นต้น

กิจกรรมนี้จะเป็นเวทีสำคัญสำหรับการสร้างและพัฒนาเครือข่ายและเชื่อมโยงสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีอาหารไทยสู่ระดับโลก ดึงดูดนักลงทุน และกลุ่มเป้าหมาย ให้ได้สัมผัสประสบการณ์เกี่ยวกับส่วนผสมอาหารที่เป็นนวัตกรรมใหม่ในอนาคตกับ 10 สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีอาหาร  ที่มีความใฝ่ฝันนำพาอาหารไทยก้าวไกลในเวทีโลก ประกอบด้วย

ChixTein โปรตีนไก่เข้มข้น ธรรมชาติ 100 เปอร์เซนต์ (All Natural Chicken Protein Concentrate)

เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามาจากงานวิจัย 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลาในการพัฒนา 5-6 ปี โดยผู้คิดค้นมองว่าประเทศไทยมีจุดแข็งคือเป็นแหล่งโปรตีน สามารถผลิตโปรตีนที่มีคุณภาพได้ ผลิตภัณฑ์แรกที่คิดค้นคือ ผงโปรตีนจากจิ้งหรีด ซึ่งผลิตด้วยไอเซคเทคโนโลยี ใช้ชื่อแบรนด์ว่า Sixtein ประสบความสำเร็จอย่างสูง นำมาสู่การผลิตผงโปรตีนไก่เข้มข้น ธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ หรือ ChixTein มีโปรตีน 80-83 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับว่ากิน ChixTein 100 กรัม ได้โปรตีน 80-83 กรัม ซึ่งโปรตีนเป็นหนึ่งในสารอาหารที่สำคัญสำหรับคนทุกวัย แต่ปัญหาของมนุษย์คือได้รับโปรตีนไม่ถึงเกณฑ์กำหนด เช่นหากต้องการโปรตีน 83 กรัม อาจจะต้องกินอกไก่ถึงครึ่งกิโลกรัม จึงเป็นการตอบโจทย์คุณค่าให้กับผู้บริโภค ที่คำนึงถึงสุขภาพและความยั่งยืน

OverDaBlue ผลิตภัณฑ์ผงสาหร่าย (Wild AlgaeTM (Spirulina) and Biominerals from Wild AlgaeTM) 

โอเวอร์ดาบลู มีความเชี่ยวชาญการพัฒนากระบวนการเลี้ยงสาหร่ายแบบทางเลือก โดย Flagship Products ที่จะนำไปแสดงที่ลอนดอนคือ WILD Spirulina หรือ สาหร่ายป่า เป็นผลิตภัณฑ์วีแกน ถือเป็นแหล่งอาหารแห่งอนาคต เพราะมีสารสำคัญซึ่งเป็นที่ต้องการของร่างกาย เช่น แคลเซียม ตอบโจทย์คนที่จำเป็นต้องได้รับแคลเซียมเพิ่มเติม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ขณะที่เทคโนโลยีเชิงลึกของบริษัททำให้แคลเซียมที่ผลิตได้  มีคุณค่าถึง 100 เท่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ทั่วไป ทำให้กลายเป็นอาหารเสริมแนวใหม่ เสริมสร้างความสุขในชีวิตกลับมาอีกครั้ง

Plant Origin ผงไข่แพลนต์เบสด้วยโปรตีนจากรำข้าว (Plant-Based Egg Powder with Rice Bran Protein

ผลงานของนักวิจัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศึกษาการสกัดโปรตีนจากรำข้าว ซึ่งเป็นเศษวัสดุเหลือจากกระบวนการแปรรูปข้าว ซึ่งจากการวิเคราะห์ในห้องแลปพบว่า มีโปรตีนในปริมาณสูงมากกว่า 10-15 เปอร์เซ็นต์ สามารถนำมาสกัดโปรตีนเพื่อความยั่งยืนของการใช้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้กลายเป็นสินค้ามูลค่าสูง อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกการนำมาใช้ยังมีข้อจำกัด เช่น โปรตีนมีรสขม รสเค็ม จนกระทั่งสามารถคิดค้นเทคโนโลยีเชิงลึกแก้ปัญหารสขมและรสเค็มได้ ทำให้ได้โปรตีนที่มีลักษณะเฉพาะ ยีลด์สูงขึ้น โปรตีนสูงขึ้น การละลายดีขึ้น พัฒนาไปสู่โปรดักส์ที่เรียกว่า ผงไข่แพลนต์เบสด้วยโปรตีนจากรำข้าว มีความเป็นธรรมชาติแท้  เชื่อว่าจะเป็นที่สนใจของนักธุรกิจและผู้นำเข้าที่เข้ามาชมการนำเสนอในลอนดอนวีคแน่นอน 

Samadul อาหารเพียวเร่จากธัญพืชพร้อมทานสำหรับผู้มีภาวะกลืนลำบาก (Plant-Based Purée for Dysphagia)

เกิดจากแรงบันดาลใจของผู้คิดค้น ที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์คนในครอบครัวเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ทำให้ต้องหาทางเลือกจากสมุนไพรทั่วประเทศ จนทำให้เห็นว่าเมืองไทยมีของดีที่ซ่อนอยู่มาก ยังต้องการนำออกมาใช้จริง ซึ่งผู้ป่วยมีความทุกข์ทรมานจากการเข้าไม่ถึงอาหารที่สามารถทานได้ ทำให้โรคที่เป็นกำเริบ น้ำหนักลดลง สุดท้ายก็กลายเป็นข่าวร้าย เกิดเป็นปณิธานว่าจะนำความรู้มาแก้ปัญหาเหล่านี้ ในรูปแบบการดูแลสุขภาพองค์รวม ทั้งในเรื่องอาหารและจิตใจ การได้กินอาหารที่ชอบจะช่วยสร้างความสดชื่นด้านจิตใจได้มาก จึงศึกษาวิจัยและพัฒนา จนได้เป็นอาหารเพียวเร่จากธัญพืชพร้อมทานสำหรับผู้มีภาวะกลืนลำบาก เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาการกลืนยาก คนที่ต้องการพลังงานสูง แต่ว่าทานได้น้อย มีโปรตีนจากแหล่งพืชที่มีไฟเบอร์สูง มีสารอาหารจำเป็นครบถ้วน สร้างเนื้อสัมผัสให้เหมาะสมกับผู้ที่มีภาวะกลืนยาก เพิ่มความน่าทานโดยการนำผลไม้ที่มีความสดชื่น เปรี้ยวอมหวาน ช่วยกระตุ้นการบริโภค และสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นเมนูอื่นๆเพิ่มเติมตามใจชอบ

Rico ไวน์ข้าวหมักไร้แอลกอฮอล์จากข้าวไทย (Non-Alcoholic Rice Wine from Thai Rice)

จากความตั้งใจที่ต้องการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเกษตรกร เริ่มต้นจากนาแปลงใหญ่ “ข้าวปากไก่” จังหวัดราชบุรี เพื่อสนับสนุนเกษตรกรรอบโรงงาน พัฒนาข้าว กข 43 นำมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และพบว่าเทรน rice wine เติบโตอย่างมากในตลาดโลก ซึ่งในประเทศไทยมีสินค้าใกล้เคียงกันเรียกว่า สาโท แต่เป็นสินค้าที่หาได้ยาก ทำให้เสียโอกาสในการนำข้าวไทยมาพัฒนาต่อในรูปแบบ rice wine จึงนำข้าว กข43 ซึ่งมีดัชนีน้ำตาลต่ำ คนเป็นโรคเบาหวานก็รับประทานได้ มาพัฒนาเป็น น้ำข้าวหมักภายใต้แนวคิดแบบ rice wine แต่ว่าไม่มีแอลกอฮอล์ จนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์  Rico น้ำข้าวหมักในน้ำแร่ เจ้าแรกของประเทศและเจ้าแรกของโลก

Get Taste Thai ผลิตภัณฑ์เม็ดฟู่สมุนไพรรสผลไม้ไทย (Thai Fruit-Infused Herbal Effervescent Tablet)

อีกหนึ่งผลงานที่ต่อยอดจากงานวิจัย ตอบโจทย์ผู้ป่วยที่มีภาวะกลืนยาก ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ ผลิตภัณฑ์เม็ดฟู่สมุนไพรรสผลไม้ไทย นอกจากจะใช้กระบวนการผลิตที่เน้นความยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ผลไม้ที่นำมาผลิตเป็นเม็ดฟู่ ต้องเป็นสินค้าจีไอ หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งจะมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก   อย่างขมิ้นชัน ก็ต้องเป็นของสุราษฎร์ธานี มะม่วงก็ใช้มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจากบางคล้า มังคุดจากเขาคีรีวงศ์ สับปะรดภูแล เป็นต้น เรียกว่าคัดสรรค์ความเป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์อย่างแท้จริง โดยใช้เทคโนโลยีเชิงลึกที่คิดค้นเพื่อสกัดจนได้กลิ่น รสชาติ สารอาหาร วิตามิน ครบถ้วน แม้ปัจจุบันตลาดเม็ดฟู่จะมีผู้ผลิตจำนวนมาก  แต่ยังไม่มีเม็ดฟู่สมุนไพรไทย และที่สำคัญคือการนำผลไม้จีไอมาเป็นวัตถุดิบ ก็มีเพียงแห่งเดียว การวาดฝันเข้าสู่ตลาดโลก จึงไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก

ImuneUP ผลิตภัณฑ์ส่วนผสมเชิงฟังก์ชั่นส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน (Cell-Based Immune Boosting Ingredients)

หนึ่งในผู้ประกอบการที่ต้องการนำงานวิจัยลงจากหิ้งเข้าไปสู่ห้าง จึงพัฒนา ImuneUP ผลิตภัณฑ์ส่วนผสมเชิงฟังก์ชั่นส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และได้รับรางวัล ท็อปอินโนเวชั่น จากงาน THAIFEX ด้วยความโดดเด่นของเทคโนโลยีเชิงลึก ซึ่งได้ร่วมพัฒนากับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สามารถย่นระยะเวลาการเพาะเลี้ยงเห็ดถังเช่าสีทอง เพื่อนำสารมาสกัดสำหรับกระตุ้นภูมิคุ้มกัน จากปกติที่ต้องใช้เวลาเลี้ยง 90 วัน เหลือเพียง 7 วัน  จึงมั่นใจว่าในเรื่องการตลาด มาถูกทางแน่นอน

Calcineers ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไบโอแคลเซียมจากกระดูกปลาทูน่า (Bio Calcium from Tuna Bones) 

จากประสบการณ์ของนักวิจัยที่เคยเป็นมะเร็ง ระยะสอง ให้ครีโมไม่ครบ เพราะร่างกายรับไม่ไหว ต้องหนีกลับไปอยู่บ้าน และรักษาด้วยการกินยาสมุนไพร หลังจากนั้นอีก 6 เดือนไปตรวจ ไม่เจอเชื้อมะเร็ง จึงเป็นแรงบันดาลใจให้อยากผลิตอาหารเสริมดีๆให้กับผู้บริโภค ประกอบกับที่บ้านทำประมง  เห็นเศษเหลือจากปลาที่ถูกขนไปทิ้งหรือไปทำอาหารสัตว์จำนวนมาก จึงเกิดไอเดียผลิตแคลเซียมจากกระดูกปลาทูน่า นอกจากจะเป็นไบโอแคลเซียมแล้ว ยังผสมสมุนไพร เพื่อประโยชน์ต่อร่างกาย มีความเป็นออร์แกนิกส์ 100 เปอร์เซ็นต์ จึงดูดซึมง่าย ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย น่าจะถูกใจนักลงทุนและผู้นำเข้าที่อยากได้ผลิตภัณฑ์แบบนี้ไปทำตลาด

Honey Medica น้ำผึ้งสมุนไพร หรือ Super Honey จากเสม็ดขาว (Sustainable Honey-Based Health Products from Melaleuca)

แบรนด์ Honey Medica เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว ร่วมมือกับสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยในไทย ทั้งในเชียงใหม่และนครราชสีมา และยังได้ทำงานร่วมกับ Key persons หรือบุคคลสำคัญมากมายในประเทศไทย โดยเฉพาะในการศึกษา ค้นคว้า สร้างมาตรฐานให้กับผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้ง ซึ่งเริ่มจากการเดินทางไปเก็บตัวอย่างน้ำผึ้งที่มีคุณภาพในหลากหลายพื้นที่ของไทยในภูมิภาคต่างๆ จนมาในวันนี้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งคุณภาพที่มาจากน้ำผึ้งภาคใต้ของไทย ทั้งที่เป็นรูปแบบ Honey shot และ Honey yummy โดยแบรนด์ต้องการผลิตผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งในแนวทางที่มีความยั่งยืน ขณะเดียวกัน อยากให้ความรู้ที่ถูกต้องกับผู้บริโภคชาวไทยในการบริโภคน้ำผึ้งเพื่อสุขภาพ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วย โรคภัยต่างๆ และในอนาคต ได้วางแผนในการทำโครงการที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดสำหรับผึ้ง และจะขยายผลการเลี้ยงผึ้งกับพืชพันธุ์หลากหลายในประเทศไทย เพื่อให้ได้น้ำผึ้งที่มีกลิ่น รสชาติ แตกต่างออกไป

Musarium ซีเรียลอบกรอบเพื่อสุขภาพจากแป้งกล้วยน้ำว้าและข้าวไทย (Cereal-Based Products from Green Banana Flour and Thai Rice)

เป็นอีกหนึ่งงานวิจัยจากอาจารย์สาขาวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ มหาวิทยาลัยวิทยาเขตสงขลานครินทร์ ที่ต้องการเปลี่ยนงานวิจัยเป็นของจริงสู่ผู้บริโภค สู่ตลาดโลก ซึ่งกล้วยน้ำว้าได้รับการพิสูจน์จากงานวิจัยทั่วโลกว่ามีประโยชน์อย่างมาก แต่ยังไม่มีใครนำมาทำเป็นผง นอกจากจะช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการแปรรูปเป็นอาหารมูลค่าสูง ยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค แค่แป้งกล้วย กินเปล่าๆก็มีประโยชน์ ถ้าทำให้อร่อย มีคุณภาพ เก็บไว้ได้นาน นั่นคือสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ เช่นเดียวกับข้าว ซึ่งเมืองไทยผลิตข้าวจำนวนมาก ทำอย่างไรจึงจะสร้างมูลค่าเพิ่มได้ จึงศึกษาว่าผู้บริโภคกำลังมองหาโซลูชั่นอะไร ก็พบว่าคนจำนวนมากต้องการ แป้งกล้วยและแป้งข้าว ที่ปลดปล่อยน้ำตาลอย่างช้าๆ เหมาะสำหรับผู้ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือควบคุมระดับน้ำตาล  มีใยอาหารตามธรรมชาติ กินแล้วไม่อ้วน เกิดสารที่ดีต่อสุขภาพมากมาย มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์นี้จะรังสรรค์ชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้นอีกหลายเท่าตัว

การนำสตาร์ทอัพ 10 รายไปนำเสนอผลงานที่ London Tech Week 2024 บพข. และหน่วยงานร่วมจัด ยังได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต กรุงลอนดอน รวมทั้งภาคเอกชนคือ หอการค้าจังหวัดจันทบุรี บริษัท เกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัด (Greyhound Café) และ บริษัท ซิลพิน เอเชีย จำกัด (Silpin Asia Co., Ltd.) ซึ่งทุกคนล้วนมีประสบการณ์ให้คำแนะนำที่มีประโยชน์อย่างมาก โดย เกรฮาวด์ คาเฟ่ เปิดร้านอาหารไทยในหลายประเทศ ทำให้รู้ว่าอาหารแบบไหนถูกใจคนท้องถิ่นนั้นๆ และต้องบริหารจัดการอย่างไรอาหารไทยจึงจะเติบโตได้อย่างยั่งยืน หรือ ซิลพิน เอเชีย ทีมีความเชี่ยวชาญด้านสร้างสรรค์ผลิตวัตถุดิบแต่งกลิ่นอาหารไทยให้มีรสชาติน่าอภิรมย์ยิ่งขึ้น ก็จะแนะนำคุณสมบัติของกลิ่นมาต่อยอดอาหารไทยของ 10 สตาร์ทอัพให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ขณะะที่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Creative Economy Agency จะช่วยสร้างความคิดสร้างสรรค์บนฐานขององค์ความรู้ ทรัพย์สินทางปัญญา และการศึกษาวิจัยซึ่งเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม พื้นฐานทางประวัติศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อใช้ในการพัฒนาธุรกิจ การผลิตสินค้าและบริการในรูปแบบใหม่ ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจหรือคุณค่าทางสังคม รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตของไทยในประเทศต่างๆ จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างกระแสอาหารไทยให้เจิดจรัส ก้าวไกลในเวทีโลกอย่างสง่างาม 

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *