กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

บพข. ลงพื้นที่สระบุรี ตรวจเยี่ยม 2 โครงการวิจัยใหญ่ ‘ดักจับคาร์บอน VPSA’ โดย SCG Cement–SCGC–มจพ. และ ‘ไฮโดรเจนจากขยะ RDF’ โดยจุฬาฯ ร่วมกับ SCGC และ SCG Cement เดินหน้าปฏิวัติอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำสู่ Net Zero”

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. นำโดย ดร.อัญชัญ ชมภูพวง รองผู้อำนวยการ บพข. และคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิ ปรึกษาแผนงาน และนักวิเคราะห์ บพข. ซึ่งได้รับมอบหมายจาก รศ.ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย์ ผู้อำนวยการ บพข. พร้อมด้วย ดร.ปิยะทัศน์ พาฬอนุรักษ์ ผู้อำนวยการหน่วยภารกิจสนับสนุนงานอำนวยการกำกับดูแลส่วนงานติดตามและประเมินผล สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดสระบุรีเพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมของ 2 โครงการวิจัยเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ประจำปีงบประมาณ 2568 ภายใต้แผนงานเศรษฐกิจหมุนเวียน และแผนงานพลังงาน เคมี และวัสดุชีวภาพ มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมขั้นสูงเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมหนักของประเทศ เมื่อวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 ณ จังหวัดสระบุรี

ดร.อัญชัญ ชมภูพวง รองผู้อำนวยการ บพข. เปิดเผยว่า “บพข. มีความมุ่งมั่นในการเป็นกลไกสำคัญเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและพลังงานสะอาดของประเทศไทย การลงพื้นที่ในครั้งนี้ทำให้เห็นศักยภาพและความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชนชั้นนำ ซึ่งทั้ง 2 โครงการไม่เพียงแต่พัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงในระดับ TRL 4-6 เท่านั้น แต่ยังมีแผนการขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ที่ชัดเจน สามารถตอบโจทย์มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากล และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกลับคืนสู่ประเทศได้อย่างมหาศาล บพข. คาดหวังอย่างยิ่งที่จะได้เห็นความสำเร็จของทั้ง 2 โครงการ เพื่อให้เป็นต้นแบบในการต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมปูนและอุตสาหกรรมอื่นๆ ของประเทศต่อไป”

สำหรับรายละเอียดและความก้าวหน้าของ 2 โครงการวิจัยหลัก มีดังนี้

1. โครงการต้นแบบกระบวนการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยเทคโนโลยีการดูดซับแบบสลับความดันสูญญากาศ (VPSA) โดยใช้ตัวดูดซับจากธรรมชาติเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ในการนำไปบ่มคอนกรีต

โครงการนี้ดำเนินการโดย ดร.นันทิชา กาละปัตย์ จากบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด เป็นการพัฒนาระบบดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ระดับภาคสนามด้วยเทคโนโลยีการดูดซับแบบสลับความดันสุญญากาศ (VPSA) โดยความโดดเด่นอยู่ที่การใช้ “ซีโอไลต์ผสมดินเหนียวธรรมชาติ” เป็นตัวดูดซับ สามารถดักจับ CO2 จากก๊าซไอเสียโรงงานปูนซีเมนต์ได้ 100-500 กิโลกรัมต่อวัน ให้ความบริสุทธิ์สูงกว่า 80% เพื่อนำก๊าซคาร์บอนที่ดักจับได้ไปใช้ในกระบวนการบ่มคอนกรีต ยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์คอนกรีตคาร์บอนต่ำคุณภาพสูง

ปัจจุบันโครงการคืบหน้าแล้วกว่า 75% โดยทีมวิจัยประสบความสำเร็จในการออกแบบ P&ID และจัดสร้างโครงสร้างเครื่องต้นแบบนำร่อง พร้อมผ่านการทดสอบจุดรั่วที่แรงดันสูง 10-20 bar เรียบร้อยแล้ว รวมถึงผลิตและขึ้นรูปวัสดุดูดซับซีโอไลต์เกรดพิเศษ (SCG1) บรรจุลงเครื่องทดสอบรวมกว่า 1,000 กิโลกรัม โดยอยู่ระหว่างเร่งติดตั้งระบบควบคุมอัตโนมัติ (PLC/HMI) ซึ่งคืบหน้าแล้วกว่า 90%

แม้ปัจจุบันจะอยู่ระหว่างวิจัย แต่มีการคาดการณ์ผลกระทบในระยะยาว (ตั้งแต่ปี 2035 เป็นต้นไป) ว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมซีเมนต์ได้ถึง 10,000 – 50,000 ตันต่อปี สร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์คอนกรีตและวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำสูงถึง 26,000 ล้านบาทต่อปี และสร้างรายได้เสริมจากคาร์บอนเครดิตอีกกว่า 55.3 ล้านบาทต่อปี

2. โครงการการผลิตไฮโดรเจนจากขยะเชื้อเพลิง (RDF)

โครงการนี้ดำเนินการโดย รศ.ดร.ประพันธ์ คูชลธารา จากภาควิชาเคมีเทคนิค คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมทุนกับ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด เป็นการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์แบบสองขั้นตอนต่อเนื่อง (Two-stage reactor) เพื่อเปลี่ยนขยะชุมชนที่แปรรูปเป็น RDF ซึ่งประเทศไทยมีมากถึง 600,000 ตันต่อปี ให้กลายเป็นก๊าซไฮโดรเจนสะอาดคาร์บอนต่ำ เพื่อนำไปทดแทนการใช้ถ่านหินฟอสซิลในเตาเผาปูนซีเมนต์ โดยใช้เทคโนโลยีบูรณาการปฏิกิริยา Water-Gas Shift (WGS) และระบบ Pressure Swing Adsorption (PSA) เพื่อคัดแยกไฮโดรเจนให้บริสุทธิ์มากกว่า 85 vol% พร้อมระบบดักจับ CO2 หมุนเวียนกลับมาใช้ในกระบวนการ

ปัจจุบันโครงการดำเนินงานไปแล้ว 30% (จากกรอบเวลา 18 เดือน) ซึ่งทีมวิจัยสามารถแก้ปัญหาความแปรปรวนของขยะ RDF ที่มีดินปนเปื้อนสูง (เถ้า 49.61%) ด้วยการพัฒนากระบวนการคัดแยก บด และอัดแท่ง จนได้มาตรฐาน RDF ที่มีเถ้าต่ำเพียง 10.91% และให้ค่าความร้อนสูงถึง 6,480 kcal/kg นอกจากนี้ยังจัดสร้างระบบป้อนสารแบบสกรูต่อเนื่องกำลังผลิตมากกว่า 10 kg/day ได้ตามเป้าหมาย และผลทดสอบเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าระบบสามารถเพิ่มสัดส่วนไฮโดรเจนได้สูงถึง 47 – 56 vol% ซึ่งพร้อมสำหรับการทดสอบระบบ WGS และ PSA ในเฟสต่อไป

ทีมวิจัยยังคงพัฒนาต้นแบบอย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งสู่ TRL 6 โดยตั้งเป้าหมายเชิงพาณิชย์ในการผลิตไฮโดรเจนสะอาดจากขยะให้มีต้นทุนต่ำที่สามารถแข่งขันได้ในระดับราคา 3 – 5 USD ต่อกิโลกรัม หากขยายผลสู่ระดับ Pilot Scale และ Field Demonstration (TRL 7-9) ได้สำเร็จ จะสามารถสร้างมูลค่ามหาศาลจากการซื้อขายสิทธิ์ในเทคโนโลยี (IP) การจำหน่ายก๊าซไฮโดรเจนสะอาด รวมถึงลดภาระภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) ให้กับอุตสาหกรรมส่งออกของไทยในอนาคต

บพข. พร้อมเดินหน้าสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อผลักดันทั้ง 2 โครงการนี้ให้ก้าวไปสู่ระดับ TRL 9 และออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน