กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

บพข. จับมือ มมส. เดินหน้าโครงการ “Art and Creative Industrial Accelerator” ยกระดับ อุตสาหกรรมหมอลำ สู่สากล พร้อมจัดงาน “มหาหมอลำเฟสติวัล” เสริมพลัง Soft Power ไทยให้ดังไกลระดับโลก

หากกล่าวว่า หมอลำ คือ ตัวแทนสื่อถึง “อัตลักษณ์ของอีสาน” เชื่อว่าคำกล่าวนี้ไม่เกินจริงและไม่ใช่แค่ชาวอีสานแต่ชาวไทยทุกคนจะเห็นด้วย เพราะศิลปะการแสดงหมอลำ แม้จะมีถิ่นกำเนิดเกิดจากแดนดินถิ่นอีสาน แต่เมื่อกาลเวลาผันผ่าน หมอลำ ได้พัฒนาเป็นเพลงและการแสดงที่คนไทยทั้งประเทศต่างชื่นชอบ จนได้รับยกย่องว่าเป็นอีกหนึ่ง Soft Power ไทย ที่เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกก็ว่าได้

ด้วยเหตุนี้ หมอลำ จึงมีศักยภาพในการผลักดันให้เป็นทั้ง Soft Power ที่สื่อถึง “ความเป็นอีสาน” และความรุ่มรวยของวัฒนธรรมไทยที่มีความแตกต่าง หลากหลาย ไปในแต่ละภูมิภาค นอกจากนั้น เมื่อศึกษาลึกลงไป ก็จะพบว่า ในปัจจุบันการแสดงหมอลำ ได้ขยายและเติบโตเป็น “อุตสาหกรรมหมอลำ” ที่มีอีโคซิสเต็มเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ ให้กับประชาชนได้มหาศาล โดยจากการสำรวจล่าสุด อุตสาหกรรมหมอลำ สามารถสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจถึง 6,600 ล้านบาทต่อปี จ้างแรงงานมากกว่า 40,000 คน

ดังนั้น เพื่อส่งเสริม รักษาและสืบทอดศิลปะการแสดงหมอลำ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่ในสังคมไทย พร้อมกระตุ้นให้เยาวชนและนิสิต นักศึกษา ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของศิลปะพื้นบ้านและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ตลอดจนในมิติของการสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยการเชื่อมโยงศิลปะการแสดงหมอลำกับกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) มหาวิทยาลัยที่ได้ชื่อว่า “ตักศิลาของอีสาน” และยังเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่เปิดการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับดนตรีพื้นบ้าน หมอลำ การแสดง และศิลปะวัฒนธรรมอีสานหลากหลายสาขาวิชา จึงได้ดำเนินโครงการยกระดับอุตสาหกรรมหมอลำสู่สากลและโครงการมหาหมอลำเฟสติวัล ซึ่งทั้งสองโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทุนจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ภายใต้โครงการ “Art and Creative Industrial Accelerator”


รศ.ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีประทีป ผู้จัดการศูนย์ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

โครงการยกระดับหมอลำสู่สากล

รศ.ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีประทีป ผู้จัดการศูนย์ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของการดำเนินโครงการ “Art and Creative Industrial Accelerator” ที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม รับผิดชอบ เพื่อยกระดับ อุตสาหกรรมหมอลำ สู่สากล ว่า

“ภายใต้โครงการ Art and Creative Industrial accelerator ทางมหาวิทยาลัยมหาสารคามจะได้รับทุนสนับสนุนจาก บพข. ให้พัฒนา 2 โปรเจกต์ใหญ่ ที่เกี่ยวข้องกับ กลุ่มที่ 2 เป็น Music and Performance Art ในโครงการยกระดับอุตสาหกรรมหมอลำสู่สากล และกลุ่มที่ 3 เป็น Festival งานเทศกาล โดยเป็นการพัฒนาการจัด มหาหมอลำเฟสติวัล”

“เริ่มจากโปรเจกต์แรกที่เกี่ยวกับ โครงการยกระดับอุตสาหกรรมหมอลำสู่สากล มีการวางเป้าหมายไว้ชัดเจนว่า ต้องทำให้เกิดการสร้างศิลปินหมอลำหน้าใหม่หรือผลิตภัณฑ์ด้านดนตรีและศิลปกรรมทั้งในแง่ของการพัฒนา ผลิตภัณฑ์จากตลาดแก่าสู่ตลาดใหม่ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดใหม่ด้วย เพื่อเป็นการยกระดับหมอลำไทยและขยายผู้บริโภคศิลปะหมอลำไปสู่ตลาดโลกและได้รับความนิยม”

วงศิลป์อีสาน วงหมอลำ ม.มหาสารคาม

“ส่วนกระบวนการในการเดินหน้าตามเป้าหมายที่วางไว้ ก็จะเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการรับสมัคร การบ่มเพาะในทุกมิติ ตั้งแต่ตัวศิลปินเอง การพัฒนาในด้านแฟชั่นดีไซน์ ที่จะออกแบบเครื่องแต่งกาย ออกแบบงานโชว์ แสง สี เสียง ให้มีความอลังการ น่าสนใจ ดึงดูดผู้ชม ตามขั้นตอน ดังนี้”

• ประชาสัมพันธ์โครงการและการประกาศรับสมัคร
• คัดเลือกกรรมการ (ผู้ทรงคุณวุฒิ/ผู้เชี่ยวชาญทางด้านดนตรีหมอลำ)
• คัดเลือกศิลปินเพื่อเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะ
• บ่มเพาะและเร่งการเติบโต (กิจกรรมฝึกอบรมสำหรบศิลปินหมอลำ โดยเน้นการพัฒนาทักษะด้านการร้อง การแสดงและการใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้าน รวมถึงการออกแบบท่าเต้นที่สามารถสะท้อนถึงการเคลื่อนไหวที่มีเอกลักษณ์ของหมอลำพร้อมกับการใช้ท่าเต้นที่เหมาะสมกับเครื่องดนตรีใหม่)
• เชื่อมโยงหรือส่งต่อไปยังเวทีที่ใหญขึ้น (คัดเลือกตัวแทนหรือวงไปทำการแสดงในเวทีต่างๆ หรือโชว์ผลงานเวทีต่างประเทศ)

“สำหรับการรับสมัครศิลปินนั้น ก็จะเปิดกว้างให้ทั้งบุคคลทั่วไปและนิสิต นักศึกษาที่เรียนกับเรา จากนั้นจะมีคณะกรรมการคัดเลือกให้เหลือ 10 คน โดย 10 คนที่ผ่านการคัดเลือกก็จะมาเข้าบูธแคมป์ประมาณ 3 เดือน โดยในส่วนของการบ่มเพาะนี้ทาง วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ จะเป็นผู้ดูแล และเมื่อผ่านบูธแคมป์ ก็จะมีการคัดเลือก จาก 10 คน ให้เหลือ 3 คน จากนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมพร้อมให้เป็นศิลปิน แต่งเพลงให้ แต่งเนื้อร้อง ทำนอง และออกแบบท่าเต้น จากนั้นก็ถ่ายทำ MV ให้ และเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ให้ผู้คนรู้จักผ่านทางสื่อต่างๆ ควบคู่ไปกับการเทรนความพร้อมให้ศิลปินทั้ง 3 คนไปทำการแสดงที่ประเทศจีน”

วงศิลป์อีสาน วงหมอลำ ม.มหาสารคาม

ที่สุดแล้ว หลังสิ้นสุดโครงการ “ยกระดับหมอลำสู่สากล” สิ่งที่จะพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับ อุตสาหกรรมหมอลำ และการแสดงหมอลำของไทย คือ

  • • สร้างศิลปินหน้าใหม่เพื่อเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะ จำนวน 10 ราย
    • เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวกับหมอลำ เช่น Art toys / Token ซึ่งเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นจากการมีศิลปินหมอลำ
    • ทำให้เกิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างน้อยจานวน 6 ผลงาน เพราะจะเน้นพัฒนาเพลงใหม่ ท่าเต้นใหม่
    • ศิลปินมีเพลงเป็นของตนเองพร้อม MV ประกอบ จำนวน 3 ราย
    • ศิลปินทำการแสดงในเวทีต่างประเทศจำนวน 1 ครั้ง
    • เชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือ 1 ประเทศ
    • เกิดกระบวนการหรือกิจกรรเวิร์คชอปหรือบูธแคมป์ เพื่อเร่งการพัฒนาทักษะ การเติบโตของหมอลำ โดยใช้ทั้งอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหาสารคามเอง และศิลปินแห่งชาติด้านหมอลำที่มาเป็นโค้ช ให้คำแนะนำ ปั้นหมอลำหน้าใหม่ที่มีความรู้ความสามารถขึ้นมา
    • ขยายกลุ่มผู้บริโภค หรือนักฟังหมอลำเพิ่มเติม
    • ทำให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นในทุกมิติที่เกี่ยวข้องกับการแสดงหมอลำ การพัฒนาความสามารถในการแข่งขันด้านดนตรี
    • สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนรักการแสดงหมอลำ รู้สึกถึงคุณค่าของการแสดงหมอลำ

โดยโครงการนี้ เป็นความร่วมมือกันระหว่าง 4 หน่วยงานในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

1. วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ดูแลรับผิดชอบในการบ่มเพาะศิลปินหมอลำหน้าใหม่ และประสานงานกับศิลปินแห่งชาติด้านหมอลำ ที่จะเข้ามาช่วยในการฝึกฝน บ่มเพาะ ศิลปินใหม่

2. คณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ จะเข้ามามีบทบาทในเรื่องการออกแบบท่าเต้น เสื้อผ้าหรือชุดที่ใช้ในการแสดงที่เหมาะสมกับบุคลิกของศิลปิน เพลง และการร้อง

3. สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มีบทบาทในการยกระดับและเชื่อมโยงหมอลำสู่สากล นั่นคือ มหาวิทยาลัยกวางซี และสถาบันวัฒนธรรมที่จีน ที่ทาง มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้ไปทำความร่วมมือไว้ โดยที่ มมส. เองก็ได้จัดตั้ง สถาบันขงจื้อ ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยชนชาติกวางซี และฮั่นบั้น (HAN BAN) เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรม และดำเนินกิจกรรมทางวิชาการที่เกี่ยวกับการศึกษาภาษาและวัฒนธรรมจีน

4. คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามาดูแลเรื่องการทำ Steaming การจัดทำ VTR แนะนำศิลปิน และการทำดิจิทัลคอนเทนต์ และเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ นอกจากนั้นยังมีส่วนในการออกแบบ Art toy และ Token เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบในการสร้างรายได้เพิ่มเติมให้ศิลปินและวงหมอลำด้วย

โดยทั้ง 4 หน่วยงานนี้จะทำงานร่วมกับ ศูนย์ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หรือ UIC ในการดำเนินโครงการ Art and Creative Industrial accelerator ทั้ง 2 โครงการ


โครงการมหาหมอลำเฟสติวัล

ต่อมาเป็นอีกหนึ่งโครงการที่มีจุดประสงค์หลักเพื่อยกระดับหมอลำสู่เวทีโลก สร้างมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์และผลักดันจังหวัดมหาสารคามให้เป็นศูนย์กลางหมอลำนานาชาติ นั่นคือ โครงการมหาหมอลำเฟสติวัล ซึ่ง รศ.ดร.เกียรติศักดิ์ ได้กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของโครงการนี้ว่า

“ดังที่เกริ่นมาว่า อุตสาหกรรมหมอลำ เป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในภาคอีสานมาอย่างยาวนานและมีมูลค่ามหาศาล ยืนยันได้จากข้อมูลค่าจ้างวงหมอลำ แบ่งออกเป็น

• หมอลำกลอนแบบดั้งเดิม ราคาจ้างอยู่ที่ 20,000 – 30,000 บาท/วัน/งาน|
• หมอลำซิ่งหรือหมอลำกลอนประยุกต์ ราคาจ้างอยู่ที่ 40,000 – 60,000 บาท/วัน/งาน
• หมอลำเรื่องต่อกลอนหรือหมอลำวงใหญ่ ราคาจ้างอยู่ที่ 200,000 บาทขึ้นไป/วัน/งาน หรือ ขึ้นอยู่กับระยะทางในการเดินทางไปแสดง
• หมอลำเรื่องต่อกลอนหรือหมอลำวงใหญ่ที่มีชื่อเสียง ราคาจ้างอยู่ที่ 250,000 – 600,000 บาท/วัน/งาน หรือ ขึ้นอยู่กับระยะทางในการเดินทางไปแสดง

“สรุปแล้วในแต่ละปี อุตสาหกรรมหมอลำ สามารถสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจถึง 6,600 ล้านบาทต่อปี จ้างแรงงานมากกว่า 40,000 คน ซึ่งโดยทั่วไป วงหมอลำจะหารายได้ในช่วยหน้าแล้งของอีสานและช่วงที่เก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว อย่างตอนนี้เป็นช่วงหน้าฝน ก็จะปิดวง แรงงานในวงหมอลำก็แยกย้ายกันไปทำงาน ทำนา ทำไร่ ตามปกติ”

“โดยวงหมอลำที่ดังๆ ในย่านมหาสารคามนี้ ก็มี วงระเบียบวาทะศิลป์ วงสาวน้อยเพชรบ้านแพง วงหมอลำใจเกินร้อย ของ แอน อรดี กับ บอย ศิริชัย ดังนั้นถ้าจะกล่าวว่า มหาสารคาม เป็นเมืองแห่งหมอลำก็ไม่น่าจะผิดจากความจริงนัก  เพราะที่นี่มีอีโคซิสเตมของหมอลำครบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ และจากการแสดงหมอลำนี้ ก็เชื่อมโยงไปสร้างรายได้ให้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นได้มากมายในรูปแบบของการมาเปิดร้านหรือบูธขายของในงานแสดงหมอลำ ซึ่งทางโครงการฯ ก็มีการให้ความสำคัญในการต่อยอดเพื่อสร้างโมเดลการสร้างรายได้เพิ่มเติมให้ผู้ประกอบการในจังหวัดด้วย เพื่อเชื่อมโยงสร้างอีโคซิสเตมของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับหมอลำทั้งหมด”

“ทั้งนี้ การจัดโครงการมหาหมอลำเฟสติวัล จึงเป็นการต่อยอดศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถของ อุตสาหกรรมหมอลำ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยให้ไปสู่สายตาของชาวโลก ทั้งยังต้องการอนุรักษ์และพัฒนาหมอลำ บ่มเพาะและเร่งการเติบโตศิลปนหมอลำ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ ขณะเดียวกันก็เป็นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการพัฒนาอุตสาหกรรมหมอลำของไทยที่จะต่อยอดไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับเทศกาลหมอลำระดับประเทศอีกด้วย”

วงระเบียบวาทะศิลป์
วงสาวน้อยเพรชบ้านแพง

วงหมอลำใจเกินร้อย

โดยโครงการนี้จะมีการจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ได้แก่

เทศกาลหมอลำระดับโลก (Global Mor Lam Festival) เป็นการแสดงหมอลำที่ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น Projection Mapping AR (Augmented Reality) / VR (Virtual Reality) ระบบแสง สี เสียง ที่ทันสมัย ถ่ายทอดผ่าน แพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น YouTube, Facebook, TikTok

  • Morlam Streaming & NFT Marketplace แพลตฟอร์มออนไลน์สาหรับการสตรีมมิ่งหมอลำ และการจำหน่ายของที่ระลึกในรูปแบบ NFT (Non-Fungible Tokens)
  • Mor Lam Innovation Lab ห้องทดลองนวัตกรรมสำหรับหมอลำ พัฒนาเครื่องมือและเทคนิคการแสดงใหม่ๆ ด้วย AR/VR Projection Mapping
  • Mor Lam Creative Hub ศูนย์พัฒนาศิลปินหมอลำและผู้ประกอบการในอตสาหกรรม มีการจัดอบรมเทคนคการจัดการ การผลิตผลงานสำหรับแพลตฟอร์มออนไลน์
  • แพ็กเกจท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นการพัฒนาเส้นทางและกิจกรรมท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับหมอลำ เช่น เส้นทางท่องเที่ยวหมอลำ วิถีชีวิต และการแสดงเฉพาะถิ่น

โครงการนี้ยังเป็นความร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น หน่วยงานภาครัฐ คณะหมอลำชื่อดังในภาคอีสาน และองค์กรภาคเอกชนและสมาคมธุรกิจ สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย ไปจนถึงสื่อมวลชนท้องถิ่น ซึ่งผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากโครงการนี้ คือ

• เกิดทรัพย์สินทางปัญญาจากโครงการ และเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 120 ล้านบาท
• จำนวนผู้เข้าร่วมเทศกาลในพื้นที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในรูปแบบออฟไลน์ไม่น้อยกว่า 20,000 คน และในรูปแบบออนไลน์ไม่น้อยกว่า 50,000 คน
• ศิลปินที่ผ่านการยกระดบในเทศกาลไม่น้อย 20 กลุ่ม/วง/คณะ

และเพื่อให้ประชาชนทั่วไปรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ คุณค่า และแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถให้กับ อุตสาหกรรมหมอลำ ของไทย บพข. ได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดทั้งการแสดงหมอลำวงใหญ่เต็มวง และเวทีเสวนาที่ให้ความรู้เพิ่มเติมในหัวข้อ “โครงการยกระดับหมอลำสู่สากลและโครงการมหาหมอลำเฟสติวัล” ซึ่งจะจัดขึ้น ณ งาน อว.แฟร์ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 – 16.00 น. Main stage ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มาร่วม “ม่วนซื่นโฮแซว” กับการแสดงหมอลำเต็มวงและซึมซับคุณค่าการแสดงหมอลำของไทยได้พร้อมเพรียงกันที่งาน อว.แฟร์ ปีนี้