นวัตกรรม มก. ไม่หยุดนิ่ง! บพข. ติดตามงานวิจัย ม.เกษตรฯ โชว์ 9 ผลงานเด่น ปั้น “อาหารสัตว์เลี้ยง-บรรจุภัณฑ์ไผ่-AI-สมุนไพร” เปลี่ยนวัตถุดิบเกษตรสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงแห่งอนาคต
รศ.ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) ภายใต้ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) ได้มอบหมายให้ ดร.อัญชัญ ชมภูพวง รองผู้อำนวยการ บพข. และ ศ.ดร.ณัฐดนัย หาญการสุจริต ที่ปรึกษาแผนงานกลุ่มอาหารมูลค่าสูง พร้อมทั้งคณะทำงานลงพื้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อติดตามความคืบหน้าและร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางขยายผลงานวิจัยสู่อุตสาหกรรมจริง เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 โดยตลอดปี 5 ปี (2563-2568) บพข. ได้สนับสนุนทุนวิจัยให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปแล้วถึง 171 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1,004 ล้านบาท โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้มีการนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการวิจัยเด่นที่พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งในมิติเศรษฐกิจและสังคม ดังนี้

โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผงโปรไบโอติกส์เสริมภูมิคุ้มกันสำหรับสัตว์เลี้ยง: จุลินทรีย์สายพันธุ์ไทยที่จะลดพึ่งพาหัวเชื้อนำเข้า
ยุคที่คนเลี้ยงสัตว์เหมือนลูก ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมโดยเฉพาะกลุ่ม “โปรไบโอติกส์” จุลินทรีย์ที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้และลดอาการท้องเสียจากเชื้อ E. coli และ Salmonella เติบโตอย่างก้าวกระโดด รศ.ดร.มัสลิน นาคไพจิตร จากภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะอุตสาหกรรมเกษตรจึงได้นำทีมวิจัยคัดเลือกจุลินทรีย์สายพันธุ์ไทย 2 สายพันธุ์ คือ Limosilactobacillus fermentum KUB-D18 และ Lactiplantibacillus plantarum HMM04-88 ที่ยับยั้งเชื้อก่อโรคท้องเสียและปรับภูมิคุ้มกันลำไส้สัตว์เลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้การสนับสนุนของ บพข. จนภาคเอกชนสนใจต่อยอดเป็น “ผงเชื้อโปรไบโอติกส์พร้อมใช้” สำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง
ความก้าวหน้าโครงการ
• พัฒนาสูตรอาหารเลี้ยงเชื้อระดับอุตสาหกรรม: ปีแรกทีมวิจัยพัฒนาสูตรสำเร็จ ได้เชื้อรอดชีวิตเข้มข้นถึง 10 log CFU/g ผ่านมาตรฐานปศุสัตว์ในต้นทุนที่แข่งขันได้
• ทดสอบประสิทธิภาพในตัวสัตว์จริง: ปีที่ 2 เดินหน้าศึกษาการเสริมภูมิคุ้มกัน ปัจจุบันคืบหน้าแล้วกว่า 70% ได้ผลเลือดทางคลินิกครบแล้ว เหลือทดสอบตัวอย่างอุจจาระเพื่อความสมบูรณ์ของรายงาน
• เปิดโอกาสตลาดมูลค่าสูง: ได้ผลิตภัณฑ์ผงโปรไบโอติกส์สัญชาติไทย 2 ผลิตภัณฑ์ พร้อมโมเดลธุรกิจแบบ B2B รองรับตลาด Functional Pet Food ไทยที่คาดว่าจะโตถึง 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2030 ช่วยลดการนำเข้าหัวเชื้อราคาแพงจากต่างประเทศ
โครงการพัฒนาระบบปฏิบัติการรถบัสไฟฟ้าร่วมกับสายการผลิตในโรงงาน: ปิดจุดบอด Data Silo ด้วย AI และ IoT
โรงงานอุตสาหกรรมที่เดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง มักเผชิญปัญหาระบบรถรับส่งพนักงานกับระบบวางแผนการผลิตที่ทำงานแยกจากกันโดยสิ้นเชิง (Data Silo) เมื่อรถล่าช้าฝ่ายผลิตจะไม่รู้ล่วงหน้า ส่งผลกระทบต่อการจัดกำลังคนเป็นลูกโซ่ และยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อเปลี่ยนมาใช้รถบัสไฟฟ้า (EV Bus) ที่ต้องบริหารทั้งแบตเตอรี่และสถานีชาร์จ ผศ.ดร.พงศ์ธร พรหมบุตร จึงได้นำทีมวิจัยพัฒนาระบบปฏิบัติการอัจฉริยะที่นำ AI, IoT และ Big Data มาเป็นตัวกลางเชื่อมโลกการเดินทางกับกระบวนการผลิตให้เป็นเนื้อเดียวกัน ภายใต้การสนับสนุนของ บพข.
ความก้าวหน้าโครงการ
• วิเคราะห์และออกแบบระบบครบวงจร: วิเคราะห์ข้อมูล 3 มิติ (กระบวนการผลิต พฤติกรรมการเดินทาง และความสัมพันธ์ระหว่างเวลาเดินทางกับแผนการผลิต) พร้อมออกแบบสถาปัตยกรรมระบบและฐานข้อมูลบนคลาวด์
• พัฒนาและติดตั้งระบบต้นแบบจริง: ติดตั้งอุปกรณ์ IoT บนรถบัสไฟฟ้าที่ระบุตำแหน่ง ยืนยันตัวตน และตรวจสุขภาพ-คุณภาพอากาศ เชื่อมข้อมูลเข้ากับคลาวด์ส่วนกลางและแอปพนักงาน แสดงผลผ่าน Dashboard แบบเรียลไทม์
• ยกระดับสู่ Smart Factory: โมเดล AI คาดการณ์เวลาถึงโรงงานและความพร้อมของพนักงานล่วงหน้า ช่วยวางแผนกำลังคนแม่นยำขึ้น บริหารพลังงานรถบัสไฟฟ้าคุ้มค่าขึ้น ตอบโจทย์แนวคิด BCG Economy
โครงการบรรจุภัณฑ์ปลอดเคมีจากเยื่อไผ่: พลิกไผ่ 500 สายพันธุ์สู่บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก
บนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ บริษัท พรีไซซ สมาร์ท ไลฟ์ จำกัด ปลูกไผ่ไว้มากกว่า 500 สายพันธุ์ ด้วยเป้าหมายผลิต “บรรจุภัณฑ์เยื่อไผ่ปลอดเคมี 100%” แต่ติดข้อจำกัดที่เทคโนโลยีการผลิตเยื่อเชิงกลยังทำได้แค่ระดับห้องปฏิบัติการ ผศ.ดร.พิชิต สมบูรณ์ จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้จับมือกับบริษัทฯ ภายใต้การสนับสนุนของ บพข. วิจัยสร้างโรงงานและผลิตภัณฑ์ต้นแบบเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ การผลิตเยื่อด้วยเครื่องบดเชิงกลแรงดันไอน้ำสูง (TMP) ไปจนถึงการอัดร้อนขึ้นรูป
ความก้าวหน้าโครงการ
• โรงงานต้นแบบครบวงจร: ผลิตได้ตั้งแต่เตรียมวัตถุดิบจนถึงชิ้นงานสำเร็จรูป ผ่านระบบการผลิตอัจฉริยะ 5 ขั้นตอน กำลังผลิตเยื่อไผ่เชิงกล 200 กิโลกรัมต่อชั่วโมง
• ผลิตภัณฑ์พร้อมทดลองตลาดจริง: ได้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก เช่น กล่อง ถาด และจานอาหาร ที่สะอาด ปลอดภัย ไร้สารเคมีตกค้าง ขึ้นรูปได้วันละ 2,000 ชิ้น
• กระจายรายได้สู่ชุมชน: สร้างรายได้หมุนเวียนให้เกษตรกรในพื้นที่รอบโรงงานต้นแบบไปพร้อมกัน
“มันสมองดิจิทัล” AI/HPC เพื่องานเกษตร อาหาร และความหลากหลายทางชีวภาพ: โครงสร้างพื้นฐาน AI ที่นักวิจัยไทยเข้าถึงได้จริง
ไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงถึง 10% ของโลก แต่ความมั่นคงทางอาหารกำลังถูกท้าทายจากประชากรที่เพิ่มขึ้นสวนทางผลผลิตการเกษตรที่ลดลง ทางออกสำคัญคือการปรับสู่ “เกษตรแม่นยำ” ด้วย AI, IoT และ Big Data แต่นักวิจัยไทยส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลราคาแพง รศ.ดร.สุตเขตต์ นาคะเสถียร (หัวหน้าโครงการเดิม) และ รศ.ดร.อนันต์ ผลเพิ่ม (หัวหน้าโครงการปัจจุบัน) จึงได้ขับเคลื่อนโครงการนี้ภายใต้การสนับสนุนของ บพข. เพื่อทำให้ “โครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์” กลายเป็นของที่นักวิจัยและผู้ประกอบการเข้าถึงได้จริง พร้อมเชื่อมกับเครือข่าย Thailand AI University Consortium
ความก้าวหน้าโครงการ
• ติดตั้งมันสมองดิจิทัลของประเทศ: ส่งมอบระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง (AI/HPC) 15 เครื่อง/ระบบ ณ สำนัก บริการคอมพิวเตอร์ มก. บริหารจัดการผ่านแพลตฟอร์ม KU Nontri AI
• เปิดให้นักวิจัยเข้าถึงจริง: ทดลองใช้ฟรี 3 เดือนเต็มในช่วงแรก (เมษายน – 31 กรกฎาคม 2567) มีผู้ส่งหัวข้อวิจัย เข้ามาใช้งานแล้วอย่างน้อย 23 หัวข้อ
• ปั้นบุคลากรสาย AI: เปิดคอร์สออนไลน์ระดับโลกจาก NVIDIA 4 หลักสูตร ได้แก่ Conversational AI, CLARA Medical Imaging, Computer Vision AI และ RAPIDS AI พร้อมวางแผนขยายบริการต่อเนื่องให้ครอบคลุม นักวิจัย นิสิต ภาครัฐ เอกชน และ SMEs/Startup
โครงการเมืองนวัตกรรมอาหารภาคกลาง: ตู้จำหน่ายอาหารอัจฉริยะที่รู้ใจโภชนาการเฉพาะบุคคล
สังคมเมืองที่เร่งรีบและกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ทำให้คนยุคใหม่มองหาอาหารเพื่อสุขภาพที่ตอบโจทย์เฉพาะตัวมากขึ้น แต่อุตสาหกรรมอาหารแบบเดิมยังเน้นผลิตทีละมากๆ เพื่อคุมต้นทุน รศ.ดร.อนุวัตร แจ้งชัด จากคณะอุตสาหกรรมเกษตร จึงได้นำทีมวิจัยพัฒนาแพลตฟอร์ม “เมืองนวัตกรรมอาหารภาคกลาง” ภายใต้การสนับสนุนของ บพข. เชื่อมมหาวิทยาลัย ภาครัฐ และเอกชน ผลักดันอาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) คุณค่าสูงสู่ระดับอุตสาหกรรม โดยมีพระเอกคือ “ตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติอัจฉริยะต้นแบบ” ที่ช่วยจัดชุดอาหารให้ตรงกับความต้องการทางโภชนาการของแต่ละคน
ความก้าวหน้าโครงการ
• สร้างวัตถุดิบมูลค่าสูงจากของเหลือทิ้ง: สกัดโปรตีนและสารมูลค่าสูงจากกากและเปลือกถั่วเขียวได้สำเร็จ 2 ชนิด พร้อมขยายสู่ระดับอุตสาหกรรม
• ผลิตภัณฑ์และช่องทางจำหน่ายต้นแบบ: ได้เมนูพร้อมทานเพื่อสุขภาพ 5 เมนู ได้แก่ นักเก็ตไก่ทอด ไข่ออมเล็ต พืช พาสต้าไร้กลูเตน น้ำเกรวี่ข้นหนืด และทาร์ตไข่ไร้ไข่แดง พร้อมต้นแบบตู้ Smart Food Vending Machine 1 เครื่อง และยื่นจดอนุสิทธิบัตรแล้ว 3 ฉบับ
• ต่อยอดรับทุนเชิงพาณิชย์ต่อเนื่อง: องค์ความรู้จากโครงการถูกต่อยอดรับทุนวิจัยร่วมกับภาคเอกชนอีก 2 สาย ทั้งกลุ่มสารสกัดให้ความคงตัวและกลุ่มโปรตีนพืชสำหรับคนออกกำลังกาย
โครงการขยายสเกลงานวิจัยอุตสาหกรรมเกษตรสู่ภาคอุตสาหกรรม: ปั้น มก. บางเขน เป็นฐานส่งงานวิจัยออกสู่ตลาดจริง
ผลสำรวจจากเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) ชี้ว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน คือจุดยุทธศาสตร์ที่มีความพร้อมสูง ทั้งทำเลใกล้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารที่ครบเครื่อง แต่จุดอ่อนสำคัญคือยังขาดเครื่องมือแปรรูปและโครงสร้างพื้นฐานรองรับการขยายขนาดการผลิต รศ.ดร.อนุวัตร แจ้งชัด จึงได้นำคณะอุตสาหกรรมเกษตร จับมือ สวทช. ภายใต้การสนับสนุนของ บพข. ขยายพื้นที่ “เมืองนวัตกรรมอาหารส่วนขยาย” สร้างโรงงานต้นแบบมาตรฐานครบวงจร (Pilot Plant) เพื่อแปรรูปผลผลิตเกษตรสู่สินค้ามูลค่าสูง
ความก้าวหน้าโครงการ
• ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการวิจัย: จัดหาเครื่องมือระดับกึ่งอุตสาหกรรมรองรับการขยายขนาดการผลิตแล้ว 5 เครื่อง
• พัฒนาบุคลากรและพื้นที่มาตรฐานสากล: มีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้บริการภาคอุตสาหกรรม พื้นที่โรงงาน ต้นแบบได้รับการปรับปรุงให้ได้มาตรฐานสากล
• ขยายเครือข่ายผู้ใช้บริการ: เริ่มมีผู้ประกอบการทั้ง SMEs สตาร์ทอัพด้านนวัตกรรมอาหาร และภาคอุตสาหกรรม เข้ามาใช้บริการมากขึ้น
“ราชินีแห่งผลไม้” สู่ยาแห่งอนาคต: ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงจากสารสกัดแซนโทนในเปลือกมังคุด
มังคุดได้ชื่อว่าเป็น “ราชินีแห่งผลไม้” แต่ผลผลิตที่มากเกินไปกลับกลายเป็นปัญหาราคาตกต่ำซ้ำซาก งานวิจัยพบว่าเปลือกมังคุดที่เคยถูกทิ้งเป็นขยะ กลับอุดมไปด้วย “สารแซนโทน (Xanthone)” ที่มีฤทธิ์ลดอักเสบ แก้แพ้ ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย และฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ดร.อุดมลักษณ์ สุขอัตตะ จากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร จึงได้นำทีมวิจัยใช้เทคนิคโครมาโทกราฟีขั้นสูงสกัดสารบริสุทธิ์ในระดับอุตสาหกรรม ภายใต้การสนับสนุนของ บพข. เป้าหมายสร้างผลิตภัณฑ์การแพทย์มูลค่าสูง เช่น ยารักษาแผลกดทับและเวชสำอาง
ความก้าวหน้าโครงการ
• สร้างระบบสกัดระดับกึ่งอุตสาหกรรม: ออกแบบและสร้างระบบสกัดด้วยของเหลวความดันสูงสำเร็จ 1 ระบบ ใช้ได้ทั้งตัวทำละลายเอทานอลและคาร์บอนไดออกไซด์
• พัฒนาองค์ความรู้พร้อมถ่ายทอด: ได้สารสกัดแซนโทนคุณภาพสูงและกระบวนการผลิตระดับพาณิชย์ที่พร้อม ถ่ายทอดให้เอกชนได้ทันที
• ผลิตภัณฑ์การแพทย์ต้นแบบ: พัฒนาผลิตภัณฑ์เจลนาโนอิมัลชันบรรจุสารแซนโทนสำหรับรักษาแผลกดทับที่ผ่าน การทดสอบมาตรฐานแล้ว
โครงการโรงงานต้นแบบผลิตสารให้กลิ่นรสจากวัตถุดิบฐานชีวภาพ: มะนาวไทยที่จะลดนำเข้าสารแต่งกลิ่นจากต่างประเทศ
ไทยส่งออกอาหารสร้างรายได้ปีละกว่า 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่อุตสาหกรรมอาหารไทยยังต้องนำเข้า “สารให้กลิ่นรส” จากต่างประเทศเป็นหลัก เพราะขาดเทคโนโลยีแปรรูป และงานวิจัยด้านนี้มักไปติดอยู่แค่ระดับห้องปฏิบัติการ ดร.พิลาณี ไวถนอมสัตย์ จากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร จึงได้นำทีมวิจัยจัดตั้ง “โรงงานต้นแบบผลิตสารให้กลิ่นรสจากธรรมชาติครบวงจรมาตรฐาน GMP” ภายใต้การสนับสนุนของ บพข. โดยเริ่มจากมะนาวไทยเป็นวัตถุดิบหลัก
ความก้าวหน้าโครงการ
• ติดตั้งเครื่องมือครบวงจร: โรงงานต้นแบบมีเครื่องมือครบวงจรรวม 10 รายการ อาทิ เครื่องสกัดด้วย CO2 Supercritical Fluid เครื่องสกัดมัลติฟังก์ชั่น เครื่องสกัดน้ำมันแบบสกรูเพรส เครื่องกลั่นแยกสารระดับโมเลกุลเครื่องทำแห้งแบบแช่แข็ง (Freeze Dryer) และเครื่องทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์ (Oxidation Stability Tester)
• ได้มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร: ได้รับใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารจาก อย. แล้ว และกำลังรอตรวจประเมิน มาตรฐาน GHP-Codex
• ยกระดับ TRL สู่เชิงพาณิชย์: ได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบสารให้กลิ่นรสมะนาวและกาแฟจากวัตถุดิบเกษตรไทย ยกระดับงานวิจัยจาก TRL 4 ขึ้นไปถึง TRL 6-8 ที่พร้อมใช้เชิงพาณิชย์
โครงการพัฒนาห้องปฏิบัติการมาตรฐานสากลประเมินความปลอดภัยพลาสติกรีไซเคิล: ปลดล็อก rPET ให้กลับมาห่ออาหารได้อีกครั้ง
ไทยผลิตพลาสติกรีไซเคิลชนิด rPET ได้มากกว่า 3 แสนตันต่อปี แต่ส่วนใหญ่ทำได้แค่แปรรูปเป็นเส้นใยเสื้อผ้า ยังนำมาผลิตบรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหารไม่ได้เต็มที่เพราะข้อกังวลด้านความปลอดภัย และห้องปฏิบัติการในไทยที่ตรวจได้ตามมาตรฐานสากลก็มีน้อยมาก รศ.ดร.อำพร เสน่ห์ จากภาควิชาเทคโนโลยีการบรรจุและวัสดุ คณะอุตสาหกรรมเกษตร จึงได้นำทีมวิจัยจับมือกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ภายใต้การสนับสนุนของ บพข. พัฒนาห้องปฏิบัติการในประเทศให้ได้มาตรฐานสากล
ความก้าวหน้าโครงการ
• วางระบบและทดสอบความแม่นยำ: ปีแรกวางระบบ เครื่องมือ และบุคลากรเสร็จแล้ว ปีที่ 2 กำลังตรวจสอบ ความแม่นยำและทดสอบความเสถียรของวัสดุตั้งต้น
• ให้บริการทดสอบในประเทศได้จริง: รองรับการทดสอบได้ 2 รายการ และวัสดุเริ่มต้น 1 รายการ ช่วยให้ผู้ผลิต rPET ไม่ต้องส่งตรวจต่างประเทศ
• หนุนมาตรฐานและพัฒนาบุคลากร: เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง มก. และกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) หนุนการทำงานของ อย. ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 435) พร้อมจัดทำร่างคู่มือมาตรฐานแล้ว 2 ฉบับ และพัฒนาบุคลากรด้านวัสดุสัมผัสอาหารอย่างน้อย 20 คนต่อปี ด้านระบบคุณภาพอีกอย่างน้อย 3 คนต่อปี
ต่อยอดนวัตกรรมจาก “ห้องแล็บ” สู่ “สายการผลิตจริง”
ภายหลังเสร็จสิ้นการนำเสนอความก้าวหน้าของทั้ง 9 โครงการวิจัย คณะผู้บริหาร บพข. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานหน้างานจริงใน 3 จุดไฮไลท์สำคัญ เพื่อประเมินความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ 1. ระบบ AI/HPC และแพลตฟอร์ม KU Nontri AI ณ สำนักบริการคอมพิวเตอร์ นำชมโดย รศ.ดร.อนันต์ ผลเพิ่ม 2. ห้องปฏิบัติการมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยพลาสติกรีไซเคิล ณ ภาควิชาเทคโนโลยีการบรรจุและวัสดุ นำชมโดย รศ.ดร.อำพร เสน่ห์ 3. โรงงานต้นแบบผลิตสารให้กลิ่นรสมูลค่าสูง ณ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร นำชมโดย ดร.พิลาณี ไวถนอมสัตย์ และ ดร.อุดมลักษณ์ สุขอัตตะ
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการผนึกกำลังระหว่าง บพข. และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการเปลี่ยนผ่านงานวิจัยคุณภาพสูงให้กลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานระดับอุตสาหกรรม” ที่พร้อมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม














