กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ร่วมภูมิใจกับ “EnPAT” น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าปลอดภัยจากปาล์มน้ำมันไทย นำร่องใช้แล้ว โดย 9 องค์กรภาครัฐและเอกชน พร้อมขับเคลื่อนไทยสู่เศรษฐกิจ BCG

ภาพเหตุการณ์ในข่าวที่เกิดขึ้นจาก “หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด” แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะเป็นอีกหนึ่งอัคคีภัยรุนแรง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตแบบประเมินมูลค่ามิได้ จากปัญหานี้เองที่กลายมาเป็นโจทย์วิจัยให้กับทีมนักวิจัยไทยพัฒนา “น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าปลอดภัยจากปาล์มน้ำมันไทย ภายใต้ชื่อ “EnPAT” ที่ไม่เพียงช่วยป้องกันปัญหาไฟไหม้จากเหตุการณ์หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดและบรรเทาความสูญเสียของประชาชน แต่ยังช่วยสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในการเพิ่มมูลค่าผลผลิตและยกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย

ดร.บุญญาวัณย์ อยู่สุข หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาดและเคมีขั้นสูง ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และหัวหน้าโครงการพัฒนา “EnPAT” น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าปลอดภัยจากปาล์มน้ำมันไทย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเบื้องต้นเกี่ยวกับโครงการนี้ว่า

ดร.บุญญาวัณย์ อยู่สุข หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาดและเคมีขั้นสูง ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และหัวหน้าโครงการพัฒนา “EnPAT”

“สาเหตุหลักของเหตุการณ์หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด มาจากการที่น้ำมันซึ่งอยู่ในหม้อแปลงไฟฟ้าเกิดการลุกติดไฟ และเมื่อหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด ทำให้น้ำมันที่ลุกติดไฟนี้กระจายไปสู่อาคารบ้านเรือนที่อยู่โดยรอบหม้อแปลงไฟฟ้า ส่งผลทำให้เกิดเพลิงไหม้ลุกลาม ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนซึ่งประเมินมูลค่ามิได้”

“อีกทั้งยังส่งผลถึงความไม่ไว้ใจของประชาชนต่อหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบระบบไฟฟ้าอีกด้วย โดยน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าที่ใช้กันอยู่ทั่วไปเป็นน้ำมันแร่ซึ่งผลิตมาจากปิโตรเลียม ทำหน้าที่เป็นฉนวนไฟฟ้าและช่วยระบายความร้อนในหม้อแปลงไฟฟ้า แต่ปัญหาสำคัญของน้ำมันแร่คือ อุณหภูมิจุดติดไฟต่ำ ทำให้ลุกติดไฟง่ายเมื่อเกิดเหตุหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด”

“ด้วยเหตุนี้ ทีมวิจัยจึงได้พัฒนาน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าปลอดภัย ที่เรียกว่า “EnPAT” โดยการนำน้ำมันปาล์มมาปรับปรุงคุณภาพให้มีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการใช้งานในหม้อแปลงไฟฟ้า จนได้น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าปลอดภัยที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีของคนไทย”

และหลังจากผ่านการนำร่องการใช้งานจริงของ “EnPAT” ซึ่งเริ่มดำเนินการในปี 2567 โดยได้ทำการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าบรรจุ “EnPAT” ในพื้นที่ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ไปเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2567 ภายใต้การดูแลของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มาในวันนี้ได้มีพิธีเปิดการนำร่องใช้ “EnPAT น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าปลอดภัยจากปาล์มน้ำมันไทย” โดยการผนึกกำลังของ 9 องค์กรภาครัฐและเอกชนที่เป็นองค์กรหลักในอุตสาหกรรมน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าของประเทศ ทั้งทีมนักวิจัยจาก ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ ENTEC สวทช. หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนทุน และ บริษัท พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริษัทเจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)

พิธีนี้จึงจัดขึ้นเพื่อประกาศถึงย่างก้าวสำคัญที่แสดงถึงความก้าวหน้าของไทยในการสร้างนวัตกรรมที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำของประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต สอดคล้องกับเทรนด์ BCG และตอบสนองต่อการยกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของประเทศ เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการลงทุนในการวิจัยพัฒนาที่นำไปสู่การสร้างอุตสาหกรรมโอเลโอเคมีมูลค่าสูงอีกด้วย

ศ.ดร.อาภาณี เหลืองนฤมิตชัย ประธานคณะอนุกรรมการ แผนงานกลุ่มพลังงานเคมีและวัสดุชีวภาพ บพข.

“EnPAT” 1 ใน 13 โครงการวิจัยรางวัล PMUC Country 1st Award บทพิสูจน์ของการใช้งานวิจัยเปลี่ยนประเทศได้จริง

ด้วยคุณูปการของ “EnPAT” น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าปลอดภัยจากปาล์มน้ำมันไทย ทำให้โครงการวิจัยนี้ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 13 โครงการวิจัยที่ได้รับรางวัล PMUC Country 1st Award ครั้งแรกของไทย งานวิจัยเปลี่ยนประเทศ’ จาก 1,600 โครงการวิจัยที่ได้รับทุนจาก บพข. ซึ่ง ศ.ดร.อาภาณี เหลืองนฤมิตชัย ประธานคณะอนุกรรมการ แผนงานกลุ่มพลังงานเคมีและวัสดุชีวภาพ บพข. ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงภารกิจของ บพข. และความสำคัญของ EnPAT ต่ออุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของประเทศที่สามารถต่อยอดไปสร้างมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมโอเลโอเคมีว่า

“โครงการพัฒนาและนำร่องใช้งาน EnPAT น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าปลอดภัยจากปาล์มน้ำมันไทย เป็นตัวอย่างความสำเร็จของการบูรณาการร่วมกันของหลายภาคส่วนที่เป็นองค์กรหลักในอุตสาหกรรมน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าของประเทศทั้งภาครัฐและเอกชนถึง 9 หน่วยงาน และยังได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเทศบาลตำบลเสม็ด จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลพื้นที่และทำงานอย่างใกล้ชิดกับประชาชนอีกด้วย”

“โดยโครงการวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในการขับเคลื่อนผลงานวิจัยให้สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน ผลสำเร็จของโครงการจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของประเทศ ซึ่งประเทศไทยก็มีศักยภาพในการผลิตน้ำมันปาล์มได้สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก”

“และความสามารถนี้ก็เป็นอานิสงส์ส่งต่อไปช่วยประสิทธิภาพในการผลิตให้กับอีกหลายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การใช้เป็นวัตถุดิบขั้นต้นในการผลิตสินค้าอุปโภค บริโภค ต่างๆ ตลอดจนนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทน ซึ่งจากโครงการนี้ ทางหน่วยงาน องค์กร ภาครัฐและเอกชน ก็เห็นพ้องกันในการพัฒนาขีดความสามารถในการพัฒนาน้ำมันปาล์ม มาเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิต น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 4,000 ล้านบาท ทำให้เกิดการลงทุนที่ต่อยอดจากงานวิจัยและนำไปสู่การสร้างอุตสาหกรรมโอเลโอเคมีมูลค่าสูงของไทยอย่างเห็นได้ชัด”

“ดังนั้น บพข. ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ ด้วยการผลักดันให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ทำให้งานวิจัยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในเชิงพาณิชย์ จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการมอบทุนสนับสนุนโครงการวิจัยนี้ ซึ่งจะมีส่วนผลักดันให้อุตสาหกรรมโอเลโอเคมีของประเทศเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยงานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในประเทศเราเอง”

ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รอง ผอ. สวทช.

ด้าน ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รอง ผอ. สวทช. ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความสำเร็จในการติดตั้งและนำร่องการใช้งานหม้อแปลงไฟฟ้าบรรจุ “EnPAT” น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าปลอดภัยจากปาล์มน้ำมันไทย เครื่องแรกร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2567 เป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความก้าวหน้าของไทยในการสร้างนวัตกรรมที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำของประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต”

“ผลิตภัณฑ์นี้ไม่เพียงแต่สนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจ BCG ของรัฐบาล แต่ยังช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรในประเทศอย่างปาล์มน้ำมัน ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมันของคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ที่ต้องการกระตุ้นปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มผ่านความต้องการผลิตภัณฑ์โอเลโอเคมีเป้าหมาย”

“และน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพเป็น 1 ใน 8 ผลิตภัณฑ์โอเลโอเคมีเป้าหมาย ที่จะมีการผลักดันให้เกิดการใช้งานเชิงพาณิชย์ในประเทศ และเป็นการดำเนินงานที่สอดรับกับนโยบายของประเทศไทย ในการขับเคลื่อนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี พ.ศ. 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2608”

“ทั้งนี้ EnPAT ยังมีคุณสมบัติเด่นคือจุดติดไฟที่อุณหภูมิสูงกว่า 300 องศาเซลเซียส ช่วยป้องกันการเกิดอัคคีภัยจากเหตุการณ์หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด และสามารถย่อยสลายได้โดยธรรมชาติ นับเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างมาตรฐานของประเทศที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากปาล์มน้ำมัน การกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจนเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศก้าวหน้าในอุตสาหกรรมโอเลโอเคมีและส่งเสริมการใช้งานภายในประเทศ มาตรฐานที่ชัดเจนจะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์”

“อย่างไรก็ดี ในอนาคตผลการทดสอบการนำร่องใช้งานน้ำมัน EnPAT ในครั้งนี้จะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนในการจัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพฉบับแรกของประเทศอีกด้วย”

ประสงค์ ดีลี ผู้ช่วยผู้ว่าการวางแผนและวิศวกรรม กฟภ.

สะท้อนเสียงยืนยันจากผู้ใช้จริง กฟภ. ถึงคุณภาพของ EnPAT และแนวทางการผลักดันให้เกิดการใช้งาน น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพจากปาล์มน้ำมันไทย ในเชิงพาณิชย์

ความร่วมมือของทั้ง 9 หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน มีหน่วยงานที่อยู่ในฐานะ “ผู้ใช้” หลัก คือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดย ประสงค์ ดีลี ผู้ช่วยผู้ว่าการวางแผนและวิศวกรรม กฟภ. ได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์และความยินดีในการนำร่องใช้ EnPAT น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าปลอดภัยจากปาล์มน้ำมันไทย ว่า

“การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีความยินดีอย่างยิ่ง ที่เป็นหน่วยงานแรกในการนำร่องติดตั้งและใช้งานหม้อแปลงไฟฟ้าบรรจุน้ำมัน “EnPAT” เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับอาคารสำนักงานและบ้านเรือนของประชาชน ในพื้นที่ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งจากการติดตั้งเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2567 ก็ถือเป็นก้าวสำคัญที่ตอบกลยุทธ์ในการดำเนินงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่มุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและการมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”

“การนำร่องใช้งานหม้อแปลงไฟฟ้าที่บรรจุน้ำมัน EnPATครั้งนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ดำเนินการติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลการทำงานของหม้อแปลงไฟฟ้าภายใต้สภาวะการใช้งานจริง เพื่อประเมินสมรรถนะของหม้อแปลงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง” “นอกจากนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังได้ร่วมมือกับทีมวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ ENTEC สวทช. ในการขยายผลการใช้งานน้ำมัน EnPAT  ในระบบจำหน่ายไฟฟ้าของประเทศ โดยมีเป้าหมายที่จะติดตั้งและใช้งานหม้อแปลงไฟฟ้าบรรจุ EnPAT เพิ่มเติม ในพื้นที่ที่เหมาะสมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมุ่งมั่นที่จะผลักดันและส่งเสริมนวัตกรรมของประเทศให้เกิดการใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง และสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต”

ดร.บุญญาวัณย์ หัวหน้าโครงการวิจัย EnPAT ได้กล่าวถึงแนวทางการผลักดันให้เกิดการใช้งาน น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพจากปาล์มน้ำมันไทย ในเชิงพาณิชย์เพิ่มเติมว่า

“ต้องยอมรับว่าจากเทรนด์ล่าสุด ที่มีการเปลี่ยนผ่านจากการใช้ยานยนต์สันดาปเป็นยานยนต์ไฟฟ้า ส่งผลกระทบให้ความต้องการน้ำมันปาล์มในอุตสาหกรรมไบโอดีเซลลดลงอย่างมากในอนาคต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย ดังนั้นเพื่อส่งเสริมให้มีการเติบโตของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยอย่างยั่งยืน จึงต้องมีการส่งเสริมให้มีการแปรรูปน้ำมันปาล์มสู่ผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าสูงขึ้น นำสู่ความร่วมมือกันของ 9 หน่วยงานดังที่กล่าวมา เพื่อพัฒนา EnPAT น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าปลอดภัยจากจากปาล์มน้ำมันไทย”

“โดยทีมวิจัยได้กำหนดแนวทางการผลักดันให้เกิดการใช้งานน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพเชิงพาณิชย์ออกเป็น 3 แผนงานหลัก คือ

แผนงานที่ 1 เป็นการใช้งาน EnPAT ในหม้อแปลงไฟฟ้าใหม่ ซึ่งประกอบด้วย

1.1 นำร่องใช้งานหม้อแปลงไฟฟ้าบรรจุ EnPAT เครื่องแรกร่วมกับ กฟภ.
1.2 ขยายการใช้งานหม้อแปลงไฟฟ้าบรรจุ EnPAT ในระบบจำหน่ายไฟฟ้าของ กฟภ. ที่ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ
1.3 ใช้งานหม้อแปลงไฟฟ้าบรรจุ EnPAT ในพื้นที่กรุงเทพมหานครด้วยการสนับสนุนจากการไฟฟ้านครหลวง
1.4 การขยายการใช้งานหม้อแปลงไฟฟ้าบรรจุ EnPAT เข้าไปในหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการเพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้งานในทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

“นอกจากนั้น ทีมวิจัยยังมีแผนที่จะเปิดให้ผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ารายต่างๆ ภายในประเทศที่สนใจเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ามีโอกาสได้ใช้งาน EnPAT ในหม้อแปลงไฟฟ้าแบบต่างๆ อีกด้วย”

“สำหรับ แผนงานที่ 2 เป็นการนำ EnPAT ไปใช้ในหม้อแปลงไฟฟ้าที่ติดตั้งและอยู่ระหว่างการใช้งาน โดยหม้อแปลงไฟฟ้าลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะบรรจุด้วยน้ำมันแร่และเมื่อถึงวงรอบในการซ่อมบำรุง อาจจะต้องมีการเปลี่ยนเอาน้ำมันแร่ที่เสื่อมสภาพออก แล้วใส่น้ำมันหม้อแปลงใหม่เข้าไปทดแทน หากสามารถนำ EnPAT ไปใช้ในการซ่อมบำรุงหม้อแปลงทดแทนน้ำมันแร่ได้ ก็จะสร้างผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งเป็นการค่อยๆ ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากน้ำมันแร่สู่น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพได้ทั้งหมด”

“และ แผนงานที่ 3 คือความพยายามผลักดันให้เกิดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ของน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพฉบับแรกของประเทศให้ได้ในที่สุด”