ใครจะคิดว่า “เพลงพื้นบ้าน” มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืม จะกลายเป็น “คอนเทนต์” ทรงคุณค่า สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในตลาดเชิงพาณิชย์ กลายเป็น “ซอฟต์พาวเวอร์” สร้างมูลค่าและรายได้สู่ท้องถิ่น
ด้วยความเป็นคนอีสาน จังหวัดอุบลราชธานี “ร้อยเอก ดร.ดนุเชษฐ วิสัยจร” อาจารย์ประจำ สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ตะวันตก คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงหลงใหลในดนตรีอีสาน พิณ แคน บทสวด บทกลอน หมอลำ บางอย่างเหลือเพียงทายาทรุ่นสุดท้ายสานต่อ หากไม่มีการต่อยอดก็จะถูกกลืนหายไปกับกาลเวลา และนั่นคือแรงบันดาลใจให้เขาลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่เหนือ “จินตนาการ”

เขาทำโครงการ “เลาะโขง” เดินทางเลาะเลียบแม่น้ำโขง 3 จังหวัด คือ อุบลราชธานี มุกดาหาร นครพนม เก็บรายละเอียดของ “เสียง” ต่างๆ ในรูปแบบงานวิจัย ตั้งแต่สำเนียงธรรมชาติและดนตรีประเภทต่างๆ ไปจนถึงเสียงหมอลำพื้นบ้าน ดนตรีพื้นบ้านอันทรงคุณค่า เช่น หมอลำเอกลักษณ์อุบล หมอลำ ป.ฉลาดน้อย เสียงดนตรีชาวผู้ไท จากอำเภอหนองสูง มุกดาหาร บทสรรเสริญพระเจ้าในภาษาเวียดนามจากทายาทของชาวเวียดนามที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองไทยตั้งแต่ช่วงสงครามเวียดนามและอื่นๆ เขานำเสียงเหล่านั้นมาเรียบเรียงประสาน ให้กลายเป็นเอกลักษณ์เพลงพื้นบ้านอีสานรูปแบบร่วมสมัย เพื่อนำไปร่วมกับงานเทศกาลศิลปะต่างๆ เพื่อสร้างมูลค่า ส่งต่อและพัฒนาวัฒนธรรมในบริบทร่วมสมัย สตรีมมิ่งผ่านคอนเท็นต์ต่างๆ ในออนไลน์และได้รับแรงบันดาลใจเพื่อจะนำไปส่งต่อในการส่งเสริมให้นำผลผลิตทางวัฒนธรรมนี้ไปต่อยอดให้กับธุรกิจด้าน wellness สามารถสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ และเชื่อมโยงกับธุรกิจท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมนำรายได้กลับสู่ชุมชน
ผมนำซาวด์ทั้งหมดมาสร้างบทประพันธ์ร่วมสมัย ด้วยไฟล์ภาพและเสียงดนตรี จำนวน 119 ชิ้น รวบรวมไว้เป็นแหล่งข้อมูล และนำมาร้อยเรียงใหม่เพื่อนำไปใช้ในโอกาสต่างๆ เป็นคุณค่าทางศิลปะและต่อยอดในเชิงเศรษฐกิจได้ด้วย เช่น เพลงที่เราสร้างจากมุกดาหาร เราก็ได้มีการนำไปใช้ในงาน Muk Street Art 2024 และ 2025 เพลงจากนครพนมเราได้ร่วมงานกับโบสถ์คำเกิ้มเพื่อนำไปใช้ในการเล่าเรื่องของสถานที่เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและอุบลราชธานีเราได้ร่วมมือกับเพจประเทดอุบลให้นำผลผลิตจากงานวิจัยไปใช้ในการเล่าเรื่องอันเป็นอัตลักษณ์ได้อย่างงดงามและประสบความสำเร็จ โดยเป้าหมายของเรา คือ ได้อนุรักษ์วัฒนธรรมและการนำวัฒนธรรมไปต่อยอดเชื่อมโยงเชิงพาณิชย์” ร้อยเอก ดร.ดนุเชษฐ กล่าว


ด้วยเป้าหมายที่ต้องการต่อยอดโครงการ “เลาะโขง” ไปสู่เชิงพาณิชย์ เขาจึงทำโครงการ “Wellness Soundscape” โดยขอทุนวิจัยจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และได้รับความเห็นชอบจาก บพข. เนื่องจาก บพข.มีโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศิลปะ สุนทรียะ เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ
“ผมมองว่า ‘คลังเสียง’ คือคอนเทนต์ที่นานวันมูลค่ายิ่งเพิ่มสูงมากขึ้น ผมจึงใช้วิธีการเก็บเสียงจาก 10 ศิลปินต้นฉบับอีสาน ซึ่งเป็นลมหายใจสุดท้ายของวัฒนธรรมเสียงดนตรี โดยการเก็บบันทึก รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตามร่องรอยของแม่น้ำโขง เริ่มต้นจาก 3 จังหวัด ก่อนขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ ในอนาคต เพื่อเก็บอัตลักษณ์ที่สำคัญ นำมาพัฒนาต่อยอดในมิติต่างๆ อาทิ การนำเพลงไปใช้ในการโปรโมตงานด้านวัฒนธรรม งานศิลปะ หรือสินค้าต่างๆ ที่ต้องการใช้กลิ่นอายของวัฒนธรรมพื้นบ้านเข้าไปผสมผสาน ยกตัวอย่าง เพจ “ประเทดอุบล” ซึ่งเป็นเพจที่ใช้ดนตรีอีสาน เล่าเรื่องชาวอีสาน นำเสียงดนตรีพื้นบ้านของเราไปประกอบภาพ แค่โพสต์สั้นๆ ปรากฏว่าคนให้ความสนใจกับเสียงและภาพ สร้าง engagement ได้อย่างน่าพอใจ”
การสนับสนุนของ บพข. ทำให้โครงการนี้ต่อยอดขึ้นไปอีกระดับ โดย ร้อยเอก ดร.ดนุเชษฐ ได้จับมือกับ คุณชลัช วรยรรยง ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีบำบัด นำดนตรีพื้นบ้านอีสานไปผสมผสานกับดนตรีบำบัด กลายเป็นสัมผัสรูปแบบใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน

คุณชลัชเล่าถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า ดนตรีเป็นสื่อในการบำบัดทางด้านจิตใจ เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการเข้าใจตนเองและจัดการกับสิ่งท้าทายในชีวิตประจำวัน ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยช่วยให้ผู้รับบริการแสดงออกผ่านดนตรี โดยใช้การเล่นเครื่องดนตรี และการฟังเพลงเพื่อเข้าใจอารมณ์ของตนเอง รวมถึงการใช้การสนทนาเพื่อเชื่อมโยงความรู้สึกกับเหตุการณ์จริง ช่วยให้ผู้รับบริการเข้าใจตนเองและพัฒนาทักษะการรับมือกับสิ่งท้าทายต่างๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ ดนตรีบำบัดสามารถช่วยพัฒนาด้านสุขภาพใจ เสริมสร้างความมั่นใจ และเป็นเครื่องมือสำหรับการพัฒนาตนเองในระยะยาว เป็นงานบริการที่นักวิจัยกับนักปฏิบัติต้องทำงานร่วมกัน กลายเป็นความเชื่อมโยงกับดนตรีพื้นบ้าน ดนตรีอีสาน นำมาผสมผสานกับดนตรีบำบัดได้อย่างลงตัว
“คำว่าดนตรีบำบัด เป็นการใช้ดนตรีที่อิงมาจากหลักฐานเชิงประจักษ์ มีงานวิจัยรองรับ โดยนักดนตรีบำบัดที่ผ่านการรับรองด้านดนตรีบำบัดโดยตรง ภายใต้ความสัมพันธ์เชิงบำบัด ระหว่างผู้บำบัดกับผู้รับบริการ เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมาย ให้ผู้รับบริการเห็นทางแก้ปัญหา หาหนทางที่จะเดินไปต่อได้ด้วยตัวเอง ซึ่งนักบำบัดกับดนตรีมีหน้าที่เป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนให้เขาเดินต่อไปได้ โดยใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือในการทำงาน” คุณชลัช กล่าว




คุณชลัชกล่าวอีกว่า ดนตรียังสามารถ เข้าไปช่วยคลี่คลายพลังงานในตัวผู้รับบริการ บรรเทาความเจ็บปวดหรือติดขัดด้านร่างกายและอารมณ์ คลื่นเสียงที่สอดคล้องจะช่วยให้ปมหรือจุดอุดตันในร่างกายผ่อนคลาย นี่คือหลักการของการทำ Sound Healing
“ดนตรีบำบัดเกี่ยวข้องกับชีวิตตั้งแต่ก่อนเกิดจนถึงก่อนเสียชีวิต เด็กที่อยู่ในครรภ์ใช้ดนตรีสานสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก ดนตรีบำบัดกับเด็กเล็ก วัยรุ่น หรือกลุ่มวัยทำงาน ไปจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งในเมืองไทยเรายังไม่มีเพลงพื้นบ้านที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นแบบชัดเจนเหมือนในยุโรป พอเห็นโครงการของ ดร.ดนุเชษฐ ผมรู้สึกว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เป็นการอนุรักษ์และสืบทอดอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในอนาคตนอกจากเพลงพื้นบ้านอีสาน เราอาจขยายไปในกลุ่มเพลงล้านนา เพลงใต้ หรือชาติพันธุ์อื่นๆ”
ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของแม่น้ำโขง และเสียงดนตรีพื้นถิ่นที่เป็นรากเหง้าทางวัฒนธรรมของชาวอีสาน ได้ถูกบันทึกด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และถูกหล่อหลอมให้เป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อสืบสานคุณค่าทางศิลปะ การสนับสนุนทุนวิจัยของ บพข. เปิดโอกาสการนำงานวิจัยดนตรีอีสาน หรือดนตรีวัฒนธรรมพื้นบ้าน มาต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ สร้างสุขภาวะสมบูรณ์แบบ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส รวมถึงการนำเพลงพื้นบ้านไปเป็นส่วนประกอบของสินค้าและบริการต่างๆ ช่วยสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง สามารถยกระดับความสามารถทางการแข่งขัน เชื่อมโยงสู่ระดับสากล
