
เพื่อเป็นการเร่งรัดงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน (บพข.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.) ได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “ท่อส่งนวัตกรรม” อย่างเต็มกำลัง ภายใต้การนำของ รศ.ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย์ ผู้อำนวยการ บพข. โดยมุ่งเน้นให้ บพข. เป็นแกนหลักในการบูรณาการความร่วมมือเชิงรุกกับหน่วยงานต่างๆ
ทั้งนี้ บพข. ได้เดินหน้ากิจกรรม “บพข. สัญจร” เพื่อเข้าพบและหารือแนวทางความร่วมมือในการรับช่วงต่อและส่งต่อผลงานนวัตกรรมกับหน่วยงานๆ โดยได้ Kick-off ที่แรกในการหารือร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ก่อนจะเดินหน้าสัญจรย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย์ และคณะผู้บริหาร บพข. ได้เข้าหารือร่วมกับทีมผู้บริหารหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) นำโดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการ บพค. และผู้บริหารอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 เพื่อพัฒนากลไกการส่งต่อโครงการวิจัยที่มีศักยภาพสูงจาก บพค. สู่ บพข. ให้เกิดการต่อยอดเชิงพาณิชย์และการใช้ประโยชน์จริงในภาคอุตสาหกรรม

รศ.ดร.กานดา ได้ตอกย้ำภารกิจของ บพข. ในการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและภาคบริการ โดยได้นำเสนอภาพรวมบทบาทภารกิจของหน่วยงานในการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและภาคบริการ รวมถึงการส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างตลาดนวัตกรรม และการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยมีหลายแผนงานที่สามารถเชื่อมต่อและขยายผลจาก บพค. ได้ อาทิ แผนงานด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และอาหารมูลค่าสูง นอกจากนี้ ยังได้แนะนำแพลตฟอร์มบริหารจัดการโครงการวิจัย ซึ่งช่วยวิเคราะห์และจัดกลุ่มโครงการให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของแต่ละแผนงานและศักยภาพเชิงพาณิชย์

ด้าน ดร.ณิรวัฒน์ ได้นำเสนอที่มาและแนวคิดการส่งต่อโครงการวิจัยภายใต้กรอบ Innovation Pipeline โดยชี้ให้เห็นว่า โครงการที่ บพค. สนับสนุนส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยต้นน้ำในระดับ Frontier Research ซึ่งมีความเข้มข้นทางวิชาการสูงและเป็นฐานสำคัญของเทคโนโลยีแห่งอนาคต อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือ งานวิจัยจำนวนมากยังไม่สามารถก้าวสู่กระบวนการขยายผลเชิงพาณิชย์หรือเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเต็มศักยภาพ ดังนั้น การออกแบบกลไกการส่งต่อโครงการวิจัยภายใต้ร่ม รวพ. จาก บพค. ไปสู่ บพข. จึงถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเชื่อมต่อห่วงโซ่นวัตกรรม เพื่อเร่งรัดให้ผลงานวิจัยระดับต้นน้ำพัฒนาไปสู่การใช้ประโยชน์จริงอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีทีมอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 ร่วมคัดกรอง วิเคราะห์ และยกระดับโครงการที่มีศักยภาพก่อนการส่งต่อในระยะถัดไป

ในการนี้ ผศ.ดร.ชินวุธ ได้นำเสนอกลไกการส่งต่องานวิจัยภายใต้ Innovation Pipeline อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนากลไกเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ โดยพิจารณาทั้งมิติความพร้อมของเทคโนโลยี และศักยภาพการต่อยอดเชิงตลาด เพื่อให้การสนับสนุนในแต่ละช่วงมีความเหมาะสมและต่อเนื่อง
ขณะที่ ดร.วรรณภา ได้นำเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมโครงการเพื่อการพัฒนาต่อยอดและส่งต่อไปยัง บพข. โดยเสนอกรอบการประเมินศักยภาพเทคโนโลยีของโครงการในหลายมิติ ทั้งในแง่ของความพร้อมของเทคโนโลยี ความพร้อมเชิงพาณิชย์ ความพร้อมทางการผลิต ความพร้อมทางธุรกิจ เป็นต้น เพื่อให้เห็นระดับความพร้อมของโครงการอย่างรอบด้าน ข้อมูลดังกล่าวจะถูกรวบรวมและจัดทำในรูปแบบ PMU-B Portfolio เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์ คัดเลือก และจัดกลุ่มโครงการ โดยแบ่งเป็นโครงการที่ควรได้รับการบ่มเพาะและยกระดับเพิ่มเติม และโครงการที่มีศักยภาพสูงและมีความพร้อมเพียงพอสำหรับการส่งต่อไปยัง บพข. เพื่อขยายผลในระยะถัดไป
ก้าวต่อไปของนโยบาย “ท่อส่งนวัตกรรม” คือการที่ บพข. จะยังคงเดินหน้าสัญจรไปหารือกับหน่วยบริหารจัดการทุนและหน่วยงานบูรณาการอื่นๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างระบบนิเวศการส่งต่องานวิจัยที่เข้มแข็ง เชื่อมต่อทุกห่วงโซ่คุณค่า และผลักดันนวัตกรรมไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกอย่างแท้จริง







