เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิจัย และผู้ประกอบการ ในการเปลี่ยน “ทุนวิจัย” ให้กลายเป็น “กลไกระดับประเทศ” ที่สร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน ภายในงาน อว.แฟร์ ปี 2568 ได้มีการจัดงาน IDE Day 2025 : Innovation Exchange โดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เป็นหน่วยงานหลักในการจัดงานครั้งนี้
ทั้งนี้ หนึ่งในกลไกที่ สกสว. ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดำเนินการตามนโยบายวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ รวมถึงการติดตามผลกระทบในการลงทุนของรัฐด้านวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคม ให้ความสำคัญ คือ แผนงาน Innovation Driven Enterprises หรือ IDEs ที่ริเริ่มโดย สอวช. และดำเนินการโดย บพข. โดยแผนงาน IDEs เป็น Sandbox ที่มีการติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด



“โจทย์ของประเทศไม่ใช่เพียงการสร้างนวัตกรรมใหม่ แต่คือต้องสร้าง ‘กลไกเชื่อมโยง’ ระหว่างทุน กลไก และตลาด เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างมียุทธศาสตร์” ผศ.ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ รองผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวรายงาน พร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่างาน IDE Day 2025 เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นที่จะทำให้การลงทุนของรัฐด้านวิจัยและนวัตกรรม ไม่หยุดอยู่เพียงในห้องปฏิบัติการ แต่ต่อยอดสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของธุรกิจไทย โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทขนาดกลางและใหญ่ ที่ต้องการขยายสู่ตลาดโลก แต่ติดอยู่ในช่วงที่รายได้เริ่มทรงตัว แต่ยังไม่มีระบบหรือทีมที่พร้อมพาไปสู่ next level”
สำหรับ บพข. มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อน แผนงาน Innovation Driven Enterprises (IDEs) ในฐานะ Sandbox ระดับประเทศ เพื่อทดลอง “กลไกเชิงระบบ” ที่ช่วยให้บริษัทไทยเปลี่ยนเกมธุรกิจได้จริง ไม่ใช่เพียงเพิ่มยอดขาย แต่ปรับโครงสร้างองค์กร สร้างขีดความสามารถใหม่ และต่อยอดสู่การแข่งขันระดับสากล โดย ผลลัพธ์ใน 2 ปีแรก แผนงาน IDEs ได้สร้างเครือข่ายพลัง 3 ฝ่าย ได้แก่ บริษัท ME/LE, หน่วยงานตัวกลาง (IM) และที่ปรึกษาเชิงลึก (IBDS) ซึ่งสามารถทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเป็นอีโคซิสเตมที่เสริมพลังกันและกัน และช่วยเร่งขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยให้เห็นผลในเชิงรูปธรรม

ศวัส สังขนันท์ กรรมการและรักษาการผู้อำนวยการ บพข. กล่าวว่า “การดำเนินงานของ บพข. ในแผนงาน IDEs มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจฐานนวัตกรรมของไทยให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด”
“โดยที่ผ่านมามีบริษัทกว่า 230 แห่ง เริ่มกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจฐานนวัตกรรม ในจำนวนนี้มีถึง 5 บริษัท ที่ก้าวสู่รายได้หลักพันล้านบาท ขณะที่ ภายใต้การทำงานของแผนงาน IDEs สามารถทำให้เกิด 37 Intermediary ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นตัวกลางที่เข้าใจภาพธุรกิจและอุตสาหกรรมในภาพรวมที่ลุกขึ้นมานำกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจนวัตกรรม กับองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญเชิงลึกเฉพาะด้านเพื่อการพัฒนาธุรกิจฐานนวัตกรรมที่ปรึกษา หรือ Innovation Business Development Service (IBDS) กว่า 100 ทีม มาช่วยวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจให้แก่บริษัท เร่งการ Scale-up ธุรกิจในบริบทที่มีการแข่งขันสูง ตลอดจนพัฒนาสมรรถนะและ Transformation องค์กรให้แข็งแกร่งสามารถปรับตัวต่อสถานการณ์ใหม่ๆ ให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน”
และภายในงาน IDE Day 2025 : Innovation Exchange ได้มีการจัดเสวนาในหัวข้อหลากหลาย เพื่อแสดงให้เห็นถึงอีโคซิสเตมในการทำงานของแผน IDEs ซึ่งเป็นความร่วมมือกันของ สกสว. และ บพข. ที่ขับเคลื่อนและเพิ่มขีดความสามารถให้ “ธุรกิจฐานนวัตกรรม” ของไทยได้จริง โดยมีหัวข้อที่เป็นไฮไลต์ที่แสดงให้เห็นถึงโมเดลความสำเร็จในการทำงานร่วมกันระหว่าง IM/IBDS ที่ใช่ ที่เป็นเหมือน “ลมใต้ปีก” ส่งให้ IDE หรือ ธุรกิจฐานนวัตกรรม สามารถ Scale Up หรือบินได้สูงขึ้น

เริ่มจาก เสริมศักดิ์ วงศ์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท กลัฟเท็กซ์ จำกัด ตัวแทน IDE ที่มาแชร์มุมมองการทำงานร่วมกันกับ ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งทำหน้าที่เป็น IM หน่วยงานสื่อกลางที่เข้าใจภาพธุรกิจและอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยคุณเสริมศักดิ์ เล่าให้ฟังถึงที่มาของการมาร่วมในโครงการนี้ว่า
“บริษัท กลัฟเท็กซ์ จำกัด เป็นบริษัทผู้ผลิตถุงมือนิรภัยในภาคอุตสาหกรรม เราถือเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศไทยที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตนี้มา 25 ปีแล้ว โดยถุงมือนิรภัยที่ผลิตออกไป ก็จะใช้เพื่อกันของมีคม ซึ่งใช้กันแพร่หลายในอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และเรายังเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ PPE ที่ใช้ในการสร้างความปลอดภัยส่วนบุคคล ตั้งแต่หัวถึงเท้า เช่น หมวก แว่นตา แมส ชุด รองเท้า Safety”
“ดังนั้น กล่าวได้ว่าธุรกิจของเราเป็นธุรกิจทดแทนการนำเข้าให้กับผู้ประกอบการในไทย เมื่อก่อนยอดขายหลักเป็นยอดขายในประเทศ 80 เปอร์เซ็นต์ จากนั้น เราเริ่มมีลูกค้าติดต่อเข้ามาเพื่อให้เราส่งออกสินค้าไปยังยุโรปและอเมริกา ซึ่งเมื่อเราต้องขยายไปผลิตสินค้าส่งออก ก็ต้องมีการปรับธุรกิจและมีหลากหลายองค์ประกอบที่ต้องปรับเปลี่ยน ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัยขึ้น การสร้างมาตรฐานต่างๆ เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ จากจุดนี้นี่เองที่ทำให้เราเข้าร่วมโครงการ IDEs เพื่อหาหน่วยงานหรือองค์กรที่จะมาให้ปรึกษาในเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสร้างมาตรฐานตามที่กล่าวมานี้”
“โดยทาง สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ มีส่วนสำคัญในการเข้ามาอบรม ปูพื้นฐานว่าในการจะเติบโตเป็นธุรกิจฐานนวัตกรรมที่นำเสนอสินค้านวัตกรรมนั้นต้องมีเครื่องมือที่จะทำการทดสอบเพื่อทำมาตรฐานอะไรบ้าง ตลอดจนให้คำแนะนำในเรื่องของเครื่องจักรว้ต้องใช้เครื่องจักรอะไรในการผลิตจึงจะเหมาะสม ขณะเดียวกัน กเป็นที่ปรึกษาในการจัดทำห้องแล็บใหม่ขึ้นมาในโรงงานด้วย”

จากนั้น ดร.ชาญชัย ได้กล่าวเสริมว่า “กลัฟเท็กซ์ มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขของโครงการ IDEs คือ ต้องเป็นธุรกิจที่เป็น Pioneer คือ ธุรกิจที่กล้าทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าทำ และทางบริษัทฯ ก็มี Unique Product หรือสินค้าเฉพาะทางที่มีความสำคัญกับภาคอุตสาหกรรมการผลิต นอกจากนั้นตัวผู้บริหาร คือ คุณเสริมศักดิ์เอง ก็มีวิสัยทัศน์ชัดเจนในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ๆ โดยที่ กลัฟเท็กซ์ มีการจัดตั้งหน่วยงานทำวิจัย หรือ Research & Development (R&D) และห้องแล็บขึ้นในบริษัท ซึ่งแน่นอนว่าในปัจจุบัน ยังมีบริษัทไม่กี่แห่งที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เพราะมองว่าเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่มขึ้น ทั้งที่ การมีหน่วยงาน R&D ในองค์กร มีความสำคัญมากกับธุรกิจ IDE เพราะจะเป็นหน่วยงานที่เป็นมันสมองขององค์กร คิดค้นสินค้านวัตกรรมใหม่ที่ช่วยทำให้องค์กรมีความต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรนั้นได้”
“ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ ทำให้ กลัฟเท็กซ์มีศักยภาพเป็นผู้ประกอบการธุรกิจฐานนวัตกรรม ทางสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ จึงได้เชิญชวนให้เข้ามาร่วมในโครงการนี้ และในวันนี้ กลัฟเท็กซ์ ก็ถือเป็นหนึ่งใน Success case หรือผู้ประกอบการธุรกิจฐานนวัตกรรมต้นแบบในรุ่นแรก (ปี 2566) ของโครงการ IDEs ที่ประสบความสำเร็จสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด โดยมูลค่าธุรกิจสูงถึงหลัก 1,000 ล้านบาท”

“โดยในการทำงานของ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ที่เป็น IM นั้น เราจะมีหน่วยงานที่เป็น IBDs ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษา เช่น สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่เข้ามาช่วยในการวางกลยุทธ์ ทำ Business Model ด้วย ส่วนการทำงานของ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ในฐานะ IM นั้น จำเป็นต้องรู้ถึงเทรนด์ในภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยเฉพาะเทรนด์ในด้าน Sustainability ที่เราพยายามเน้นย้ำให้ IDE ในความดูแลของเราต้องตามเทรนด์นี้ และต้องวางแผนการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตตามแนวทางด้านความยั่งยืนด้วย”
“นอกจากนั้น อยากเน้นย้ำว่าในการทำงานร่วมกันระหว่าง IDE, IM และ IBDs เพื่อนำไปสู่เป้าหมายนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องมีนั่นคือ Trust หรือความไว้วางใจ เพราะแน่นอนว่าในการทำงานในฐานะที่ปรึกษาของ IDE นั้น เราจำเป็นต้องรู้ข้อมูลทางธุรกิจของ IDE ซึ่งถ้าเราไม่มีความไว้วางใจกัน เปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ทาง IM นำไปพิจารณาว่าควรแนะนำแนวทางให้ IDE อย่างไร เช่นนี้ อาจจะทำงานร่วมกันได้ยาก”
ทั้งนี้ คุณเสริมศักดิ์และ ดร.ชาญชัย ได้กล่าวสรุปว่า การได้รับสนับสนุนทุนจาก แผน IDEs ของ บพข. มีส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนาขีดความสามารถของ IDE ผ่าน Consulting Service หรือการให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ รวมถึงมีการพาไปออกงานแสดงสินค้าต่างประเทศ พาไปศึกษาดูงานในมหาวิทยาลัยชั้นนำ โดยทาง กลัฟเท็กซ์ ได้โอกาสในการไปศึกษาดูงานที่มหาวิทยาลัยเซียงไฮ้ ที่มีภาควิชาสิ่งทอ ทำให้เราได้ไปเรียนรู้แนวทางการสร้างนวัตกรรมสิ่งทอที่ทันสมัย ตลอดจนได้ Connection ในการขอคำปรึกษาเรื่องการพัฒนาสินค้านวัตกรรมด้วย

ต่อมา เป็นอีกหนึ่งต้นแบบความสำเร็จของการทำงานร่วมกันระหว่าง IM และ IDE เป็นธุรกิจฐานนวัตกรรมที่มาจากจังหวัดขอนแก่น คือ เฉลิมพล มหาปิติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ อินเตอร์ฟู้ดส์ จำกัด และ ธวัชชัย โคตรวงษ์ หัวหน้าคณะทำงาน Intermediary หอการค้าจังหวัดขอนแก่น ที่มาร่วมถอดบทเรียนความสำเร็จของ IDE สายอุตสาหกรรมอาหารและเบเกอรี่ โดย คุณเฉลิมพลได้เล่าถึงธุรกิจของครอบครัวว่า
“บ้านขนมภัทรา เป็นร้านกาแฟเล็กๆ ในจังหวัดขอนแก่นเมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว จากนั้นได้พัฒนาสินค้าหน้าร้านให้มีความหลากหลายมากขึ้น จนเราได้ผลิตสินค้าเป็นขนม เบเกอรี่ ให้กับร้านกาแฟ ร้านขายของฝากในท้องถิ่น จนกระทั่งในปี 2559 ได้แยกบริษัทออกมาเป็น บริษัท แกรนด์ อินเตอร์ฟู้ดส์ จำกัด ที่มาทำธุรกิจในการเรื่องของการผลิตเพื่อส่งออกไปยังร้านค้าอื่นๆ ส่วนร้าน บ้านขนมภัทรา ก็ยังเปิดเป็นร้านขายของฝากเหมือนเดิม”
“ปัจจุบัน แกรนด์ อินเตอร์ฟู้ดส์ เป็นผู้ผลิตขนม เบเกอรี่ ส่งให้ทาง คาเฟ่อเมซอน ประมาณ 4,000 สาขาทั่วประเทศ โดยมีระบบขนส่งของตนเองที่ส่งให้ถึงหน้าร้าน และตอนนี้ได้ขยายส่งให้กับ เซเว่นอีเลฟเว่น โลตัส ซีเจ ด้วย และในตอนนี้กำลังการผลิตของเราอยู่ที่ประมาณ 120,000 ชิ้นต่อวัน จำนวนสินค้าที่ผลิตทุกวันจะมีประมาณ 70-80 SKU มีพนักงานประมาณ 400-500 คน โดยผลิตที่อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น แล้วกระจายไปทั่วประเทศ ผลประกอบการปี 2567 อยู่ที่ 640 ล้านบาท และในปี 2568 นี้คาดว่าจะมีผลประกอบการอยู่ที่ 800 ล้านบาท ซึ่งถือว่าโตได้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ในทุกปี

“และเมื่อธุรกิจของเราโตมาได้ถึงระดับนี้ เรามองว่าการทำงานในรูปแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์การรักษาอัตราการเติบโตของธุรกิจให้ได้เหมือนเดิม ดังนั้นโจทย์ที่ท้าทาย คือ จะทำอย่างไรให้อัตราการเติบโตของธุรกิจยังโตได้คงที่และมีแนวโน้มที่จะเติบโตสูงขึ้นได้มากขึ้นกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้ทางบริษัทฯ จึงมองหาวิธีในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจ ซึ่งทาง หอการค้าจังหวัดขอนแก่น ก็ได้แนะนำให้ทราบว่ามีโครงการ IDEs ที่จะมาช่วยพัฒนาธุรกิจให้โตไปในทิศทางของ “ธุรกิจฐานนวัตกรรม” ซึ่งเรามองว่านี่เป็นโอกาสที่ดีและตอบโจทย์ความต้องการของทางบริษัทพอดี”
“ทั้งนี้ ในการปรับธุรกิจให้เป็นธุรกิจฐานนวัตกรรม เรามองว่าจะเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจด้วย โดยที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าเมื่อเราได้เห็นยอดขายแล้วจะตื่นเต้นกับยอดขายมาตลอด แต่ในตอนนี้ การทำธุรกิจต้องมองเรื่องความยั่งยืนด้วย ขณะเดียวกัน ก็ต้องมองหาจุดแข็งของตนเองเพื่อสู่กับคู่แข่ง และไม่หยุดพัฒนาสินค้าที่ไม่ใช่มีแค่ความหลากหลายอย่างเดียว แต่สินค้าแต่ละตัวต้องมีความแปลกใหม่ แตกต่าง จากสินค้าทั่วไปที่วางขายในท้องตลาดด้วย เช่น การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ใช้ใช้น้ำตาลที่ช่วยเพิ่มพรีไบโอติกหรือให้ไฟเบอร์ ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้จะยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่คู่แข่งยังไม่มี ถ้าทำขึ้นมาได้ก่อน ย่อมสร้างแต้มต่อทางธุรกิจได้แน่นอน”

ด้าน คุณธวัชชัย ในฐานะ หัวหน้าคณะทำงาน IM ของหอการค้าจังหวัดขอนแก่น ได้กล่าวว่า “สำหรับการเป็น IM ในโครงการ IDEs นี้ เราได้ทำงานร่วมกับ IBDs หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น บริษัท มิตรผลวิจัย พัฒนาอ้อยและน้ำตาล จำกัด, มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยทาง หอการค้าจังหวัดขอนแก่น ได้แบ่งประเภทของ IBDs ที่จะมาทำงานในโครงการ IDEs เป็น 4 ประเภท ตามที่ บพข. กำหนด นั่นคือ IBDs ที่เชี่ยวชาญใน Product Innovation, Process Innovation, Market Innovation และ Organization Innovation ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ทางหอการค้าฯ สามารถคัดสรร IBDs ใหม่เข้ามาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของ IDE แต่ละแห่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
“โดยหลักการสำคัญที่ทาง หอการค้าจังหวัดขอนแก่นยึดถือในการทำงานเป็น IM คือ ต้องฟังเสียงสะท้อนของผู้ประกอบการว่าจุดแข็งของผู้ประกอบการแต่ละรายคืออะไร และสิ่งที่เขาต้องการคืออะไร ซึ่งที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการจะมีความต้องการที่จะผลิตสินค้าใหม่ๆ ซึ่งทางหอการค้าฯ ก็จะเชื่อมโยง IDE นั้นไปยัง IBDs หรือโค้ชผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดนั้น ยกตัวอย่างทาง แกรนด์ อินเตอร์ฟู้ดส์ ที่เป็น IDE เมื่อได้รับโจทย์จากทาง เซเว่นอีเลฟเว่น โลตัส ซีเจ ให้ผลิตสินค้าใหม่ เราก็จะนำโจทย์นี้ไปปรึกษากับทาง IBDs เพื่อขอคำแนะนำในทุกมิติทั้งด้านกลยุทธ์ธุรกิจ การปรับกระบวนการผลิตให้มีความทันสมัย เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด”
“ทั้งนี้ ทางหอการค้าจังหวัดขอนแก่นมองว่าปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจฐานนวัตกรรมเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง คือ ต้องมีการปรับเอาซอฟแวร์และแพลตฟอร์มดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการ ดังนั้น ในการให้คำปรึกษากับทาง แกรนด์ อินเตอร์ฟู้ดส์ นั้น เราตั้งโจทย์ให้กับทางบริษัทฯเลยว่าให้ปรับเอา Data มาใช้ประโยชน์ในการทำธุรกิจ เพราะก่อนหน้านี้ทางบริษัทฯ ก็ยังไม่ได้ปรับเอา Data มาใช้ประโยชน์ 100 เปอร์เซ็นต์”


“ทั้งที่จริงแล้ว เราต้องรู้ว่าใน 3 เดือน 6 เดือน ที่จะถึงนี้ มีดีมานด์หรือความต้องการของผู้ประกอบการที่เป็น Outlet ที่จะให้สินค้าของบ้านขนมภัทราไปวางมากน้อยเท่าไร แล้วกำลังการผลิตในอนาคตของทางบริษัทฯจะมีปริมาณแค่ไหน ขณะเดียวกัน Data ที่ต้องเก็บนั้น อาจต้องเก็บไปถึงผู้บริโภคที่มาซื้อของในรูปแบบของ Social Listening ด้วย เพื่อทำให้ทางบริษัทฯ ได้รู้ถึงความพึงพอใจ กระแสตอบรับในสินค้าแต่ละรูปแบบ ถ้าทำได้เช่นนี้ จึงจะเป็นการใช้ Data Driven ธุรกิจที่ถูกต้อง”
สุดท้ายแล้ว คุณเฉลิมพลในฐานะ IDE ต้นแบบ ได้เน้นย้ำว่า โครงการ IDEs ของ บพข. เป็นโครงการที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการมาก เพราะทำให้ผู้ประกอบการมีที่ปรึกษาที่ช่วยให้คำแนะนำในการขยับขยายธุรกิจไปสู่การเป็นธุรกิจฐานวัตกรรม โดยเฉพาะการมี IM ที่ดี อย่าง หอการค้าจังหวัดขอนแก่น ที่มี Connection กว้างขวาง โดยเฉพาะสมาชิกหอการค้าฯ ที่เป็นบริษัทเจ้าของธุรกิจในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งสามารถให้คำปรึกษาและแนะนำเราได้ในหลากหลายด้าน เช่น ถ้ามีปัญหาในเรื่องกระบวนการผลิตหรือซอฟแวร์ควรจะไปคุยกับใคร เป็นต้น”
ขณะที่ คุณธวัชชัย ในฐานะ ตัวแทนของหอการค้าจังหวัดขอนแก่น ได้ยืนยันว่า โครงการ IDEs ของ บพข. เป็นโมเดลและแพลตฟอร์มที่เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นอย่างชัดเจน และทุนสนับสนุนที่จัดสรรมาให้กับทางหอการค้าจังหวัดขอนแก่น เราได้บริหารจัดการกระจายไปยังหลากหลายธุรกิจในจังหวัดขอนแก่น รวมถึงใช้ในการจัดฝึกอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพและยกระดับธุรกิจในพื้นที่ให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดดได้จริง
