กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

บพข. หนุนงานวิจัย ม.นเรศวร ‘Banana Powder Shots Sun Protection’ พร้อมยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์ Nutricosmetics ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Functional Food ของไทย

“กล้วยไข่” เป็นผลไม้เศรษฐกิจส่งออกที่สำคัญของประเทศ ที่นอกจากจะมีรสชาติอร่อยแล้ว ยังมีงานวิจัยรับรองว่ามีสรรพคุณสำคัญช่วยเพิ่มการดูดซึมของ “เบต้าแคโรทีน” ช่วยป้องกันการอักเสบแดงของผิวหนังที่เกิดขึ้นจากการสัมผัสแสงแดดอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ในแง่ของการเป็นผลิตผลทางการเกษตร ประเทศไทยยังสามารถปลูกกล้วยไข่ได้ในทุกภูมิภาค ด้วยเหตุนี้ การศึกษาวิจัยโดยการนำ กล้วยไข่ มาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ Nutricosmetics หรืออาหารเสริมที่ช่วยบำรุงและเสริมสร้างความงามจากภายใน ย่อมเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทยด้วยการเพิ่มมูลค่าให้กล้วยไข่ ตอบโจทย์การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการผลิต “อาหารมูลค่าสูง” หรือ Functional Food ได้อีกด้วย
ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงจารุภา วิโยชน์ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

จากสารพัดประโยชน์ของ “กล้วยไข่” ที่กล่าวมาข้างต้นนี้เอง ที่ทำให้ ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงจารุภา วิโยชน์ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร เลือกเอา “กล้วยไข่” มาทำการศึกษาวิจัย และพัฒนาสู่การแปรรูปสินค้าเกษตรมูลค่าสูงด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็น “ผลิตภัณฑ์นิวตราซูติคอลเม็ดเคี้ยวกล้วยไข่ผสมน้ำมันเมล็ดกัญชง” โดยงานวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนการวิจัยจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร(องค์การมหาชน) และด้วยผลตอบรับที่ดี ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้เป็นงานวิจัยต้นแบบที่พร้อมได้รับการยกระดับและต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้ทันที

โดยในวันนี้ ศ.ดร.ภญ.จารุภา ได้ร่วมมือกับ คุณกุญช์ชญา โอภาสทิพากร กรรมการบริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด ในการต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ ‘Banana Powder Shots Sun Protection’ หรือ “ผลิตภัณฑ์ป้องกันรังสียูวีจากแสงแดด ในรูปแบบ Powder Shots จากกล้วยไข่” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่จัดเป็น Nutricosmetics ที่ผลิตด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ จึงปลอดภัยทั้งกับผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม เพราะไม่เกิดสารเคมีตกค้างเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์นี้ และ ‘Banana Powder Shots Sun Protection’ ยังเป็นต้นแบบงานวิจัยที่สอดคล้องกับแนวทางในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Functional Food หรือ อาหารมูลค่าสูง ที่ได้รับการสนับสนุนทุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หรือ บพข. ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ด้วย

คุณกุญช์ชญา โอภาสทิพากร กรรมการบริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด

ความท้าทายที่ต้องก้าวข้ามและโอกาสที่ซ่อนอยู่ ในการพัฒนา ‘Banana Powder Shots Sun Protection’

ศ.ดร.ภญ.จารุภา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงที่มาของโครงการวิจัยนี้ว่า “มหาวิทยาลัยนเรศวร ตั้งอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก และพิษณุโลกก็เป็นเมืองกล้วย มีทั้งกล้วยน้ำว้าท้องถิ่น สายพันธุ์มะลิอ่อง หรือในจังหวัดใกล้เคียงอย่างกำแพงเพชร ยังมีกล้วยไข่ พันธุ์กำแพงเพชรด้วย”

“ที่ผ่านมา จึงได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับการนำพืชผักผลไม้ไทยที่น่าสนใจโดยเฉพาะกล้วย มาทดสอบเพื่อค้นหาสารแอนไทเอจจิ้ง (Anti-aging) ช่วยชะลอวัย ลบริ้วรอย ซึ่งพบว่ากล้วยไข่ของไทยมีสารสำคัญที่มีคุณสมบัติที่ดีที่สุด มีปริมาณเบต้าแคโรทีนสูง จึงนำกล้วยไข่มาศึกษาวิจัยในเชิงลึกต่อว่าต้องใช้กล้วยไข่สายพันธุ์ไหน และเก็บในช่วงเวลาไหน ต้องมี ความสุก ความหวาน ระดับไหน ถึงจะได้ปริมาณเบต้าแคโรทีนสูงสุด”

“เมื่อทราบแล้วว่ากล้วยไข่มีปริมาณเบต้าแคโรทีนสูง จึงคิดค้นสูตรการผลิต “ผลิตภัณฑ์ป้องกันรังสียูวีจากแสงแดดที่ใช้สารสกัดจากกล้วยไข่” โดยในขั้นตอนนี้เราได้ร่วมมือกับ บริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด ที่มีคุณกุญช์ชญาเป็น CEO โดยเราเห็นตรงกันว่าในการต่อยอดงานวิจัยนี้ไปสู่เชิงพาณิชย์ ควรผลิตออกมาในรูปแบบใดจึงจะตอบโจทย์ผู้บริโภคมากที่สุด ซึ่งมองว่าถ้าผลิตออกมาในรูปแบบเม็ดเคี้ยว ผู้บริโภคอาจไม่ชอบเพราะรับประทานยาก ทางบริษัทจึงต้องการนำสูตรไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่กินได้ง่ายขึ้นในรูปแบบของ Powder Shots”

“และโจทย์ที่ท้าทายในการแปรรูปผลิตภัณฑ์นี้ คือ เราต้องคงสารเบต้าแคโรทีนไว้ให้ได้ เพราะเบต้าแคโรทีนสามารถสลายตัวได้ง่ายในแสงและความร้อน จึงต้องควบคุมความร้อนในกระบวนการผลิต นอกจากนั้น ต้องเก็บรักษากล้วยไข่ให้เหมาะสม และเช็คปริมาณน้ำตาลด้วยว่ามีปริมาณเท่าไร สามารถใช้เป็น Raw Material ได้หรือไม่ ขณะที่ เมื่อนำมาผลิตเป็น Powder shots ก็ต้องทำให้ผงกล้วยนั้นละลายในปาก และติดค้างอยู่ในปากให้น้อยที่สุดและต้องมีรสชาติที่ผู้บริโภคให้การยอมรับด้วย”

“และยังมีอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญ คือ การพิสูจน์ว่าเมื่อผลิตภัณฑ์นี้เข้าสู่ร่างกายแล้ว สามารถซึมผ่านเข้าสู่ลำไส้ได้ โดยจะทดลองในกลุ่มอาสาสมัคร ซึ่งในขั้นตอนนี้ต้องมีการผลิตเพื่อทำ Prototype หรือผลิตภัณฑ์ต้นแบบจำนวนหนึ่ง และเมื่อทดสอบกับอาสาสมัครผ่านแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการผลิตจริง (Pilot Scale) โดยในขั้นตอนนี้ยังมีการทดสอบในเรื่องของความพึงพอใจ ที่แยกออกเป็นการทดสอบทั้งทาง Clinical และ Sensory Test ด้วย”

ด้าน คุณกุญช์ชญา CEO บริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด ได้กล่าวเสริมในประเด็นเรื่องความท้าทายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ‘Banana Powder Shots Sun Protection’ ว่า

“ความท้าทายและความยากของการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ Powder shots จากการแปรรูปกล้วยไข่นี้ คือ กล้วยที่นำมาใช้ไม่ใช่กล้วยสุกและอาจมีกลิ่นที่ผู้บริโภคไม่ชอบ ในฐานะผู้ผลิตก็ต้องพยายามทำให้ผลิตภัณฑ์นี้มีกลิ่น มีรสชาติ ที่ถูกใจผู้บริโภคให้ได้ และเมื่อกินแล้วก็ต้องไม่ให้ติดอยู่ที่ฟันหรือติดอยู่ในปากผู้บริโภค โดยในการทดลองเพื่อหาสูตรในการผลิต เราพยายามใส่สารสังเคราะห์ให้น้อยที่สุดเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ Powder shots จากกล้วยไข่ที่ธรรมชาติ เป็น Natural Product และผ่านกระบวนการสังเคราะห์ให้น้อยที่สุด”

โดยความร่วมมือกันระหว่างนักวิจัยและภาคเอกชนเพื่อพัฒนาโครงการวิจัยนี้สู่เชิงพาณิชย์ในครั้งนี้ เกิดขึ้นได้จากคุณกุญช์ชญา ที่เป็นศิษย์เก่าของ มหาวิทยาลัยนเรศวร และทราบว่าอาจารย์จารุภาทำโครงการวิจัยเรื่องการแปรรูปกล้วยไข่ให้เป็น Functional Food หรืออาหารมูลค่าสูง จึงมองเห็นช่องทางว่าสามารถนำโครงการวิจัยนี้ไปต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าในเชิงพาณิชย์ได้ เพราะผลิตภัณฑ์นี้ก็เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากธรรมชาติ ซึ่งก็อยู่ในเทรนด์ความสนใจของผู้บริโภคยุคนี้ รวมถึงผลิตภัณฑ์ Powder shots จากกล้วยไข่ ก็มีสรรพคุณในการช่วยฟื้นฟูผิวจากรังสี UV หรือแสงแดด และมีกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เป็นประจำ

“ในส่วนของบริษัทที่จัดตั้งขึ้น จะมีพาร์ทเนอร์ผู้ถือหุ้นที่เป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยนเรศวรมาทำงานร่วมกัน โดยผู้บริหารท่านอื่นก็มีประสบการณ์จากวงการสตาร์ทอัพ และที่ผ่านมาเราได้รับทุนจาก TED Fund เพื่อมาต่อยอดสร้างธุรกิจจากงานวิจัย จึงมีความสนใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยอยู่แล้ว โดยโปรเจ็คในการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ Powder shots จากกล้วยไข่ ก็เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่เราตั้งใจต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตและวางจำหน่ายจริงในท้องตลาด”

“และ ผลิตภัณฑ์ Powder shots จากกล้วยไข่ ยังมีจุดเด่นและเป็นนวัตกรรมที่มีความแปลกใหม่ที่ผลิตด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติที่รับประทานได้ในระยะยาว ทั้งยังพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยลดริ้วรอยได้อย่างเห็นผล ทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน หรือ Sustainable มากกว่าผลิตภัณฑ์ Sun Protection หรือผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอยแบบทาทั่วไป ที่มีส่วนผสมของเคมีที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพราะเมื่อทาแล้วลงไปดำน้ำ สารเคมีที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ก็ย่อมทำให้ปะการังถูกทำลายได้”

“ทั้งนี้ บริษัทได้วางแผนไว้ว่าถ้า ผลิตภัณฑ์ Powder shots จากกล้วยไข่ ได้รับผลตอบรับจากผู้บริโภคและตลาดค่อนข้างดี ก็จะทำเป็น Raw Material เพื่อจำหน่ายด้วย ซึ่งถ้าทำได้ ก็ย่อมสร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรมการการผลิต Functional Food ของไทยและขับเคลื่อนนวัตกรรมการผลิต Nutricosmetics ได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย


บพข. สะพานเชื่อมทุกงานวิจัยไปสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์

“ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนทุนจาก บพข. ทางทีมนักวิจัยและบริษัท ก็คงไม่สามารถดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ‘Banana Powder Shots Sun Protection’ ต่อได้ ยิ่งในขั้นตอนที่ทำ Pilot Scale หรือขั้นตอนในการผลิต ผลิตภัณฑ์ จำนวนหนึ่งเพื่อนำไปทดสอบกับอาสาสมัคร ซึ่งต้องหาโรงงานที่รับผลิตและมีเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ใช้ผลิต Powder shots ตลอดจนการขอรับรองมาตรฐานจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ด้วย” คุณกุญช์ชญา สะท้อนมุมมองในฐานะผู้ประกอบการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของแหล่งทุนอย่าง บพข. ที่มีบทบาทสำคัญในการเป็น “สะพานเชื่อมทุกงานวิจัยไปสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์”

ด้าน ศ.ดร.ภญ.จารุภา กล่าวเสริมว่า “การได้ทํางานร่วมกับบริษัทที่มีความตั้งใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ไปสู่การผลิตเพื่อวางจำหน่ายในท้องตลาด โดยมีแหล่งทุนอย่าง บพข. เป็นตัวเชื่อม เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับตัวนักวิจัยในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นการได้เปิดมุมมองจากผู้ประกอบการ เพราะในความคิดของนักวิจัย มองว่าสูตรของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดลองในห้องแล็บนั้นมีรสชาติที่ดีและสามารถนำไปผลิตเพื่อจำหน่ายได้แล้ว แต่เมื่อไปถามความคิดเห็นของผู้ประกอบการ ก็จะรู้ว่าสูตรนั้นอาจยังไม่ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคและตลาด ซึ่งก็ทำให้นักวิจัยได้กลับมาคิดทบทวนและพยายามพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคมากขึ้น”

“และในฐานะนักวิจัยยังมองว่าถ้าโมเดลการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ Powder Shots จากกล้วยไข่ นี้ประสบความสำเร็จก็จะเป็นอีกหนึ่งสารตั้งต้นที่จะนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต Functional Food ในไทยด้วย ขณะเดียวกัน เนื่องจากผลิตภัณฑ์นี้มีสรรพคุณในการป้องกันการอักเสบแดงจากแสงแดด ก็ย่อมเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้เท่านั้น แต่ยังสามารถขยายตลาดไปทั่วโลกซึ่งตอบรับกับเทรนด์สุขภาพและเทรนด์การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากธรรมชาติของผู้บริโภคทั่วโลกด้วย”