ทุกการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ มักเริ่มจากเความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า เช่นเดียวกับเรื่องราวของคุณอิทธิกร เทพมณี และคุณพชรพล อัฉริยะศิลป์ สองผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ “ใจกล้า” (JAIKLA) อาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียมจากโปรตีนทางเหลือ ที่ตัดสินใจกระโจนออกจากเส้นทางอาชีพที่มั่นคง มาสร้างธุรกิจที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะรุ่งได้จากขยะอาหาร (Food Waste)
จุดเริ่มจากการ “อิ่มตัว” กับงานเดิม สู่การ “อิ่มใจ” กับการเปลี่ยนโลก
คุณอิทธิกร ผู้จุดประกายแบรนด์ ‘ใจกล้า’ เริ่มต้นชีวิตในโลกการเงิน เต็มไปด้วยตัวเลขและการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจ แต่ความตื่นเต้นในการเรียนรู้เริ่มเลือนหาย วันหนึ่งเขากลับค้นพบแรงผลักดันใหม่จากปัญหาจริงที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมอาหาร สิ่งที่คนทั่วไปมองว่าเป็นขยะ กลับเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสและพลังสร้างสรรค์ แรงบันดาลใจที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิตเขาและกำหนดทิศทางของ ‘ใจกล้า’ ด้วยพลังของโปรตีนทางเลือกจากหนอนแมลงวันลาย


เมื่อราว 6-7 ปีที่ผ่านมา เขาเริ่มตั้งคำถามกับรายงานของ FAO (องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ) ที่กล่าวเตือนว่าโลกกำลังเดินเข้าสู่ภาวะขาดแคลนอาหาร ขณะที่ที่ดินเพาะปลูกทั่วโลกเหลือน้อยลงอย่างน่าตกใจ “เราอยู่ในเมือง เห็นอาหารเต็มชั้นร้านสะดวกซื้อ เราเลยไม่รู้สึกว่ามีปัญหา แต่จริงๆ แล้ว โลกเรากำลังเข้าสู่ภาวะเสี่ยง”
จากคำถามคาใจที่ว่า “อาหารเหลือแล้วเอาไปทิ้งที่ไหน เอาไปทำอะไร?” กลับกลายเป็นคำตอบใหม่ให้โลกในวันที่ทรัพยากรเริ่มร่อยหรอ และ ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ระดับโลก เขาเห็นโอกาสใน “โปรตีนทางเลือก” (Alternative Protein) และ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จึงตัดสินใจออกจาก Comfort Zone ทั้งที่ยังไม่มีโมเดลธุรกิจในมือ มีเพียงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าสามารถเปลี่ยนของเหลือให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจได้
ทุบอีโก้เพื่อสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
“ผมเคยใส่เชิ้ตทำงานในออฟฟิศติดแอร์เย็นฉ่ำ คุยงานกับผู้บริหารระดับสูงบริษัท SET 100 แต่วันหนึ่งต้องมาถอดเสื้อเชิ้ตไปคุยกับแม่ค้าในตลาดสด ดูของเหลือทิ้งในเข่ง ต้องเรียนรู้ทุกทักษะที่ไม่เคยทำมาก่อน โดยเฉพาะการขาย มันคือการทุบอีโก้ที่แรงที่สุดในชีวิต” คุณอิทธกรเล่าย้อนถึงเส้นทางการก่อร้างสร้างใจกล้าในอดีต

การก้าวออกมาจากตำแหน่งงานที่มั่นคงเพื่อเริ่มต้นใหม่จากศูนย์คือบทเรียนสำคัญที่เปลี่ยนเขาจากนักวิเคราะห์ เป็นนักลงมือทำอย่างแท้จริง
จากแนวคิด Upcycle (การยกระดับคุณค่าของสิ่งของที่ดูเหมือนจะหมดประโยชน์แล้ว ให้กลับมามีชีวิตใหม่ในรูปแบบที่ดีกว่าเดิม ทั้งในด้านฟังก์ชัน คุณค่า และดีไซน์) นำของเหลือทิ้งไปใช้เป็นอาหารหนอนแมลงวันลาย (Black Soldier Fly) สู่การสกัดเป็นโปรตีนคุณภาพสูง ที่ไม่เพียงช่วยลดขยะอาหาร แต่ยังสร้างคุณค่าทางโภชนาการใหม่ให้สัตว์เลี้ยง ‘ใจกล้า’ จึงถือกำเนิดขึ้น
ในช่วงสองปีแรกใช้ชื่อว่า ‘ไลกา’ ตามชื่อสุนัขอวกาศโซเวียต ที่กลายเป็นสัตว์ตัวแรกที่โคจรรอบโลกไปพร้อมกับยานสปุตนิก 2 และกลายเป็นสัตว์ตัวแรกที่เสียชีวิตที่วงโคจรรอบโลก
หลังลุยเดี่ยวมานานกว่าสองปี โดยมีเพียงความกล้าและไอเดียล้ำหน้าเท่านั้นที่เป็นแรงขับเคลื่อน แต่เมื่อคุณสิทธิกรได้ไปเปิดบูธเล็กๆ ในงาน Startup Thailand ที่ True Digital Park นั่นคือวันที่เขาได้พบกับคุณพชรพล อัฉริยะศิลป์ นักลงทุนรุ่นใหม่ที่เห็นแววในความมุ่งมั่นและความเชื่อของคุณอิทธิกร จึงร่วมลงแรงและทุนเพื่อผลักให้ธุรกิจนี้เติบโตมากยิ่งขึ้น

แต่เมื่อต้องการปลุกปั้นให้ธุรกิจนี้เติบโตในต่างประเทศด้วย แบรนด์ไลกาไม่ตอบโจทย์ เพราะเป็นชื่อที่มีการจดทะเบียนอยู่แล้ว ไม่สามารถส่งออกได้ จึงเป็นที่มาของแบรนด์ ‘ใจกล้า’ ที่ยังคงพ้องเสียงกันกับชื่อเดิม ทั้งยังจดจำง่าย และมีความหมายดี แน่นอนว่าชื่อแบรนด์ใหม่ที่ใช้่อยู่ในปัจจุบันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นการสะท้อนตัวตนของทีมผู้ก่อตั้งที่กล้าลองสิ่งใหม่ กล้าเผชิญความเสี่ยง และกล้าเปลี่ยนโลกเล็กๆ ของสัตว์เลี้ยงให้กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ด้วยโปรตีนทางเลือก เหมือนแรงบันดาลใจจากน้องหมาไลกา ที่เคยเดินทางสู่อวกาศเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าและการสำรวจสิ่งใหม่ๆ ของมนุษยชาติ
จากหนอนแมลงวันลายสู่ซูเปอร์โปรตีนระดับโลก งานวิจัยที่พิสูจน์ว่า “ใจกล้า” ไม่ได้แค่รักโลก แต่เข้าใจสุขภาพสุนัขอย่างแท้จริง
คุณอิทธิกรกล่าวว่า เบื้องหลังความสำเร็จของใจกล้าได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์สัตวแพทย์และนักวิจัยมืออาชีพในการศึกษาผลของโปรตีนแมลงต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง ทั้งในด้านภูมิคุ้มกัน ระบบย่อย และการลดอาการแพ้อาหาร ผลวิจัยพบว่าโปรตีนจากหนอนแมลงวันลายมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน และยังมี Lauric Acid ที่ช่วยเสริมสมองและระบบประสาทของสัตว์ รวมถึง Antimicrobial Peptides (AMPs) ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและลดการติดเชื้อในร่างกาย
ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มสำหรับสุนัขของบริษัท ออกแบบและพัฒนาสูตรโดยทีมสัตวแพทย์และนักโภชนาการอาหารสัตว์เล็ก ได้รับการรับรอง FEDIAF (มาตรฐานโภชนาการสัตว์เลี้ยงยุโรป) และ AAFCO (มาตรฐานโภชนาการและฉลากอาหารสัตว์ในสหรัฐ) จึงมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ของใจกล้ามีคุณภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมกับสุขภาพสัตว์เลี้ยง

โดยขนมสุนัขอบแบบกรุบกรอบ หักแบ่งง่าย ใช้แหล่งโปรตีนหลักจากแมลง จึงย่อยง่าย เหมาะกับสุนัขที่แพ้แหล่งโปรตีนดั้งเดิม เสริมคุณค่าด้วยคาร์โบไฮเดรตจากข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอรี่ ขณะที่น้ำมันจากปลาทะเลมีโอเมก้า 3 และ 6 ทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ไม่แต่งสี ไม่แต่งเกลือ ไม่ใส่สารกันเสีย
จากฟู้ดเวสต์สู่โปรตีนแมลง การเดินทางที่เต็มไปด้วยความท้าทายและโอกาส
“อย่างไรก็ตาม การจะทำให้โปรเจกต์อาหารสัตว์เลี้ยงจากแมลงประสบความสำเร็จ ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงส่งโรงงานผลิต ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไหนจะเลี้ยงแมลงเอง ต้องทำอย่างไรให้ได้คุณภาพดีสม่ำเสมอ ทุกขั้นตอนเต็มไปด้วยความท้าทายและการเรียนรู้แบบลงมือทำจริงๆ แต่ความท้าทายไม่ได้จบเพียงแค่ขั้นตอนการผลิต เรื่องการเข้าถึงผู้เล่นหลักในวงการก็ถือเป็นบททดสอบใหญ่ โดย ‘ผู้เล่นหลัก’ ในที่นี้หมายถึงซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ที่มีอาหารเหลือทิ้งทุกวัน การเข้าไปทำงานร่วมกับพวกเขาไม่ง่าย เราต้องรู้ว่าใครเป็นหุ้นส่วน ใครเป็นผู้ตัดสินใจ และกล้าเข้าไปพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าเราจะไม่ส่งผลกระทบต่อแบรนด์ของพวกเขา การสร้างความมั่นใจในซัพพลายเชนจึงเป็นเรื่องท้าทายไม่แพ้กัน ทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเชื่อถือได้จริง”

ไม่เพียงเท่านี้ คุณอิทธิกรยังเน้นย้ำว่า การสื่อสารกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายถือเป็นสิ่งสำคัญ คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ ‘ทำไมต้องใช้โปรตีนจากแมลง?’ ซึ่งต้องตอบอย่างชัดเจนและสร้างความเข้าใจ แม้ว่าแรงผลักดันในช่วงแรกของใจกล้าจะมาจากความสนใจด้านสิ่งแวดล้อมของคุณอิทธิกร แต่แก่นแท้ของเรื่องราวกลับเกิดจากการเห็นปัญหาที่แท้จริง และมองเห็นโอกาสในการสร้างคุณค่าใหม่จากฟู้ดเวสต์นั่นเอง
เส้นทางของ ‘ใจกล้า’ คือภาพสะท้อนของ เศรษฐกิจ BCG ที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงแนวคิดบนกระดาษ เพราะทุกขั้นตอนของธุรกิจนี้คือการนำหลัก Bio–Circular–Green Economy มาสร้างคุณค่าที่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จาก ‘ของเหลือทิ้งในตลาด’ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงเศษอาหารไร้ค่า กลายเป็นอาหารอันโอชะของ ‘หนอนแมลงวันลาย’ ซึ่งถูกเลี้ยงในฟาร์มระบบปิดในย่านลาดกระบัง จึงมีความสะอาด ปลอดภัย ไม่มีสารตกค้าง ที่สำคัญอุดมด้วย ‘โปรตีนทางเลือกคุณภาพสูง’ และต่อยอดสู่ ‘อาหารสัตว์เลี้ยงที่ยั่งยืน’ ซึ่งตอบโจทย์ทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพสัตว์ในเวลาเดียวกัน
“นอกจากนี้ ช่วงหนึ่งเราพบว่าปัญหาใหญ่ของการจัดการอาหารส่วนเกินคืออาหารหรือขนมตามเทศกาล อย่างขนมไหว้พระจันทร์ที่มีมากเฉพาะช่วงเทศกาล แล้วเหลือทิ้งจำนวนมหาศาล คำถามคือ เราจะจัดการกับอาหารรูปแบบนี้อย่างไรให้มีมาตรฐานสม่ำเสมอ และไม่กระทบต่อคุณภาพของโปรตีนแมลงที่เป็นวัตถุดิบหลักของเรา เราจึงต้องทดลอง ปรับสมดุล และสร้างระบบจัดการอาหารส่วนเกินจากพันธมิตรหลายราย จนในที่สุดก็ได้แหล่งวัตถุดิบที่มั่นคง ซึ่งบางรายให้เราฟรีเพราะเชื่อมั่นในแนวทางที่เราทำ ขณะที่บางรายเริ่มคิดค่าธรรมเนียม ซึ่งเรายินดี เพราะนั่นหมายความว่าโมเดลธุรกิจนี้สามารถยืนได้ด้วยตัวเอง เมื่อวันหนึ่งเราจ่ายเงินค่าขยะอาหารได้ ก็แปลว่า ‘ใจกล้า’ พิสูจน์แล้วว่าธุรกิจจากฟู้ดเวสต์นี้มีความยั่งยืนทั้งในแง่สิ่งแวดล้อมและการเงิน และสามารถเป็นคำตอบของการแก้ปัญหา Food Surplus ได้อย่างแท้จริง”

ขณะเดียวกันคุณอิทธิกรบอกถึงอีกหนึ่งความท้าท้ายในขณะนี้ว่า “ใจกล้ากำลังเผชิญปัญหาความเร็วในการผลิตขนมสุนัข ยังไปไม่ทันกับศักยภาพการจัดการวัตถุดิบต้นน้ำ พูดให้เห็นภาพง่ายๆ คือ เรามีอาหารสำหรับเลี้ยงแมลงเหลือเฟือ ฟาร์มก็มีความพร้อมเต็มที่ เดือนหนึ่งผลิตได้ถึงร้อยตันแบบสบายๆ แต่ความจริงแล้ว ตอนนี้เรายังเดินเครื่องอยู่แค่ประมาณ 10–20% เท่านั้น สาเหตุเพราะสินค้าปลายน้ำที่เป็นสินค้าหลักของเราอย่างขนมสุนัข ยังขายได้ไม่เร็วพอ ถ้าผลิตมากเกินไปก็จะกลายเป็นว่าฝั่งต้นน้ำผลิตได้มาก แต่ฝั่งปลายน้ำต้องแบกสินค้าไว้เต็มโกดัง สินค้าคงคลังระบายไม่ทัน กลายเป็นภาระที่ฉุดรั้งทั้งระบบ เราจึงต้องเร่งทำการตลาดและส่งเสริมการขายอย่างจริงจัง เช่น การเปิดป๊อบอัพบูธที่ PETClub Select ใน Gourmet Market สยามพารากอน”
“เรื่องราวทั้งหมดนี้ของ ‘ใจกล้า’ เต็มไปด้วยความล้มเหลว ความผิดหวัง และอุปสรรคเล็กใหญ่ ตั้งแต่ฝนตก น้ำท่วม ไปจนถึงความไม่เข้าใจจากคนรอบข้าง แต่ทุกครั้งที่เจอปัญหา เราก็ต้องกลับมาถามตัวเองว่า ‘แมลงเหล่านี้จะสร้างคุณค่าให้เกษตรกร สัตว์เลี้ยง และโลกของเราได้จริงไหม?’ และคำตอบจากความพยายามของเราก็คือ ใช่! แมลงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่สามารถเป็นโปรตีนคุณภาพสูงที่ยั่งยืนจริงๆ” คุณอิทธิกรกล่าวอย่างมีความหวัง
ทุนวิจัยเปลี่ยนชีวิต พลิกไอเดียสู่นวัตกรรมจริง
ตั้งแต่เริ่มลงหลักปักหมุดธุรกิจนี้มา ‘ใจกล้า’ ผ่านบททดสอบสารพัด ทั้งปัญหาการเลี้ยงแมลงให้มีคุณภาพคงที่ ระบบซัพพลายเชนที่ไม่คงที่ และการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดอาหารสัตว์ที่ยังไม่รู้จักโปรตีนแมลง แต่ความพยายามของทีมงานไม่ได้สูญเปล่า เพราะพวกเขาได้พันธมิตรสำคัญอย่างหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากแผนงานกลุ่มอาหารมูลค่าสูง (อาหารสัตว์เลี้่ยงจากวัสดุเศษเหลือ)

บพข. เล็งเห็นว่า ‘ใจกล้า’ มีศักยภาพในการต่อยอดสู่โมเดลธุรกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ และยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของไทย ซึ่งปัจจุบันส่งออกเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่ยังขาด ‘นวัตกรรมและแบรนด์ดิ้ง’ ที่โดดเด่น
ทั้งนี้ แม้ไทยจะถือเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา แต่เกือบทั้งหมดยังอยู่ในรูปแบบ OEM/ODM คือผลิตให้แบรนด์ต่างประเทศและใช้แบรนด์ของเขาไปจำหน่าย ทำให้แบรนด์ไทยเองไม่ได้มีโอกาสสร้างชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จักในตลาดโลก ผลลัพธ์ที่ตามมาคือมูลค่าเพิ่มต่ำ เราได้รับเพียงราคาต้นทุนการผลิตโดยไม่ได้ส่วนแบ่งกำไรจากแบรนด์ อีกทั้งยังไม่สร้างการจดจำของผู้บริโภค ทำให้แบรนด์ไทยแทบไม่มีโอกาสสร้างความเชื่อมั่นหรือความภักดีในตลาดสากล และยิ่งไปกว่านั้น ยังเสี่ยงต่อการพึ่งพาคู่ค้า เพราะหากแบรนด์ต่างประเทศเปลี่ยนซัพพลายเออร์หรือปรับกลยุทธ์ รายได้ของเราก็อาจสูญเสียทันที อย่างไรก็ดี ไทยยังมีข้อได้เปรียบที่สำคัญคือมาตรฐานการผลิตที่สูงและวัตถุดิบครบวงจร ซึ่งสร้างศักยภาพให้เราสามารถสร้างแบรนด์ของตัวเองได้ เพียงแต่สิ่งที่ยังขาดคือการลงทุนด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ในต่างประเทศเพื่อให้แบรนด์ไทยแข็งแรงและแข่งขันได้อย่างแท้จริงในเวทีโลก
“หลังได้รับทุนสนับสนุนจาก บพข. ทุกอย่างเปลี่ยนไป เหมือนเรามีอาวุธครบมือและหลากหลายมากขึ้น และจากเดิมที่เราผลิตเฉพาะขนมและเครื่องดื่มสำหรับสุนัข ทำให้เราสามารถเดินหน้าวิจัยและพัฒนาอาหารสุนัขระดับพรีเมียมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่กำลังร้อนแรง โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จะออกสู่ตลาดได้ภายในปี 2026” คุณสิทธิกรกล่าว

นี่คือการสร้างวงจรชีวิตใหม่ให้ทรัพยากร ลดของเสีย ลดคาร์บอน และยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มจากการเพาะเลี้ยงแมลงเชิงเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ เพื่อผลักดันการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ บพข. ได้ดำเนินงานตาม นโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2566–2570 โดยเฉพาะ ยุทธศาสตร์ที่ 1 “การพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์” เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ผ่านการใช้พลังของวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม
ภายใต้เป้าหมาย O1 F3 บพข. มุ่งส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออก Functional Ingredients, Functional Food และ Novel Food (อาหารนวัตกรรม) ที่มีมูลค่าสูงในระดับโลก ซึ่งหนึ่งในโครงการที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย คือ ‘ใจกล้า’ ผู้พัฒนาโปรตีนจากแมลงเพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารอนาคตนั่นเอง
การสนับสนุนจาก บพข. ช่วยให้ใจกล้าสามารถต่อยอดงานวิจัยจากห้องแล็บสู่เชิงพาณิชย์ พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและกระบวนการแปรรูปโปรตีนจากแมลงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบไทย และเปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมอาหารของประเทศก้าวสู่แนวหน้าของตลาด Functional Food และ Sustainable Protein ในระดับสากลอย่างแท้จริง


แม้จะมีขนมสุนัขเพื่อสุขภาพจากโปรตีนแมลงทั้ง 3 สูตร คือ บำรุงสุขภาพผิวและขน, วิตามินสูง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และควบคุมน้ำหนัก ช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกิน เป็นผลิตภัณฑ์ชูโรง ที่จำหน่ายในราคาซองละ 180-220 บาท (ขนาด 80 กรัม) แต่ใจกล้าก็ยังมีสินค้าอื่นๆ ที่น่าสนใจเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำผักเพิ่มวิตามินสำหรับสุนัขซึ่งเป็นเครื่องดื่ม Plant-based 100% จำหน่ายในราคาซองละ 60 บาท (ขนาด 80 กรัม) เหมาะสำหรับสุนัขที่ดื่มน้ำน้อย น้ำผักสูตรพิเศษนี้เป็นทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ร่างกาย พร้อมเพิ่มความน่าทานในมื้ออาหาร ด้วยคุณค่าจากวิตามินธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพ สุนัขสามารถดื่มเป็นน้ำเปล่า ผสมกับอาหาร หรือแช่เย็นเพื่อความสดชื่นได้โดยไม่ต้องกังวล เพราะสูตรนี้ปราศจากเกลือ สารกันเสีย และไม่แต่งสีหรือกลิ่นสังเคราะห์ ทำให้ทุกมื้อเต็มไปด้วยประโยชน์อย่างปลอดภัยและอร่อย
นอกเหนือจากคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่มีจุดขายชัดเจนแล้ว แพกเกจจิ้งของใจกล้าก็โดดเด่นเช่นกัน โดยได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ไม่ใช่เพียงสิ่งที่จับต้องได้ แต่สะท้อน Brand belief และสร้างประสบการณ์การจับต้องที่มีคุณค่า ทุกองค์ประกอบตั้งแต่โลโก้ ชื่อแบรนด์ ‘ใจกล้า’ ไปจนถึงสีสันและรูปแบบการนำเสนอ ล้วนถ่ายทอดปรัชญาใจกล้าที่กล้าพลิกโลกและสร้างความยั่งยืน


ขณะที่การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายเน้นไปที่เมสเสจ ‘ขนมสุนัขกู้โลก’ เพราะคุณอิทธิกรเชื่อว่าสุนัขสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ “เราต้องการให้ผู้บริโภครับรู้ว่า การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนช่วยโลก เช่นเดียวกับตอนที่น้องเกรต้า ธันเบิร์ก (Greta Thunberg) นักเคลื่อนไหวชาวสวีเดน กลายเป็นสัญลักษณ์ของการตระหนักรู้ด้านความยั่งยืน เด็กๆ เริ่มฟังและสนใจประเด็นโลกมากขึ้น เราจึงนำแนวคิดนี้มาใช้กับน้องหมา ให้กลายเป็นผู้สื่อสารเรื่องความรับผิดชอบต่อโลก ในรูปแบบที่เข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น”
ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของใจกล้าจำหน่ายผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ตั้งแต่ Shopee, Lazada, LINE Shopping, TikTok, เว็บไซต์ของแบรนด์ (www.jaiklapet.com) ไปจนถึงร้าน Pet Shop ชั้นนำ อย่าง PETClub Select ใน Gourmet Market ของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ทั้งนี้ยังคงเน้นความพรีเมียมและราคาที่สะท้อนคุณค่าแท้จริงของผลิตภัณฑ์
คุณสิทธิกรเน้นย้ำว่า “ใจกล้าไม่ใช่แค่ขนมสุนัข แต่คือ ‘อาหารแห่งอนาคต’ สำหรับสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และเราต้องการเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอาหารทั้งห่วงโซ่อุปทาน” นี่คือจุดยืนอันแน่วแน่ของใจกล้า ซึ่งต่อยอดจากองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สู่แบรนด์ที่มีอุดมการณ์ด้านความยั่งยืนอย่างชัดเจน
