ในบางครั้งความสุขของการท่องเที่ยวไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “จุดหมายปลายทาง” ทว่า เรื่องราวและความสวยงามระหว่างทางต่างหาก ที่ทำให้ทุกการเดินทางเติมเต็มไปด้วยสีสันและความประทับใจ ซึ่งหนึ่งในวิธีการเดินทางที่จะเปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสกับความงามระหว่างทางได้อย่างเต็มที่ นั่นคือ การเดินทางบน เส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ
ไม่เพียงเท่านั้น การท่องเที่ยวโดยรถไฟ ยังเป็นวิธีท่องเที่ยวที่ประหยัด ปลอดภัย และจัดเป็น “การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกว่าการเดินทางด้วยรถไฟเป็นวิธีเดินทางระยะไกลที่ยั่งยืนที่สุดวิธีหนึ่ง เพราะรถไฟรุ่นใหม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อผู้โดยสารน้อยกว่าเครื่องบินอย่างเห็นได้ชัด เช่น เที่ยวบินจากลอนดอนไปปารีสปล่อยคาร์บอน ประมาณ 244 กิโลกรัมต่อผู้โดยสารหนึ่งคน ในขณะที่การเดินทางด้วยรถไฟจะปล่อยเพียง 15 กิโลกรัม ซึ่งน้อยกว่าถึง 90% ตามการประมาณการของ Eurostar

และแน่นอนว่าในประเทศไทย เราต่างคุ้นเคยกับการสัญจรเดินทางด้วยรถไฟอยู่แล้ว การท่องเที่ยวโดยรถไฟ จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีการท่องเที่ยวที่หลายคนเลือก ดังนั้น เพื่อยกระดับการเดินทางท่องเที่ยวโดย เส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ เชิงสร้างสรรค์ แผนงานกลุ่มท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หรือ บพข. ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) จึงได้สนับสนุนโครงการวิจัยการ พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยรถไฟ ในเส้นทางนําร่องทั่วประเทศ ได้แก่ เส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ เชิงสร้างสรรค์ สายเหนือ สายอีสาน และสายใต้
โดยวัตถุประสงค์หลักของโครงการพัฒนา และออกแบบเส้นทางรวมถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยรถไฟ ก็เพื่อให้เกิดการกระจายการ ท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับเส้นทางรถไฟไปสู่แหล่งท่องเที่ยวและชุมชนในพื้นที่ มุ่งหวังให้เกิดการสร้างมูลค่า ทางเศรษฐกิจในเชิงสร้างสรรค์บนฐานทุนทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าในพื้นที่ต่างๆทั่วไทย นอกจากนั้น การขับเคลื่อนงานครั้งนี้ มุ่งเน้นเชื่อมโยงการทํางานร่วมกับทุกภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น อย่างยั่งยืน

เพื่อให้เห็นภาพการออกแบบ เส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ เชิงสร้างสรรค์ และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจบนฐานทุนทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าในพื้นที่ต่างๆ ทั่วไทย วันนี้เราได้ไปพูดคุยกับ อาจารย์ทม เกตุวงศา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และอาจารย์หัวหน้าโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยรถไฟสายอีสานเพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นโครงการวิจัยที่ร่วมมือกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจาก บพข. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สกสว. ภายใต้งบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.)
ทั้งนี้ เส้นทางท่องเที่ยวรถไฟ เชิงสร้างสรรค์สายอีสาน ได้ดำเนินการแล้วใน 2 เส้นทาง คือ สายอีสานตอนบน (ขอนแก่น-หนองคาย) และ สายอีสานตอนล่าง (นครราชสีมา-อุบลราชธานี) และในปีนี้ทางโครงการฯ ได้จัดให้มีการเดินรถไฟรอบปฐมฤกษ์เพื่อทดสอบเส้นทางไปเมื่อวันที่ 19-21 มกราคม ที่ผ่านมา


เจาะลึกศักยภาพ การท่องเที่ยวโดยรถไฟเชิงสร้างสรรค์สายอีสาน กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ต่อยอดสู่ต้นแบบ เส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ สายยาวเส้นแรกในประเทศไทย
อาจารย์ทม ได้กล่าวถึงศักยภาพของการพัฒนาเส้นทางและโครงข่ายรถไฟสายอีสานในอนาคตที่สามารถเชื่อมกับ เส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ สายอีสาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพว่า
“ภาคอีสานกำลังมีรถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูง เพราะฉะนั้น การเดินทางมาท่องเที่ยวอีสานในอนาคตอันใกล้สามารถเดินทางมาได้ด้วยรถไฟความเร็วสูงจากนั้นมาต่อรถไฟรางคู่ เชื่อมโยงทุกการเดินทางได้ด้วยความสะดวก และ เส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟนี้ ก็จะพานักท่องเที่ยวเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวตามรางรถไฟ ตามสถานีรถไฟต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว”
“และถ้าในอนาคตเส้นทางการเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถไฟสามารถเชื่อมโยงระหว่างประเทศได้ ย่อมดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างประเทศให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้เพิ่มมากขึ้น โดย “รถไฟสายอีสาน” มีโจทย์ท้าทายที่สำคัญคือการเชื่อมโยงกับรถไฟ ลาว-จีน ที่ได้เปิดเดินรถจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ ไป เวียงจันทน์ ที่สถานีคำสะหวาด เมื่อปีที่แล้ว”


“โดยที่ผ่านมา ทาง การรถไฟฯ ได้พัฒนา เส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ อย่างต่อเนื่อง แต่จะเป็นเส้นทางท่องเที่ยวสายสั้น แบบ 1 day trip และยังไม่มีการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟในเส้นทางสายยาว เพราะในการทำเส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟสายยาวจำเป็นต้องลงทุนสูงและต้องมีระบบการบริหารจัดการที่ชัดเจน ดังนั้น โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยรถไฟเพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในเส้นทาง สายเหนือ สายอีสาน และสายใต้ ที่ได้รับทุนจาก บพข. นี้จึงเป็นโครงการวิจัยสำคัญที่จะช่วยในการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวโดยรถไฟสายยาวอย่างมีประสิทธิภาพ”
ต่อมา อาจารย์ทม ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงการออกแบบและจัดโปรแกรม เส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ สายอีสานรอบปฐมฤกษ์ว่า

“สำหรับโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยรถไฟสายอีสานเพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ได้รับการสนับสนุนทุนจาก บพข. นี้ ได้เริ่มต้นทำในเส้นทางนำร่องสายเหนือที่ จ.ลำปาง โดย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ที่ทำแล้วประสบความสำเร็จ ต่อมาทาง แผนงานกลุ่มท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. ก็มีแนวทางในการขยายผลต้นแบบเส้นทางนำร่องในสายเหนือไปยังภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคใต้ ซึ่ง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้เคยทำโครงการสร้าง BCG Happy Model ประสบความสำเร็จ ทาง แผนงานกลุ่มท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. จึงมองว่าในโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยรถไฟสายอีสานฯ นี้ ทางมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จะสามารถออกแบบ เส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ เชิงสร้างสรรค์ได้ เราจึงได้ทำงานร่วมกันในโครงการฯนี้ โดยมี มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เป็นพี่เลี้ยง”
“โดยโจทย์สำคัญของโครงการนี้ คือ การวางแผนการดำเนินงานร่วมกับทาง การรถไฟฯ ซึ่งก็เป็นความโชคดีว่าเรามีพี่เลี้ยงเป็นทาง มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ที่ประสบความสำเร็จในการออกแบบ เส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ ร่วมกับ การรถไฟฯ ในสายเหนือแล้ว จึงเป็นที่ปรึกษาในการทำโครงการนี้ได้เป็นอย่างดี”

“แต่อย่างไรก็ตาม ในการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟสายอีสานนี้ เราจำเป็นต้องไปประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของทาง การรถไฟฯ ก่อน ว่าแนวทางและทิศทางในการพัฒนารถไฟเพื่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะ “รถไฟสายอีสาน” ที่มีโจทย์ท้าทายที่สำคัญคือการเชื่อมโยงกับรถไฟ ลาว-จีน ซึ่งเมื่อได้ไปพูดคุยถึงแนวทางและทิศทางการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟในเชิงสร้างสรรค์กับ การรถไฟฯ แล้ว ก็ได้ข้อสรุปที่นำสู่การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟสายอีสานในรอบปฐมฤกษ์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเส้นทางนั้นสามารถจัดได้จริง”
“อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะจัดการท่องเที่ยวโดยรถไฟสายอีสานครั้งปฐมฤกษ์ มีการประชุมหารือกันหลายครั้ง โดยทางทีมงานที่จัดโปรแกรมท่องเที่ยวทางรถไฟก็ต้องทำการบ้าน ทั้งในเรื่องของการกำหนดสถานที่ท่องเที่ยวที่จะแวะระหว่างเส้นทาง ซึ่งทางการรถไฟฯ ก็จะให้ข้อมูลว่าสถานีไหนมีสถานที่อะไรที่น่าสนใจ และแต่ละสถานีจะจอดได้นานแค่ไหน เพราะแน่นอนว่ารถไฟสายท่องเที่ยวที่เป็นขบวนพิเศษนี้ ต้องไม่ไปขัดขวางการวิ่งรถไฟให้บริการทั่วไป ดังนั้น ต้องมีการกำหนดเวลาที่ค่อนข้างแม่นยำ สัมพันธ์กับตารางการวิ่งของรถไฟโดยปกติทั่วไป ซึ่งต้องกำหนดชัดเจนว่ารถไฟท่องเที่ยวขบวนพิเศษนี้ สามารถจอดได้ตรงไหน จอดได้นานเท่าไร และจะออกได้ในเวลาไหน”

“นอกจากนั้น อีกหนึ่งโจทย์จาก การรถไฟฯ คือ ต้องการให้สถานีรถไฟนั้นเป็นพื้นที่ที่สนับสนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์ของชุมชนโดยในบางจุด ทางทีมงานก็จะจัดกิจกรรมให้ชาวบ้านนำสินค้ามาขายให้กับนักท่องเที่ยว อย่าง ตลาด 5 นาที ที่กลุ่มแม่ค้าจะนำผลผลิตการเกษตรจากบ้านห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ขึ้นรถไฟเพื่อมาขายที่หน้าสถานีรถไฟบุรีรัมย์ หรือ การเปิดพื้นที่ให้ชาวชุมชนมาขายสินค้า ผลิตภัณฑ์ เวลามีการจัดเส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟในชุมชน”
“และล่าสุด หลังจากการจัดเส้นทางปฐมฤกษ์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางทีมงานได้เก็บข้อมูลการจัดกิจกรรมนี้มาประเมินผล เพื่อใช้ในการปรับปรุงทุกกิจกรรมในเส้นทางเดินทางท่องเที่ยวโดยรถไฟเชิงสร้างสรรค์สายอีสาน ซึ่งต่อมาเราได้ MOU กับทาง การรถไฟฯ และนำสู่การทำ Action Plan เพื่อเสนอกับทางบอร์ดท่องเที่ยวของทางการรถไฟฯ”
“โดย Action Plan ที่ทำขึ้นนั้น มีข้อมูลสำคัญ เช่น ความถี่ในการจัดทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟนี้ แต่ละทริปมีจำนวนกี่คน สร้างรายได้เท่าไร ซึ่งทางมหาวิทยาลัยฯได้ดำเนินการร่วมกับบริษัททัวร์เพื่อคำนวณค่าใช้จ่ายในการจัดทริป ว่าเมื่อมาบวกกับค่าบริหารจัดการจะเป็นเท่าไร มีรายได้ต่อหัวเท่าไร”

“และมีการทำ Business Plan ในรูปแบบของ Ecosystem Partnerships โดยภาคีหรือพาร์ทเนอร์ในการจัดการท่องเที่ยวโดยรถไฟสายอีสาน แยกเป็นหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ การรถไฟฯ หน่วยงานที่รับผิดชอบแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ มหาวิทยาลัยในแต่ละจังหวัด และภาคธุรกิจเอกชนที่ร่วมมือจัดการท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด ได้แก่ บริษัททัวร์ ร้านอาหาร โรงแรม ผู้ประกอบการขายของที่ระลึก เป็นต้น”
โดยหลังจาก Action Plan ได้รับการอนุมัติ จะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ในการดำเนินการประสานกับแต่ละฝ่ายใน การรถไฟฯ และคาดว่าจะเปิดเส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟสายอีสานในเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนมกราคม 2569 ที่จะถึงนี้

เปิดไฮไลต์ใน 2 เส้นทาง “ศรัทธา มนตราอีสาน” และ “ออนซอนอีสาน สำราญวิถี” เที่ยวอีสานมุมมองใหม่โดยรถไฟ SRT Royal Blossom สุดหรู
ทั้งนี้ อาจารย์ทม ได้ยกตัวอย่างไฮไลต์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ กิจกรรมบนเส้นทาง ตลอดจนอาหารที่เสิร์ฟระหว่างทางบนรถไฟ โดยเริ่มจากเส้นทางสายอีสานตอนล่าง (จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี) นำเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในพื้นที่ทั้งด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เช่น อารยธรรมขอม ความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ และอุทยานธรณีโคราช ร้อยเรียงเป็นเรื่องราว “ศรัทธา มนตราอีสาน” ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันซีน ที่เข้าถึงได้ง่ายด้วยการมาโดยรถไฟเท่านั้น
• เปิดสถานที่ท่องเที่ยวสุดอันซีนบนเส้นทางรถไฟสายอีสานตอนล่าง
สะพานดำ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นสะพานรถไฟข้ามห้วยสำราญ สร้างด้วยโครงเหล็กเมื่อปี พ.ศ. 2471 เป็นเส้นทางการค้า ขนส่งผลิตภัณฑ์การเกษตร ตลอดจนลำเลียงอาวุธช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และสะพานดำนั้นขนานคู่กับสะพานขาว ซึ่งเป็นสะพานคอนกรีตสำหรับคนและยานพาหนะอื่นๆ โดยในอดีตการเดินทางมาจังหวัดศรีสะเกษนั้น สามารถมาได้ทางรถไฟทางเดียว และมีความเชื่อกันว่าถ้าคนโสดนั่งรถไฟลอดสะพานดำจะต้องมีคู่อยู่ศรีสะเกษอีกด้วย


สถานีรถไฟห้วยราชจังหวัดบุรีรัมย์ ในอดีตเป็นชุมชนชาวจีนโบราณ ที่ย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานพร้อมการสร้างเส้นทางรถไฟในสมัยรัชกาลที่ 5 และมีผลิตภัณฑ์อาหาร ขึ้นชื่อ มากมาย อีกทั้งชุมชนแห่งนี้เป็นสถานที่จัดกิจกรรม “มหกรรมว่าวอีสานบุรีรัมย์ นอนดูดาว ชมว่าวกลางคืน” ของทุกปี และยังมีการเสี่ยงทายความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหาร โดยเชื่อว่าหากปีใดว่าวขึ้นสูง ติดลมบนได้ตลอดทั้งคืน จะพยากรณ์ว่า ปีหน้าฟ้าฝนจะดีข้าวปลาอาหารจะบริบูรณ์ ซึ่งว่าวแอกได้รับการขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ เมื่อ พ.ศ. 2566 (โดยในสถานีนี้ รถไฟจะจอดให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมบรรยากาศของสถานีและถ่ายรูปประมาณ 20 นาที)

สะพานดำท่าช้าง มีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ครั้งแรกอย่างเป็นทางการในช่วง พ.ศ.2464 ชาวบ้านท่าช้างจึงนำไม้กลายเป็นหินจากลำน้ำมูลไปถวายในหลวงรัชกาลที่ 6 และพระองค์ทรงแนะนำให้ราษฎรเก็บรักษาไว้ในท้องถิ่น กรมรถไฟหลวงแห่งกรุงสยาม จึงนำไม้กลายเป็นหินประดับไว้บนอนุสรณ์สถาน ณ สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำมูล เคียงคู่กันมากับรถไฟจนถึงปัจจุบัน
พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน ชมซากช้างดึกดำบรรพ์ และไดโนเสาร์ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทยและหนึ่งในเจ็ดแห่งของโลก ที่แสดงพรรณไม้ดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่ อายุประมาณ 800,000–320 ล้านปี (โดยในจุดนี้ รถไฟจะทำการชะลอรถประมาณ 10 นาทีเพื่อให้ผู้โดยสาร สามารถถ่ายรูปได้)

สถานีรถไฟนครราชสีมา แชะภาพที่ระลึกกับหัวรถจักรไอน้ำ 261 ซึ่งเป็นรถไฟที่ใช้ในรัชกาลที่ 5 และเดิน ชม ช็อป สินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน จังหวัดนครราชสีมา
มืองบุรีรัมย์ และมาร่วมกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น กับการช้อปสินค้า ณ ตลาด 5 นาที ตลาดแห่งเดียวในไทย ที่ชาวบ้านจะขนผลผลิตการเกษตร อาหารพื้นบ้าน ขนม ขึ้นรถไฟและหาบมาขายกันหน้าสถานีรถไฟบุรีรัมย์

• ลิ้มลองสำรับอาหารว่าง & เมนูอาหารพื้นถิ่นรสแซ่บ
ชุดอาหารว่าง Set “Welcome to อุบลราชธานี” ใน Box Set ประกอบด้วย ขนมบงกชมาศ เทียนกินได้ เป็นลายประจำยามพิมพ์แกะสลักจาก ครูเทียนวัดศรีประดู่จังหวัดอุบลราชธานี หอมมันจากเม็ดบัวและ ไข่แดงอบควันเทียนจนกลิ่นหอมฟุ้ง หลนเค็มบักนัทในแป้งชูส์ ของหมักดองคู่คนอุบล นำมาหลนกับกะทิหมูสับ และเนื้อสับปะรด เพื่อเพิ่มความสดชื่น เติมความเข้มข้นด้วยไข่ไก่รับประทานกับแป้งชูส์ และชาดอกบัว ชาเอิร์ลเกรย์ใส่น้ำเชื่อมดอกบัวหลวง สัญลักษณ์ประจำจังหวัดอุบลราชธานี จากร้าน หมก ร้านอาหารไทยในอุบลราชธานี ดีกรีรางวัล Michelin BIB GOURMAND
อาหารกลางวัน แบบ Box Set ชุด Welcome to เมืองย่าโมโคราช ภายใน Box ประกอบด้วย ข้าวเหนียวไก่ย่างท่าช้าง, คั่วหมี่โคราช, ขนมจีนน้ำยาประโดก 100 ปี ของดีประจำจังหวัดนครราชสีมา



• สร้างบรรยากาศ “ความเป็นอีสาน” ให้อบอวลบนรถไฟ
เครื่องแต่งกายของผู้ให้บริการที่สะท้อนถึงความเป็นอีสาน ด้วยการใช้ผ้าฝ้าย สีธรรมชาติ และโทนสีที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของพื้นที่ ภาชนะที่ใช้ในการบริการ และการบรรจุเครื่องดื่ม อาหารว่าง และอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้วัสดุธรรมชาติที่หาได้ในพื้นที่ และมีวงดนตรีอีสาน อาทิ แคน พิณ กลองเล็ก มาเล่นระหว่างเดินทาง โดยเลือกใช้เพลงลูกทุ่ง เพลงพื้นที่ ที่สามารถเล่าเรื่องในเส้นทางที่รถไฟผ่าน เช่น เพลงที่เกี่ยวข้องกับจังหวัด เป็นต้น

• มอบของที่ระลึก ติดไม้ติดมือให้คิดถึงอีสานบ้านเฮา
ในทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟนี้ ได้มีการมอบผลิตภัณฑ์ สะท้อนความเชื่อ ภูมิปัญญา และรากทางวัฒนธรรมของอีสาน เช่น พัดธุงใยแมงมุม แสดงความเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณและบุญกุศล กระเป๋าช้าง และ กระเป๋าน้ำเต้าปุ้ง สื่อถึงตำนานพื้นบ้านและสัญลักษณ์ทางจริยธรรม พวงมาลัยผ้าขาวม้า ที่ยกระดับผ้าอีสานให้กลายเป็นของต้อนรับผู้มาเยือนอย่างมีเกียรติ
ต่อมา อาจารย์ทม ได้บอกเล่าไฮไลต์เพิ่มเติม ในเส้นทางสายอีสานตอนบน (ขอนแก่น – หนองคาย) ที่ได้นำเอาความงดงามของพื้นที่และวีถีชีวิตร้อยเรียงนำเสนอเป็น “ออนซอนอีสาน สำราญวิถี” ทั้งด้านธรรมชาติ อาหารการกิน และศิลปะการแสดง เช่น

• เปิดสถานที่ท่องเที่ยวสุดอันซีนบนเส้นทางรถไฟสายอีสานตอนล่าง
ทะเลบัวแดง เป็นส่วนหนึ่งของ “บึงหนองหาน” แหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่มีเนื้อที่กว่า 28,000 ไร่ เป็นบึงน้ำจืดที่มีความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นแหล่งรวมพันธุ์สัตว์ พันธุ์ปลา และพันธุ์พืชน้ำอย่าง “บัวสาย” หรือ “บัวแดง” ที่เบ่งบานเต็มทะเลบัวแดง โดยทุกปี ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ดอกบัวแดงจำนวนมหาศาลจะพร้อมใจกันเบ่งบานบนผืนน้ำกว้างไกลสุดสายตา
แม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย เป็นเส้นเขตแดนระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แม่น้ำโขงนับเป็นประตูสู่อินโดจีน และด้วยวิวทิวทัศน์สวยงามบวกกับความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ริมน้ำโขงนี้เอง ที่เคยทำให้หนองคายได้รับการจัดอันดับเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดอันดับที่ 7 ของโลก

• สัมผัสเมนูอาหาร&อาหารว่าง Box Set “ออนซอน”
“ออนซอนม่วนซื่น” (ข้าวต้มมัด กินสบัดกล้วยเบรคแตก ม่วนมันแรกขนมขาไก่แก้วมังกร) “ออนซอนแซ่บนัว” (เมนูฟิวชันอีสาน เบิ่งดู้อีสานส้มไก่ไส้ข้าวเหนียว น้ำจิ้มเคี่ยวแจ่วหอมถนอมจิต ข้าวผัดแจ่วปลานิลแกะเสริมสุขนิจ พร้อมผักสดพันผูกมิตรผลไม้ไทย) และ“ออนซอนมั่นยืน” (สุขเสริมใจข้าวแต๋นมั่นแก่นฮัก ยืนยงคักข้าวเม่าดีศรีอีสาน ลากันแล้วจิบชามะเดื่อแสนสราญ คันเมือบ้านให้โชคหมานสราญใจ)


• ออนซอนเครื่องแต่งกาย & สร้างบรรยากาศจากดนตรีอีสานร่วมสมัยสุดคลาสสิค
เครื่องแต่งกายของบริกรบนรถไฟที่สะท้อนอัตลักษณ์พื้นที่ภาคอีสานตอนบน มีลวดลายผ้าซิ่นที่สื่อถึงเรื่องราวของอีสาน เสื้อสีชมพูสะท้อนเรื่องราวที่สัมพันธ์กับทะเลบัวแดงที่มุ่งสู่มหกรรมพืชสวนโลก ผ้าสไบปัก สื่อถึงเรื่องราวความเคารพและนอบน้อมต่อพระพุทธศาสนา และเป็นอัตลักษณ์ตามวิถีวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง เป็นหลัก
นอกจากนั้น ยังมีการนำบทเพลงลูกทุ่งหมอลำอีสาวดั่งเดิม นำมาเรียบเรียง ดนตรีในรูปแบบใหม่ เช่น Funky, Raggae, Esan Soul แต่ยังคงรักษากลิ่นอายตามขนบความดั้งเดิม ปรุงแต่งให้เหมาะสมกับยุคสมัยโลกาภิวัตน์ สังวาทกลอนร้องกลอนลำ ที่นำมาเสนอให้ผู้ชมแฟนเพลง บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ความเป็นดนตรีอีสานขนาดแท้ เช่น ลำพื้น ลำเพลิน ลำหย่าว ลำเดิน




ถอดบทเรียนการใช้ เส้นทางรถไฟท่องเที่ยวสายอีสาน เพิ่มขีดความสามารถให้การท่องเที่ยว เชื่อมโยง กิจกรรม สถานที่ท่องเที่ยว เทศกาลสำคัญ ดึงคนมาเที่ยวอีสานได้มากขึ้น
นอกจากนั้น อาจารย์ทม ยังได้สะท้อนมุมมองสำคัญถึงประโยชน์ของการพัฒนา เส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ สายอีสาน ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาคอีสานได้อย่างเป็นรูปธรรมว่า
“เส้นทางรถไฟท่องเที่ยวสายอีสาน มีความโดดเด่นชัดเจนในแง่ของความสัมพันธ์กับโครงข่ายการขยายการคมนาคมทางรถไฟของ การรถไฟฯ ดังที่กล่าวมาข้างต้นว่าเรากำลังจะมีรถไฟความเร็วสูงที่ชัดเจนและมีรถไฟรางคู่ ขณะเดียวกันโจทย์นี้ก็จะมาช่วยแก้จุดอ่อนของการเดินท่องเที่ยวในภาคอีสาน ที่แหล่งท่องเที่ยวจะกระจายออกไปตามจังหวัดต่างๆ ทำให้ระบบการขนส่งคนเพื่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกันจึงเป็นไปได้ยาก”


“การท่องเที่ยวโดยรถไฟ จึงเป็นช่องทางที่ทำให้แหล่งท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัดในภาคอีสานเชื่อมโยงกันได้ เป็นการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยว ทำกิจกรรมท่องเที่ยว ในสถานที่ที่อยู่ไม่ไกลกันในภาคอีสานได้ขึ้น ดังนั้น การท่องเที่ยวโดยรถไฟจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะมาพัฒนาการท่องเที่ยวทางอีสานให้คึกคักขึ้นได้ และดังที่กล่าวไว้ข้างต้น เรามองว่าเส้นทางการท่องเที่ยวโดยรถไฟสายอีสานจะเชื่อมโยงกับเส้นทางรถไฟลาวจีน จึงเป็นโอกาสที่เราจะดึงนักท่องเที่ยวมาจากจีนได้ ขณะเดียวกัน ก็จะดึงนักท่องเที่ยวไทยเองที่อยากเดินทางไปยังประเทศจีนได้ด้วย”
“ขณะเดียวกัน แหล่งท่องเที่ยวในอีสานหลายแห่งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีน ที่มีความแตกต่าง แปลกใหม่ สวยงาม ไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวดังๆทั่วประเทศ และมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายประเภทให้ได้ท่องเที่ยว ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้อารยธรรมอีสาน ทั้งยังมีเทศกาล งานประจำปี ประเพณี อีกมากมายให้ได้เดินทางมาเที่ยวชม”
“ไม่เพียงเท่านั้น ภาคอีสานยังเป็นศูนย์กลางของแหล่งท่องเที่ยวแห่งศรัทธา ความเชื่อ มีเกจิอาจารย์ชื่อดังอยู่ที่วัดในอีสานหลายรูปให้ได้กราบไหว้ ตลอดจน ชาวอีสาน ยังได้ชื่อว่ามีน้ำใจ ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นกันเอง ทั้งหมดที่กล่าวมานี้นับเป็นเสน่ห์ของการท่องเที่ยวอีสานที่รอให้ทุกคนมาสัมผัสด้วยตนเอง”


บพข. สื่อกลางเชื่อมโยงทุกเครือข่ายสู่ความสำเร็จในการพัฒนา เส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ ตอบรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย
อาจารย์ทม ยังเน้นย้ำว่า “โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยรถไฟสายอีสานเพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์จะเกิดขึ้น และสามารถต่อยอดไปจัดได้จริงในเชิงพาณิชย์ร่วมกับ การรถไฟฯ ไม่ได้เลยถ้าขาดหน่วยงานสนับสนุนทุนอย่าง บพข.”
“ยิ่งในการออกแบบเส้นทางรถไฟ กิจกรรม โปรแกรมท่องเที่ยว เราได้รับคำแนะนำที่ดีจากเครือข่ายของทีมนักวิจัย บพข. ซึ่งก็คือ ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ที่ทำเส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟสายเหนือได้สำเร็จ และ บพข. ยังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงทุกหน่วยงาน ทุกมหาวิทยาลัย ทั้งคณาจารย์ นักวิจัย ภาคเอกชน เข้าด้วยกัน ทำให้ทีมนักวิจัย ทีมงาน เห็นภาพใหญ่ของความสำเร็จร่วมกัน”

“โดยเฉพาะเส้นทางการท่องเที่ยวโดยรถไฟนำร่องใน 3 ภูมิภาค นั่นคือ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ซึ่งในวันนี้ภาพความสำเร็จนั้นเกิดขึ้นได้จริง และมีการต่อยอดไปพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้กับประเทศไทยได้อย่างชัดเจน ซึ่งนี่นับเป็นศักยภาพของ บพข. ที่ทำหน้าที่หน่วยงานสนับสนุนทุนให้กับโครงการวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
สุดท้ายแล้ว อาจารย์ทมมองว่าความสำเร็จของการทำโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยรถไฟฯ นี้ จะมีส่วนสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศอย่างชัดเจน เพราะการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้ เห็นได้จากต้นแบบในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่าง ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศในยุโรป นั่นเอง
ติดตามข่าวอัปเดต เส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ สายอีสานได้ที่
Facebook : นั่งรถไฟไปเที่ยวอีสาน I Isan Rail Tour




