กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

บพข. ขับเคลื่อน Isan Wellness Soundscape ใช้เสียงดนตรีท้องถิ่นเยียวยาชีวิตยุคใหม่

เสียงที่ดังก้องจากโน้ตของหมอลำและท่วงทำนองพื้นบ้านอีสานซ่อนพลังแห่งการเยียวยาที่ลึกซึ้ง งาน “สุนทรียภาพเสียงเพื่อสุขภาวะแบบอีสาน” (Isan Wellness Soundscape) ภายใต้การสนับสนุนของ บพข. ได้เน้นย้ำให้เห็นว่าเสียงดนตรีไม่ใช่เพียงความบันเทิง แต่คือเครื่องมือสร้างสมดุลทั้งกาย ใจ และสังคม งานวิจัยนี้รวบรวมบทเพลงท้องถิ่นและเสียงพิธีกรรมของชุมชนอีสาน นำมาประยุกต์ในบริบทสมัยใหม่ เพื่อสร้างสุขภาวะแบบองค์รวมแก่ผู้คน ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

บพข. ทำหน้าที่เสมือนผู้ผลักดันให้เสียงเหล่านี้เติบโตจาก “ทุนทางวัฒนธรรม” สู่ “นวัตกรรมสุขภาวะ” ที่เข้าถึงและสร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืน ดนตรีพื้นบ้านอีสานกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอดีตและปัจจุบัน ระหว่างท้องถิ่นและสากล และระหว่างวิทยาศาสตร์สุขภาวะกับภูมิปัญญาไทย บพข. จึงไม่ได้เป็นเพียงผู้สนับสนุนทุน แต่คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ความงดงามและคุณค่าของเสียงท้องถิ่นสามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในโลกยุคใหม่

งานสัมมนา “ปลุกพลังสะท้อนเทคโนโลยีและภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่สุขภาวะแห่งอนาคต” (Revitalize and Resonate the Tech and Tradition of Future Wellness) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน อว.แฟร์ 2025 เน้นย้ำถึงการบูรณาการภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อยกระดับสุขภาวะของคนไทยอย่างยั่งยืน โครงการริเริ่มนี้ขับเคลื่อนโดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) หรือ PMUC เพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มของโลกที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยและความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของสุขภาวะแบบองค์รวม นอกเหนือจากการเสวนาเรื่องการประยุกต์ใช้ “มรดกอายุรเวทผสานวิทยาศาสตร์สมัยใหม่” (Ayurvedic Heritage Blended with Modern Science) ที่มุ่งเน้นประโยชน์ต่อสุขภาพและการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรพรมมิ (Brahmi) ที่ได้กล่าวถึงในบทความก่อนหน้านี้แล้ว อีกหนึ่งหัวข้อที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ “สุนทรียภาพเสียงเพื่อสุขภาวะแบบอีสาน” (Isan Wellness Soundscape) ซึ่งผสมผสานดนตรีพื้นบ้านอีสานเข้ากับศาสตร์แห่งเสียงบำบัด โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะ (Wellness Tourism) โดยใช้ประโยชน์จากมรดกทางวัฒนธรรมที่มั่งคั่งและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์

ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ ประธานคณะอนุกรรมการแผนงานกลุ่มปัจจัยสนับสนุนอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)

ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ ประธานคณะอนุกรรมการแผนงานกลุ่มปัจจัยสนับสนุนอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า “อายุเฉลี่ยของประชากรโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยมีผู้คนกว่าหนึ่งพันล้านคนที่มีอายุเกิน 65 ปี สำหรับประเทศไทยได้เข้าสู่ “สังคมผู้สูงวัย” ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยมีประชากรกว่า 20% ที่มีอายุเกิน 60 ปี ด้วยเหตุนี้ ความสนใจด้านสุขภาพและสุขภาวะจึงเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งมักมีเวลาว่างและมีกำลังทรัพย์มากกว่า ประชากรสูงวัยถือเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญสำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะ”

ทั้งนี้ บพข. จึงผลักดันการใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาไทย รวมถึงมิติด้านสุนทรียศาสตร์ เพื่อสร้างสรรค์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพื่อสร้างสรรค์แผนการท่องเที่ยวที่ส่งเสริมสุขภาวะของผู้มาเยือน โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติให้หันมาสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะของไทยมากขึ้น

ซึ่งแก่นแท้ของแนวคิดนี้อยู่ที่การมองสุขภาวะที่ดีในภาพรวม มิใช่เพียงด้านร่างกาย หากแต่ต้องอาศัยความสมดุลของกาย ใจ สังคม สติปัญญา และแม้กระทั่งจิตวิญญาณ เพื่อให้การท่องเที่ยวไม่ใช่เพียงการพักผ่อน แต่ยังเป็นการเยียวยาและเติมเต็มชีวิตอย่างแท้จริง

หลังปาฐกถาของ ดร.ลักษมี สิ้นสุดลง เสียงดนตรีถูกบรรเลงผ่านเครื่องดนตรีท้องถิ่นอย่างไพเราะเพราะพริ้งโดยวิทยากรทั้ง 3 ท่านนำโดย ร้อยเอก ดร.ดนุเชษฐ วิสัยจร อาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คุณชลัช วรยรรยง อุปนายกสมาคมดนตรีบำบัดไทย และคุณพัชร เกิดศิริ นักดนตรีอาชีพ เปิดโสตสัมผัสและปลุกเร้าให้ผู้เข้าร่วมสัมมนารู้สึกเพลิดเพลินและดำดิ่งไปกับท่วงทำนองอันเป็นเอกลักษณ์ของดนตรีอีสาน

ร้อยเอก ดร.ดนุเชษฐ วิสัยจร อาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คุณชลัช วรยรรยง อุปนายกสมาคมดนตรีบำบัดไทย
คุณพัชร เกิดศิริ นักดนตรีอาชีพ

จากนั้น ร้อยเอก ดร.ดนุเชษฐ วิสัยจร บอกถึงวัตถุประสงค์โครงการ Isan Wellness Soundscape ซึ่งได้รับการสนับสนุนการวิจัยจาก บพข. ว่ามีเป้าหมายเพื่อสร้าง “คลังเสียงและดนตรีของบทเพลงบำบัด” โดยใช้ดนตรีอีสานเป็นทุนทางวัฒนธรรมและแรงบันดาลใจในการนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ โครงการนี้จึงมุ่งยกระดับวัฒนธรรมอีสานและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะสำหรับภาคอุตสาหกรรม

“ดนตรีอีสานคือมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าและเป็นมากกว่าความบันเทิง เพราะถูกใช้ในพิธีกรรมการรักษาแบบดั้งเดิม รวมถึงเป็นเครื่องมือสื่อสารและปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกในชุมชนมาอย่างยาวนาน แต่ละหมู่บ้าน โดยเฉพาะแถบลุ่มแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขง ต่างก็มีขนบดนตรีและภูมิปัญญาในการบำบัดรักษาที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกัน รวมถึงใช้ในการเยียวยาความรู้สึกของผู้คนมาอย่างยาวนาน”

ร้อยเอก ดร.ดนุเชษฐ วิสัยจร อาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โครงการนี้ต่อยอดจากงานวิจัยก่อนหน้าอย่าง ‘เลาะโขง’ (Sounds Along The Mekong) ที่เริ่มต้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา มุ่งเน้นการอนุรักษ์ และบันทึกความเบ่งบานทางวัฒนธรรม ผ่านวีถีชีวิตของผู้คนริมแม่น้ำโขงในจังหวัดอุบลราชธานี มุกดาหาร และนครพนม ผ่านการผลิตดนตรีสร้างสรรค์ ด้วยการบันทึกเสียงวัฒนธรรมท้องถิ่นริมโขงจากศิลปินพื้นบ้านจากหลายกลุ่มทั้งรุ่นเก่า รุ่นใหม่ เช่น หมอลำเอกลักษณ์ของอุบลฯ อย่างหมอลำ ป.ฉลาดน้อย ศิลปินแห่งชาติ รวมถึงมุกดา เมืองนคร ภริยา ป.ฉลาดน้อย และอาคม ทับถนน ศิษย์เอกอาจารย์ทองใส ทับถนน ครูพิณผู้บุกเบิกการเล่นพิณไฟฟ้า 2 สาย, หมอลำเหยา โดยอาจารย์ปริวรรต ไวสู้ศึก จากอำเภอหนองสูง มุกดาหาร ผู้สืบทอดดนตรีภูไทขนานแท้ เด่นในการเล่าเรื่องเพื่อความบันเทิง และการร่ายรำท่วงทำนองเพื่อรักษาโรค, และบทสรรเสริญพระเจ้าในภาษาเวียดนามจาก ทรงชัย พานวัน ทายาทของชาวเวียดนามที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองไทยตั้งแต่ช่วงสงครามเวียดนาม โดยอัดเสียงที่โบสถ์คำเกิ้ม ซึ่งเป็นโบสถ์คาทอลิกที่เก่าแก่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ทำให้เราได้เสียงที่ให้ความรู้สึกพิเศษและมีคุณค่าทางจิตวิญญาณ จากนั้นนำต่อยอดเป็นบทเพลงร่วมสมัยประกอบด้วยคลังเสียง 119 ชิ้น จาก 10 ศิลปิน และบทประพันธ์จากคลังเสียง 10 ชิ้น ขณะเดียวกันเราก็มีมุมมองในการเชื่อมโยงกับชุมชนเพื่อหนุน local hero ด้วยการนำผลงานเหล่านี้ไปใช้ในการส่งเสริมมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านการร่วมมือกับ 3 องค์กรที่สนับสนุนภูมิปัญญาพื้นถิ่นอย่างโบสถ์คำเกิ้ม (นครพนม), MUK Street Art (มุกดาหาร) และประเทดอุบล เพจที่เน้นการเล่าเรื่องและการแสดงพลังของจังหวัดอุบลราชธานีผ่านภาพ เนื้อหา สื่อวิดีโอและกิจกรรมต่างๆ”

หมอลำ ป.ฉลาดน้อย ศิลปินแห่งชาติ
อาคม ทับถนน ศิษย์เอกอาจารย์ทองใส ทับถนน ครูพิณผู้บุกเบิกการเล่นพิณไฟฟ้า 2 สาย
โบสถ์คำเกิ้ม ซึ่งเป็นโบสถ์คาทอลิกที่เก่าแก่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย
โบสถ์คำเกิ้ม ซึ่งเป็นโบสถ์คาทอลิกที่เก่าแก่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

“จากเดิมการทำคอนเทนต์เกี่ยวกับชุมขนหรือท้องถิ่นต่างๆ จะใช้เสียงจาก sound bank แต่บางครั้งเสียงนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เล่า แต่เมื่อเรานำบทประพันธ์ที่เราสร้างขึ้นมาใหม่ไปใช้ ผลลัพธ์ที่ได้คือความว้าว ผู้คนให้การตอบรับที่ดีและรู้สึกอินมากขึ้น”

“ในปีนี้ โครงการ “สุนทรียภาพเสียงเพื่อสุขภาวะแบบอิีสาน” (Isan Wellness Soundscape) ต่อยอดไปในมิติที่ลุ่มลึกมากขึ้น ด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับองค์กรหรือภาคเอกชนที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาวะและวัฒนธรรมควบคู่กัน กล่าวคือมีพัฒนาการจากการอนุรักษ์สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชื่อมโยงกับหน่วยงานหรือเอกชนที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาวะและวัฒนธรรมควบคู่กันไป โดยได้รับเกียรติจาก บริษัท เอ็มโร เอเชีย ที่เข้ามาสนับสนุน และพร้อมเสนอผลงานชองเราไปที่โอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น เบื้องต้นคือเจาะจงไปที่สปาและเครื่องหอมที่เล่าเรื่องต่างๆ ของไทยในมุม Wellness”

คุณชลัช วรยรรยง อุปนายกสมาคมดนตรีบำบัดไทย

ด้านคุณชลัช วรยรรยง อธิบายว่าดนตรีบำบัดมีรากฐานมาจากจิตวิทยาและการวิเคราะห์จิตแบบตะวันตก เป็นศาสตร์ที่ใช้ดนตรีเพื่อช่วยให้บุคคลเข้าใจตนเองได้ดีขึ้น ช่วยในการรับมือกับปัญหา และเพิ่มการตระหนักรู้ในตนเอง สำหรับแนวทางของโครงการนี้ได้มุ่งดัดแปลงหลักการตะวันตกเหล่านี้ให้เข้ากับวัฒนธรรมไทย โดยเล็งเห็นถึงศักยภาพของดนตรีไทยดั้งเดิมในการเปลี่ยนความคิด ทัศนคติ และมุมมองในการใช้ชีวิต

“ดนตรีมีส่วนช่วยสร้างสุขภาวะทางกาย (การหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจที่สมดุล) สุขภาวะทางใจ (ความผ่อนคลาย การนอนหลับที่ดีขึ้น การลดความเครียด) และสุขภาวะทางสังคม/วัฒนธรรม (สร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ เชื่อมโยงคนต่างวัย และส่งเสริมความสามัคคี) โดยเครื่องดนตรีที่ใช้ในการบำบัดจะเป็นเครื่องดนตรีที่สามารถเล่นได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเรียนรู้มาก และไม่มีถูก-ผิด รวมถึงไม่ให้ความสำคัญเรื่องความสวยงามทางดนตรี แต่ให้ความสำคัญในฐานะที่ดนตรีเปรียบเสมือนเครื่องมือที่ใช้แทนภาษา เพื่อสื่อถึงสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูด ดังนั้นสิ่งที่ผู้รับการบำบัดแสดงออกมาทางดนตรี ถือเป็นการแสดงออกมาจากจิตใต้สำนึกในรูปแบบของเสียง”

นอกจากนี้ คุณชลัชอธิบายให้เห็นภาพชัดเจนว่า ด้วยจังหวะและท่วงทำนองอันเป็นเอกลักษณ์ของเพลงอีสาน กอปรกับเนื้อหาเพลงที่สะท้อนวิถีชีวิตและอารมณ์อย่างถึงแก่น หลอมรวมกับเครื่องดนตรีพื้นบ้าน ตลอดจนบริบททางสังคมและการใช้ดนตรีในพิธีกรรมต่างๆ จึงทำให้สามารถประยุกต์หลักดนตรีบำบัดเข้ากับวัฒนธรรมไทยและเพลงพื้นบ้านอีสานได้อย่างกลมกล่อมและลงตัว สามารถฟังเพื่อผ่อนคลายและลดความเครียดได้ หรือจะเคลื่อนไหว ขยับร่างกาย หรือกระทั่งเต้นรำก็ไม่เคอะเขิน ทั้งยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงและความผูกผันทางสังคมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

“ดนตรีบำบัดที่ประยุกต์เข้ากับวัฒนธรรมไทยและเพลงพื้นบ้าน เป็นแนวทางที่เชื่อมโยงมิติสุขภาวะทั้งทางกาย จิตใจ และสังคมเข้าด้วยกัน โดยอาศัยกรอบคิดแบบองค์รวมที่มองมนุษย์ในฐานะสิ่งมีชีวิตที่มีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบด้าน ดนตรีจึงไม่เพียงทำหน้าที่สร้างความเพลิดเพลิน หากยังช่วยบรรเทาความเครียด ฟื้นฟูสมดุลทางอารมณ์ และเสริมพลังในการดำเนินชีวิต หลักการที่ยึดโยงมนุษย์เป็นศูนย์กลางทำให้กระบวนการบำบัดมีความหมายยิ่งขึ้น เพราะผู้รับบริการมิใช่ผู้ถูกกำหนด แต่เป็นผู้มีส่วนร่วมที่สามารถเลือก แสดงออก และสะท้อนอัตลักษณ์ของตนเองผ่านเสียงเพลงได้ในบรรยากาศที่อบอุ่นและปลอดภัย การบำบัดจึงเป็นมากกว่าการใช้เครื่องมือทางศิลปะ แต่เป็นการสร้างพื้นที่ที่ยืนยันคุณค่าความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง ขณะเดียวกันหลักการไอโซได้ตอกย้ำว่าดนตรีซึ่งสอดคล้องกับอารมณ์ของผู้ฟังในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง สามารถค่อยๆ ปรับสมดุลและนำไปสู่ภาวะอารมณ์เชิงบวกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อผนวกเข้ากับเพลงพื้นบ้านไทยที่เต็มไปด้วยมิติทางวัฒนธรรมและความทรงจำร่วม ดนตรีบำบัดจึงกลายเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสุขภาวะที่ไม่เพียงตอบสนองต่อปัจเจกบุคคล แต่ยังสะท้อนความเชื่อมโยงกับรากเหง้าและชุมชนในเชิงลึก”

คุณวลัยพัชร อักษรดี

จากนั้น คุณวลัยพัชร อักษรดี อีกหนึ่งกำลังสำคัญของโครงการนี้ พาผู้ร่วมสัมมนาย้อนกลับไปในงาน Bangkok Design Week 2025 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จากประสบการณ์การสอนโยคะมานานกว่า 20 ปี ของเธอ ได้สร้างสรรค์กิจกรรม “Listen & Move: ให้เสียงนำทาง” บริเวณลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร บนพื้นที่เสื่อขนาดยักษ์ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล โดยได้ทดลองนำเสียงดนตรีและเสียงจากสิ่งแวดล้อมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเสียงธรรมชาติ หรือแม้แต่เสียงที่ถูกมองว่าเป็นมลภาวะในเมือง เช่น เสียงรถยนต์และเสียงเครื่องปรับอากาศ มาร้อยเรียงผสมผสานในขณะที่ฝึกโยคะ เสียงเหล่านี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างสมาธิและความผ่อนคลายให้แก่ผู้เข้าร่วม ขณะเดียวกันยังออกแบบสื่อสร้างสรรค์อย่างแผ่นพับโยคะจากวัสดุรีไซเคิล เพื่อสื่อสารแนวคิดการฟังเสียงรอบตัวอย่างมีสติ ทั้งยังสามารถนำกลับไปที่บ้านเพื่อใช้ฝึกโยคะด้วยตัวเองได้อีกด้วย

เมื่อต้องนำเสียงดนตรีอีสานมาประยุกต์ใช้ คุณวลัยพัชรเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าสามารถนำมาผสานเข้ากับศาสตร์ด้านสุขภาวะอย่างโยคะได้ลงตัวเช่นกัน แม้จะเต็มไปด้วยความท้าทายก็ตาม โดยเธอกล่าวว่า “เมื่อเราพูดถึงคำว่านวัตกรรม หลายคนมักนึกถึงเทคโนโลยี สายไฟ หรือโค้ดโปรแกรมเต็มไปหมด แต่แท้จริงแล้ว นวัตกรรมบางครั้งเริ่มต้นจากสิ่งง่ายๆ เพียงแค่เสียงของโน้ตสองตัวที่บังเอิญมาพบกัน แต่กลับทำให้เรารู้สึกว่ามันช่างเข้ากันได้ดีเหลือเกินราวกับเป็นเพลงเดียวกัน สำหรับทีม Isan Wellness Soundscape นวัตกรรมคือการบูรณาการระหว่างการมีสติอยู่กับปัจจุบัน (mindfulness) ดนตรี ความบันเทิง การบำบัด และความเป็นท้องถิ่นเข้าด้วยกัน ฟังดูซับซ้อนไม่น้อย แต่เป็นการสร้างกรอบใหม่ในการเข้าใจสุขภาวะอย่างรอบด้าน งานวิจัยของเรากำลังศึกษาว่า เสียงดนตรีและเสียงต่างๆ ของภาคอีสาน ทั้งจังหวะและบทเพลงที่เกิดขึ้นในเทศกาล ชุมชน และครอบครัว สามารถพาผู้คนกลับสู่ภายในจิตใจของตนเอง สู่ความสงบ ความอ่อนโยน และการดูแลซึ่งกันและกันได้อย่างไร นี่คือการสร้างสุขภาวะที่เชื่อมโยงท่วงทำนองของปู่ย่าตายายเข้ากับบริบทสมัยใหม่”

“แม้งานวิจัยนี้จะยังเป็นเพียงเมล็ดพันธุ์ที่เพิ่งฝังลงในดิน แต่ดินนั้นมีความอุดมสมบูรณ์และสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการเติบโต เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นผลลัพธ์ใหม่ๆ และขอขอบคุณผู้ร่วมวิจัยทุกท่านที่ร่วมเดินทางในกระบวนการนี้ ชุมชนคือแรงขับเคลื่อนที่แท้จริงของงาน เพราะเรามุ่งหวังให้การเยียวยาและสร้างสุขภาวะไม่จำกัดอยู่เพียงพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง บางที อนาคตของสุขภาวะที่ดีอาจไม่ใช่สิ่งที่เราซื้อหรือครอบครอง แต่เป็นเสียงเล็ก ๆ ที่สร้างขึ้นร่วมกัน จนกลายเป็นเสียงประสานของการดูแลซึ่งกันและกัน เพื่อให้การดูแลสุขภาวะเข้าถึงผู้คนจำนวนมากยิ่งขึ้น”

ดนตรีอีสานอาจกลายเป็นพลังเยียวยาที่ยิ่งใหญ่ และชุมชนท้องถิ่นอาจกลายเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง โครงการ Isan Wellness Soundscape ยืนยันว่า ความสมดุลของสุขภาวะเกิดจากการผสานกันของ เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และภูมิปัญญาบรรพุรุษที่สืบทอดกันมา บพข. จึงไม่ได้เป็นเพียงผู้สนับสนุนทุนวิจัย แต่เป็นผู้วางกรอบเพื่อให้ความคิดเหล่านี้เติบโต และสร้างผลลัพธ์ที่เข้าถึงผู้คนอย่างแท้จริง สุขภาวะที่ดีเกิดจากการใส่ใจต่อรากเหง้า จิตวิญาณ และความสัมพันธ์ของมนุษย์ การสัมมนาครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การฟังเรื่องเล่า ดื่มด่ำกับเสียงดนตรี หรือสัมผัสกลิ่นสมุนไพร แต่คือการเรียนรู้ที่จะฟังตัวเอง ฟังซึ่งกันและกัน และร่วมสร้างโลกที่มีสุขภาวะอย่างลึกซึ้งและยั่งยืน